ย้อนรอยสื่อโหนกระแสโซเชียล จบลงแค่ไฟไหม้ฟางยาย 84 ถูกล่ามโซ่

โหนกระแส

ฉะเชิงเทรา – ย้อนรอย สื่อหลักโหนกระแสสื่อสังคมโซเชียล แต่สุดท้ายจบลงแค่ไฟไหม้ฟาง หลังความช่วยเหลือยายวัย 84 ปี ป่วยอัลไซเมอร์กรณีถูกล่ามโซ่ยังไม่ถึงมือผู้ให้การดูแลตัวจริง ขณะน้องสาวเผยถูกสังคมตราหน้า ทั้งที่ยังต้องรับเลี้ยงพี่สาวต่างมารดาตามคำสั่งเสียพ่อเป็นอย่างดีตามกำลังความสามารถเท่าที่มีอยู่

วันที่ 10 เม.ย.61 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเชื่อม บุญมี (แอ้ว) อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.6 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ที่ถูกน้องสาวต่างมารดา คือ นางวิมล บุญมี อายุ 73 ปี ใช้โซ่ล่ามไว้เพื่อป้องกันพี่สาวซึ่งป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ ออกเดินหนีไปจากบ้านและหายตัวไปอีกเหมือนเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา จนตกเป็นข่าวดังผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ (เฟชบุ๊ก) และสื่อกระแสหลักที่โถมกระแสนำเสนอเป็นข่าวดังเมื่อวันที่ 5 เม.ย.61 ที่ผ่านมานั้น

นางเชื่อม ได้มีอาการป่วยจนถูกหามนำส่งไปรักษาตัวยังที่ รพ.พนมสารคาม หลังจากบาดแผลที่ถูกกระจกบาดติดเชื้อจนมีอาการไข้สูง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย.61 ที่ผ่านมา

เปิดใจน้องสาวยาย

สอบถาม นางวิมล น้องสาวต่างมารดาผู้ดูแลทราบว่า นางบุญมี ได้มีอาการตัวร้อนไข้ขึ้นสูงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากนางบุญมี ได้ทุบกระจกแตกจนมีเศษกระเบื้องบาดที่ขา และมีแมลงหวี่ตอมจนบาดแผลติดเชื้อบวม บุตรชายของตนจึงได้ช่วยเหลือนำไปส่งยังที่ รพ.พนมสารคาม เพื่อทำการรักษา ซึ่งล่าสุดในวันนี้แพทย์ได้อนุญาตให้ออกมาจากห้องวิกฤตแล้ว โดยมีบุตรสาวของตนนั้นคอยเฝ้าดูแลอยู่ที่ รพ.พนมสารคาม

ส่วนกระแสข่าวที่ถูกนำไปเผยแพร่โจมตีผ่านทางโซเชียลและสื่อต่างๆ ใส่ร้ายตนนั้น ไม่เป็นความจริงตามที่ถูกใส่ร้าย เนื่องจากหลานชายคนที่นำไปโพสต์ลงสื่อโซเชียลนั้นเป็นคนที่ไม่ถูกกัน ไม่ได้พูดจากัน เนื่องจากตนเองเคยแจ้งความเอาผิดกับเขาในกรณีที่เขาแอบลักลอบต่อใช้ไฟฟ้าจากบ้านตนเอง จนตำรวจได้ไกล่เกลี่ยให้เขาชดใช้ค่าไฟฟ้าจำนวนกว่า 1 พันบาทคืนมาให้ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับที่ดินมรดกที่อยู่อาศัยจำนวน 14 ไร่แปลงนี้อีกด้วย ที่ตนและพี่สาวยังไม่ได้มีการแบ่งแยกให้แก่หลานๆ จึงทำให้เขาไม่พอใจ

จำเป็นต้องล่าม

ส่วนกรณีการล่ามโซ่พี่สาวต่างมารดาที่ตกเป็นข่าวนั้น ตนได้ล่ามจริงเพื่อไม่ให้แกหนีออกจากบ้าน หรือออกไปเดินจนหกล้มฟาดหงายหลังอยู่บ่อยครั้ง และบางครั้งยังไปเก็บฝักมะขามที่อยู่ข้างบ้านมากินจนเกิดอาการท้องเสีย และหลังจากถ่ายท้องแล้ว ก็จะนำเอาอุจจาระมายาไปทั่วบริเวณบ้าน และก็ไม่ได้ล่ามแกทุกวัน โดยจะล่ามก็ต่อเมื่อจะไม่อยู่บ้านเท่านั้น และยังได้ว่าจ้างหลานชายที่ชื่อ นายสมศักดิ์ คล้ายสุวรรณ ให้มาคอยดูแลแทนให้ ไม่ได้มีการปล่อยทิ้งแต่อย่างใด

แต่คนที่เราได้จ้างให้มาดูแลแทนนั้นเขากลับไม่มาคอยดูแลให้ จนปล่อยให้โซ่พันขาล้มลงตามที่เห็นทั้งที่รับเงินค่าจ้างไปแล้ว จำนวน 300 บาท โดยให้มาดูแลทำกับข้าวให้นางเชื่อมกิน แค่ช่วงเวลา 2 วันที่ตนเดินทางไปต่างจังหวัด และได้เตรียมข้าวสาร ไข่ ปลากระป๋อง และอุปกรณ์เครื่องปรุงอาหารเอาไว้ให้แล้ว ที่ตนถูกใส่ร้ายนั้นจึงไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด

ล่ามเพราะไม่อยากให้เจ็บ

ซึ่งปกติตนมีอาชีพทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่ จ.สระแก้ว แต่ต้องลาออกมาจากงานเพื่อมาคอยดูแลพี่สาวมานานถึงเกือบ 4 ปีเต็มแล้ว ตั้งแต่ปี 2558 ก็เพราะพ่อได้สั่งเสียเอาไว้ว่าให้ดูนางเชื่อมจนกว่าจะตายจากกันไป ส่วนคนอื่นที่อ้างว่าเคยเอาข้าวเอาน้ำมาให้กินเป็นประจำนั้น ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเข้ามาหยิบยื่นให้ทั้งที่ขับรถผ่านบ้านไปมาทุกวัน

แม้แต่เงินช่วยเหลือที่มีการนำมามอบให้กันไว้ เพื่อนำมาช่วยเหลือนางเชื่อม ทั้งจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายกเหล่ากาชาดจังหวัด จำนวน 2 พันบาท และทาง อบต. อีก 1 พันบาท ก็ไม่เห็นมีใครนำมาให้การช่วยเหลือ เพราะคนที่เขารับเงินไปก็ไม่ได้เข้ามาดูแล ส่วนคนที่จ้างมาดูแลและรับเงินไปนั้นเขาก็ไม่ได้เข้ามาดูแลเช่นกัน เพราะต้องจ้างเขาถึงจะมา นางวิมล กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น