X

ชาวเพชรบูรณ์ดันผังเมืองรวมฯ ปลอดเหมืองแร่-แยกที่ดิน ส.ป.ก.ออกจากเขตอนุรักษ์ป่าไม้

เพชรบูรณ์-เตรียมเปิดเวทีรับฟังฯปรับปรุงผังเมืองรวม ชาวเพชรบูรณ์ดปลอดเหมืองแร่-แยกที่ดิน ส.ป.ก.ออกจากเขตอนุรักษ์ป่าไม้

วันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้า การเคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจแร่ของเครือข่ายคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากทราบข้อมูลว่ามีเอกชนยื่นขออนุญาตอาชญาบัตรสำรวจแร่ใหม่อีกรอบ โดยเฉพาะในการยื่นขอสำรวจแร่รอบนี้ทางบริษัททุนข้ามชาติเหล่านี้มีการยื่นขอพื้นที่สำรวจแร่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วจังหวัดเกือบ 100 แปลง ส่งผลให้ทางกลุ่มมวลชนต่อต้านไม่เอาเหมืองแร่พร้อมเครือข่าย ถึงกับต้องเดินหน้าทำการบ้านด้วยการลงพื้นที่ชี้แจงถึงผลกระทบ และเหตุผลความจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลม โดยการต่อต้านการสำรวจแร่ตั้งแต่ต้น โดยอ้างว่าหากไม่มีการสำรวจแร่ก็จะไม่มีเหมืองแร่ตามมา

ข่าวแจ้งด้วยว่า ในส่วนประเด็นเรื่องชาวบ้านในเขต อ.หนองไผ่ ร้องเรียนว่ามีการประกาศผังเมืองรวมเพชรบูรณ์ทับที่ทำกินชาวบ้าน โดยกำหนดเป็นเขตอนุรักษ์ป่าไม้(เขียวทะแยงขาว) และชาวบ้านยังเข้าใจว่าอาจจะเอื้อให้มีการทำเหมืองแร่ ซึ่งในการประชุมวาระยามเช้าก่อนหน้านี้ โดยมี นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นประธานฯ ทั้งนี้นายนิพนธ์ เนยเมืองปัก โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวชี้แจงว่า ผังเมืองรวมจังหวัดเพชรบูรณ์เริ่มทำปี 2557 และประกาศในราชกิจานุเษกษาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2560 โดยประกาศใช้เต็มพื้นที่และมีการแบ่งแยกประเภทการใช้ในหลายรูปแบบ ทั้งนี้ปัญหาคือพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ (เขียวทะแยงขาว)

“ผู้ร้องเข้าใจว่าเมื่อเป็น พื้นที่ส.ป.ก.ทำไมจึงต้องประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ป่าไม้ทับที่ส.ป.ก.ด้วย จึงต้องเรียนว่าเขตที่ประกาศไม่ใช่เขตป่าไม้ แต่ประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งกฎหมายผังเมืองรวมเป็นการประกาศใช้ประโยชน์ในที่ดินในลักษณะอนุรักษ์ป่าไม้ แต่ไม่ได้ประกาศเป็นเขตป่าไม้”นายนิพนธ์กล่าวและว่า ถามว่าทำไมไม่แยกพื้นที่ส.ป.ก.ออกไป เนื่องจากพื้นที่ส.ป.ก.กระจายเต็มไปหมดทัวทั้งจังหวัด หากใช้เวลาเขียนวิเคราะห์ขอบเขตเพื่อกำหนดลงไปอาจต้องจะใช้เวลานาน แต่ทั้งนี้มีการเขียนระบุไว้ในประกาศข้อ 1(5)ของกฎกระทรวงฯ ที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินเฉพาะที่เป็นของรัฐ หรือรัฐจัดซื้อหรือเวนคืนจากเจ้าของที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์เพื่อการปฏิรูป จะได้รับการยกเว้นการบังคับใช้ประกาศผังรวมเมือง ซึ่งก็หมายถึงให้ใช้กฎหมายของส.ป.ก.โดยตรง”

