ยันคนละแก๊ง

แก๊งตุ๋นโฉนด ที่แปดริ้วยังลอยนวล ส่วนที่ถูกรวบได้วันวานเป็นคนละแก๊ง

ฉะเชิงเทรา – แก๊งตุ๋นโฉนด ออกอาระวาดในพื้นที่แปดริ้วยังลอยนวล ส่วนกลุ่มที่กองปราบปราบตามรวบตัวมาได้เมื่อวันวานเป็นคนละแก๊งกัน หลังชาวบ้านและพยานหลายปากยืนยันเป็นเสียงเดียวไม่ใช่แน่นอน เหตุจากความแตกต่างของหน้าตาและวัยที่ผิดกันมาก

วันที่ 19 พ.ค.61 เวลา 06.00 น. นางทองย้อย นิลชัง อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/1 ม.10 ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แม่ค้าขายขนมพื้นบ้านในชุมชนหลังวัดทศราษฎร์เจริญมณีฤทธิ์ (วัดทศ) ผู้ที่เกือบตกเป็นเหยื่อของแก๊งคนร้ายกลุ่มต้มตุ๋นหลอกลวง ที่เข้ามาทำตีสนิทหว่านล้อมและจัดฉากแสดงละครให้เหยื่อหลงกลตายใจเข้าร่วมหุ้นในการไถ่ถอนโฉนดที่ดินติดจำนอง เพื่อนำออกมาขายแบ่งปันผลประโยชน์กันตามที่ได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ว่า

แก๊งหลอกลวงที่ทางตำรวจกองปราบปรามสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้เมื่อวานนี้ในเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี นั้น เป็นนักต้มตุ๋นคนละแก๊งกัน เนื่องจากมีหน้าตาและวัยที่แตกต่างกันมาก โดยแก๊งที่เข้าไปก่อเหตุในพื้นที่ จ.อ่างทอง และประจวบคีรีขันธ์ จนตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้นั้น อยู่ในช่วงของคนวัยกว่า 60 ปีขึ้นไปแล้วทั้งนั้น

ส่วนแก๊งคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุล่อลวงหญิงชราในเขตพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และพยายามที่จะหลอกลวงต้มตุ๋นตนอีกรายด้วยนั้น ผู้ก่อเหตุยังอยู่ในวัยสาวมากกว่า เพียงวัยประมาณ 50 ปีเท่านั้น อีกทั้งหน้าตายังดูดีมีฐานะและสวยกว่ามาก ผู้ต้องหาที่ทางกองปราบจับกุมตัวมาได้นั้น ทั้งนางสมพร นิธินรเศรษฐ อายุ 61 ปี นางธนิสสรณ์ ทิพยกุลวิสิฐ อายุ 62 ปี และนายเจริญ เกตุทอง อายุ 63 ปี จึงไม่ใช่นางโอ๋ นางเล็ก และนายสมนึก ที่เข้ามาก่อเหตุอย่างแน่นอน นางทองย้อย และกลุ่มชาวบ้านที่พบเห็นเหตุการณ์ต่างยืนยันจนเป็นเสียงเดียวกัน

ชาวบ้านยันเป็นเสียงเดียว

โดยนางทองย้อย ได้กล่าวต่ออีกด้วยว่า เมื่อช่วงสายวานนี้ตนเองยังได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปหานางโอ๋ ที่ได้ให้เบอร์โทรเอาไว้ติดต่อกันอีกครั้งกลับปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้แล้วเพราะมีการปิดเครื่องไว้ และต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ของเมื่อวานยังได้พยายามติดต่อไปหานางโอ๋ อีกรอบแต่ก็ปรากฎว่าโทรศัพท์ยังไม่สามารถติดต่อได้อีกเช่นเดิม

พร้อมทั้งกล่าวรำพันสั่งสอนไปถึงยังแก๊งคนร้ายที่มีอายุมากถึงกว่า 60 ปี ผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดดูข่าวในสื่อออนไลน์บางสำนักได้นำมาเสนอเป็นข่าวตามที่ตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวทั้งสามคนมาได้ด้วยว่า “แล้วไปอยู่ในคุกนี่ จะกินอะไร แก่ป่านนี้นี่จะตายในคุกหรือเปล่า เวรกรรมทำไมถึงคิดแบบนี้ ของเราเราก็รัก ของเขาเขาก็รัก ทำไมจะไปคิดแบบนั้น” สร้างความขบขันให้แก่กลุ่มชาวบ้านที่อยู่รายรอบข้าง

สนทะนาพร อินจันทร์

สนทะนาพร อินจันทร์

ลุยงานช่วยเหลือคนเดือดร้อนมาทั้งชีวิต อย่างไม่คิดเรียกสิ่งตอบแทน