ทีมแพทย์เพชรบูรณ์ คาดการณ์หากเพชรบูรณ์ไม่คุมเข้มโควิดจริงจัง ผู้ป่วยหนักอาจพุ่งปรี๊ด 500 คนภายใน 2 สัปดาห์ ผู้ว่าฯปลุกชาวเพชรบูรณ์ช่วย #saveเพชรบูรณ์

เพชรบูรณ์-ทีมแพทย์คาดการณ์ หากเพชรบูรณ์ไม่คุมเข้มโควิดจริงจัง ผู้ป่วยหนักอาจพุ่งปรี๊ด 500 คนภายใน 2 สัปดาห์ ผู้ว่าฯปลุกชาวเพชรบูรณ์ช่วย #saveเพชรบูรณ์ ยกกทม.เปรียบเสมือนกรุงศรีฯถูกโควิดตีแตก เพชรบูรณ์เหมือนบ้านระจัน แตกหรือไม่?อยู่ที่ปชช.

วันที่ 24 มีนาคม นพ.ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ระหว่างการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า ที่ผ่านมามีการตรวจผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ตรวจพิสูจน์ทั้งหมด 64 ราย ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศที่ป่วยมาและเป็นคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศและเริ่มป่วย รวมทั้งผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยที่ยืนยันมาจากที่อื่นและในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์บ้าง ปรากฏพบเชื้อเพียง 3 ราย โดยทุกรายที่ผลตรวจยืนยันแล้วจะให้รักษาที่โรงพยาบาล จนกระทั่งได้รับการรักษาจนไม่พบเชื้อจึงจะให้กลับบ้าน

“ส่วนที่เหลือรวมทั้ง 9 รายหลังสุดที่รอผลการตรวจนั้นพึ่งได้รับการยืนยันเมื่อคืนวานนี้(22มี.ค.) ไม่พบเชื้อทั้งหมดและให้กลับบ้านไปทั้งหมดแล้ว ส่วนสถานการณ์ในขณะนี้แต่ละอำเภอก็ยังมีผู้ที่ต้องถูกติดตามเฝ้าระวังอาการเป็นจำนวนมาก ในส่วนของการคุมเข้มการระบาดยังไงก็จะต้องมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เพียงแต่เราอยากจะให้เป็นแบบที่ 2 โดยเส้นกาพย์ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้มีศักยภาพในการดูแลได้ ซึ่งจะทำให้มีผู้ป่วยถึงกับเสียชีวิตน้อยและผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหาย ในกรณีที่เสียชีวิตหากเป็นเกินศักยภาพในการดูแลของทางสาธารณสุข ก็จะกลายเป็นการสูญเสียเยอะก็เลยต้องช่วยกันประคองไม่ให้กาพย์พุ่งสูงขึ้นโดยทันที”นพ.สาธารณจังหวัดฯกล่าว

 

ทั้งนี้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ สอบถามถึงทีมแพทย์เพชรบูรณ์มีการทำสถิติตัวเลขคาดการณ์ถึงการแพร่ระบาดในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์หรือไม่ ซึ่งนพ.ชัยวัฒน์กล่าวชี้แจงว่า มีคาดการณ์อยู่โดยประชากรเพชรบูรณ์เกือบ 1 ล้านคน หากติด 10 เปอร์เซ็นต์ก็ราว 1 แสนคน แต่จริงๆจะคิด 1 เปอร์เซ็นต์ของการติดเชื้อ หากไม่ควบคุมอะไรเลยก็ราว 10,000 คน และในจำนวนนี้ราว 5 เปอร์เซ็นต์หรือราว 500 คนจะมีอาการค่อนข้างหนัก ถึงขั้นเฝ้าระวังเรื่องปอดและต้องดูแลใกล้ชิดอาจต้องใส่เครื่องช่วยใจ คาดการณ์ว่าช่วงเวลาที่จะพบผู้ป่วยสูงสุดในราว 2 สัปดาห์หรืออาจจะถึงก่อนสงกรานต์นี้ หากยังไม่มีมาตรการควบคุมอย่างเข้มข้นจริงจัง

อย่างไรก็ตามนายสืบศักดิ์ได้กำชับว่า ไม่ต้องตกใจเพราะเป็นตัวเลขสถิติการระบาดวิทยา ซึ่งหากไม่ทำอะไรเลยหรือไม่มีมาตรการอะไรก็จะมีผู้ป่วยหนักติดเชื้อราว 500 คนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แต่เครื่องช่วยหายใจทั้งหมดได้รับรายงานมีการสำรวจแล้วมีแค่เพียงราว 100 เครื่องเท่านั้น จึงย้ำว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆและเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันเซฟเพชรบูรณ์ เวลานี้ กทม.ก็เหมือนกรุงศรีอยุธยาตอนกรุงแตกแล้วถูกโควิดตีจนแตก ส่วนเราจะเหมือนบางระจันจะแตกต่อหรือไม่ ฉะนั้นตอนนี้ต้องช่วยกันให้ 14 วันนี้รอดให้แล้ว และหากผ่าน 14 วันนี้ไปได้ระบบหมอจะอยู่ได้ แต่หากไม่ทำอะไรกันเลยปล่อยไปตามเวรตามกรรม ก็ 500 คนหลังจากนี้ 2 สัปดาห์จะยิ่งกว่ากรุงศรีอยุธยาถูกตีอีก

นายสืบศักดิ์กล่าวย้ำอีกว่า เพชรบูรณ์จะไปถึงขั้นนั้นหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่อยู่ที่ผู้ว่าฯหรือหัวหน้าส่วนราชการ แต่อยู่ที่ประชาชนทุกคนต้องตระหนักและช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการที่ประกาศออกไป เพราะทุกมาตรการล้วนแต่ต้องการสกัดไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด โดยเฉพาะเรื่อง Social distancing หรือการเว้นระยะห่าง 2 เมตรสำคัญที่สุด ประชาชนต้องรู้และเข้าใจว่าทำอย่างไร ผู้ใหญ่บ้านต้องเปิดหอกระจายเช้ากลางวันเย็นและชี้แจงให้ลูกบ้านเข้าใจกันทุกวัน

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น