ในขณะที่นายอภิรักษ์ ตุ้มทอง นักผังเมืองปฏิบัติการ ประจำสนง.โยธาฯ กล่าวเสริมถึงกรณีเหมืองแร่ว่า ตามข้อกำหนดของการอนุรักษ์ป่าไม้มีวัตถุประสงค์หลักก็คือ ในเขตอนุรักษ์ป่าไม้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลบำรุงรักษาป่าไม้ และส่งเสริมคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเท่านั้น เพราะฉะนั้นการจะดำเนินกิจการเหมืองแร่ มีการห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่มิได้มีระบุเกี่ยวกับเหมืองแร่เอาไว้ แต่ในการทำเหมืองแร่ซึ่งจะมีโรงงานถลุงแร่หรือโรงงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจะไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่นี้ เพราะฉะนั้นจึงมีแนวโน้มไม่สามารถดำเนินการในเขตอนุรักษ์ป่าไม้ได้อยู่แล้ว ส่วนผังเมืองรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2557 และประกาศใช้ปี 2560 ฉะนั้นจึงมีข้อสรุปว่าควรจะมีการปรับปรุงผังเมือง ซึ่งในวันที่ 25-26 มิถุนายนนี้จะมีคณะเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการฯ ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูล ซึ่งสามารถจะเชิญผู้ร้องมาให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับชาวบ้านข้อแรกเสนอให้มีการกำหนดที่ดิน ส.ป.ก.ลงไปในผังเมืองรวมที่จะปรับปรุงได้หรือไม่ เพื่อจะได้แยกให้ชัดเจนระหว่างพื้นที่ ส.ป.ก.กับพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ เพราะในอนาคตประชาชนไม่เข้าใจว่าอนุรักษ์คืออะไร ถึงแม้จะมีข้อยกเว้นที่ดิน ส.ป.ก.ก็ตาม และอีกข้อประชาชนต้องการให้เขียนกำหนดไม่ต้องการให้มีการทำเหมืองแร่ทองคำทั้งหวัดจะทำได้หรือไม่ โดยนายนิพนธ์แจ้งว่า นโยบายของกรมฯต้องการให้ลงที่ดิน ส.ป.ก.ในผังเมืองรวมอยู่แล้ว ส่วนการเสนอเรื่องห้ามการทำเหมืองแร่ทองคำนั้น ก็ให้นำเสนอผ่านคณะกรรมการฯที่จะลงพื้นที่ ส่วนจะมีการนำใส่ลงไปได้หรือไม่ ก็ต้องไปคณะกรรมการฯนำกลับไปพิจารณา

ด้านนายอธิวัฒน์ ชิดอรุณธนวัฒน์ อัยการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวว่า พื้นที่ตามมติ ครม.กำหนดไว้ในการสำรวจแร่ตรงนี้จะไปเบรกหรือทำอะไรไม่ได้หากมีการขออาชญาบัตรแล้ว แต่มีกฎหมายอื่น อาทิ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะมีกฎหมายเฉพาะ ถ้าผังเมืองกำหนดสร้างโรงถลุงแร่ โรงแต่งแร่ไม่ได้ ก็จะออกประทานบัตรไม่ได้ ซึ่งผู้ว่าฯระบุว่าที่ผ่านมาก็ว่ากันไปแต่หลังการปรับปรุงผังเมืองแล้ว จะไม่ให้มีเหมืองแร่ก็ขอไปตามนั้น ส่วนจะได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะเป็นสิ่งที่ชาวบ้านหรือราษฎรต้องการ จังหวัดเป็นคนกลางก็ทำไป หากจะไม่ให้ก็ต้องมีเหตุผลชี้แจงกับราษฎร ไม่เช่นนั้นจะมาทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นกันทำไม เมื่อให้รับฟังราษฎรก็ต้องมีสิทธิ์นำเสนอ ซึ่งในวันที่ 25-26 มิถุนายนนี้คณะกรรมการปรับปรุงผังเมืองรวมจะลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จึงสมควรให้มีเวทีให้ประชาชนได้เสนอความคิดเห็น จากนั้นที่ประชุมจึงกำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนนี้โดยในช่วงเช้าให้จัดเวทีขึ้นที่อ.วังโป่งและในช่วงบ่ายจัดเวทีขึ้นที่อ.หนองไผ่ พร้อมกำชับให้นายอำเภอจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่รับฟังพร้อมชี้แจงกับราษฎรด้วย

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน