เพชรบูรณ์จุดกระแสต้านเผาอ้อย หลังค่า PM​ 2.5​ พรุ่งปรี๊ด จี้จังหวัด​ – รง.น้ำตาลแก้ไข กลุ่มภาคปชช.เริ่มเคลื่อนไหว “วิศัลย์”ไม่เอา​ รง.น้ำตาลแห่งที่ 3

เพชรบูรณ์จุดกระแสต้านเผาอ้อย หลังค่า PM2.5พรุ่งปรี๊ด จี้จังหวัด-รง.น้ำตาลเร่งแก้ไข กลุ่มภาคปชช.เริ่มเคลื่อนไหว ทำจดหมายเปิดผนึกเสนอผู้ว่าฯ 4 ข้อ ”วิศัลย์”ซัดการทำมาหากิน บนความเดือดร้อนของคนอื่น คือการละเมิดสิทธิกัน ฟันธง!ไม่เอา​ รง.น้ำตาลที่ห้วยใหญ่

วันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีค่าฝุ่น PM2.5 ที่อ.เมืองและอ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พุ่งเกินมาตรฐานจนมีผลต่อสุขภาพประชาชน โดยปัจจัยหลักมาจากการเผาไร่อ้อยของเกษตรกร ล่าสุดเริ่มมีองค์กรภาคเอกชนในจังหวัดและองค์กรสื่อมวลชน เคลื่อนไหวจี้ให้ทางจังหวัดเพชรบูรณ์และโรงงานน้ำตาลรวมทั้งสมาคมชาวไร่อ้อยเร่งหามาตรการแก้ไขในเรื่องนี้ โดยเริ่มจากนายปัณณทัต ปานเงิน ตัวแทนภาคประชาชน กลุ่มคนรักบ้านเกิดจังหวัดเพชรบูรณ์และสำนึกรักษ์ห้วยใหญ่ ได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงผู้ว่าราชการจ.เพชรบูรณ์ เรื่องวิกฤตมลภาวะทางอากาศ PM 2.5 ที่สูงเพิ่มขึ้น จนมีผลต่อสุขภาพประชาชน นอกจากนี้ยังสะท้อนการทำงานของทางจังหวัดฯพร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งเกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดหรือล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพในเรื่องควบคุมดูแลการเผาอ้อยหรือไม่?

โดยนายปัณณทัตได้ยื่นเสนอข้อเรียกร้องรวม 4 ข้อ ได้แก่ ให้มีคำสั่งห้ามบริษัทเอกชนเข้าส่งเสริมการปลูกอ้อยในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์, ห้ามเพิ่มพื้นที่การปลูกอ้อยและต้องลดพื้นที่เสี่ยงเผาให้น้อยลง, ลดพื้นที่การเพาะปลูกอ้อยลง, เพิ่มจุดตรวจสอบสภาพอากาศ PM2.5 ทุกอำเภอส่วนเครือข่ายองค์กรโลกสีเขียวจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายสมศักดิ์ คงวิเศษ แกนนำฯ เชิญสมาชิกประชุมหารือเรื่องปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มสูงจนน่าตกใจ เพื่อกำหนดท่าทีต่อปัญหา PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นสูงใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.วิเชียรบุรีและอ.เมืองเพชรบูรณ์แบบพรวดพราดในครั้งนี้

ส่วนนายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจ.เพชรบูรณ์ และแกนนำกลุ่มคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่ ได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวโดยระบุว่า “การทำมาหากินโดยสุจริตไม่มีใครว่าอะไร แต่การทำมาหากินที่ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น มันคือการเบียดเบียนกันและละเมิดสิทธิกัน  จึงเป็นที่น่ารังเกียจต้องถูกต่อต้านไม่ให้เกิดมีขึ้นในเมืองเพชรบูรณ์”

“ความยากจนหรือความจำเป็นต้องทำมาหากินเพื่อความอยู่รอด ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างที่จะทำอะไรก็ได้ แม้จะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน  เพราะทุกคนก็ต้องทำมาหากินเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน แต่ต้องเป็นอาชีพหรืองานที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร!! ถึงจะอยู่ด้วยกันได้อย่างปกติสุขในสังคมและตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้มีปัญหาเพิ่มขึ้น  ไม่เอาโรงงานน้ำตาลแห่งที่ 3 ที่ห้วยใหญ่ครับ เพราะมันอยู่ในเขตอนุรักษ์เพื่อ เกษตรปลอดภัยและท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติ  และมันใกล้เมืองเกินไป !! คัดค้านโรงงานน้ำตาลแห่งที่ 3 ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ห้วยใหญ่”

อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นฝุ่น PM​ 2.5 เกินมาตรฐานที่จ.เพชรบูรณ์ ปรากฎว่าบนสังคมโซเชียลมีเดียต่างมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวและบางรายบอกเล่าประสบการณ์ถึงที่ได้รับผลกระทบ จนตอกย้ำความรู้สึกว่า “จะไม่อดทนกันอีกแล้ว”  ขณะเดียวกันส่วนใหญ่ต่างก็มีความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ทางจังหวัดฯและภาคราชการที่เกี่ยวข้อง ควรแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ที่ผ่านมานอกจากไม่มีความชัดเจนแล้ว ยังละเลยในการแก้ไขปัญหาอีกด้วย นอกจากนี้ยังเสนอให้ตัวแทนพรรคการเมืองในพื้นที่ มารับปัญหาเพื่อนำไปสะท้อนรัฐบาลเร่งแก้ไขอีกด้วย

สำหรับค่า PM2.5 ตามข้อมูลสำนักงานสาธารณสุขรายงานเมื่อวันที่ 12 ม.ค.63 ที่ผ่านมา อ.เมือง ค่า PM2.5= 112.67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ที่ อ.วิเชียร ค่า PM2.5 =126.67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่า PM2.5 ตามมาตรฐานต้องไม่เกิน 50 มโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น