ประกาศจาก รฟท.

ชาวบ่อบัวดีใจ หลัง กมธ. สว.เอาจริงทำ รฟท.ขึ้นป้ายหยุดขยายเวลาเอื้อเอกชนแล้ว

ฉะเชิงเทรา – ชาวบ่อบัวดีใจ หลัง กมธ.ตรวจสอบทุจริต สว. ลงพื้นที่สอบหาข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนที่ดินรถไฟเมื่อเดือนก่อน ทำการรถไฟแห่งประเทศไทยขึ้นป้ายระงับการขยายเวลาก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ตามบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญา หลังพบส่อเอื้อเอกชนนำไปใช้ในการอ้างสิทธิ์ขูดรีดโขกเก็บค่าเช่าที่แผงค้าขายรายวันจากผู้ค้าภายในตลาดสดบ่อบัวมาอย่างยาวนานถึงกว่า 24 ปี

วันที่ 16 มิ.ย.63 เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบพื้นที่บริเวณโดยรอบตลาดสดบ่อบัว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับที่หยุดรถไฟแปดริ้ว ภายในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมาของวันนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ของทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำแผ่นป้ายไวนิลที่พิมพ์ข้อความหนังสือ รฟ.1/1166/2563 ด่วนที่สุดขนาดใหญ่ ลงวันที่ 8 มิ.ย.63 จากผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ “ระงับการขยายระยะเวลาปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง”

ด่วนที่สุด

มาทำการติดตั้งประกาศไว้โดยรอบบริเวณพื้นที่ของตลาดสดบ่อบัวทุกด้าน จำนวน 5-6 แผ่นป้าย ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ต่างทยอยวนเวียนกันเข้ามาอ่านดูข้อความที่ด้านบนแผ่นป้าย โดยหลายคนต่างแสดงความดีใจ แต่ไม่กล้าที่จะเปิดเผยหรือให้ข้อมูลแก่ผู้สื่อข่าว โดยบนแผ่นป้ายทั้งหมดทุกแผ่นมีข้อความตรงกัน ถึงกรรมการผู้จัดการบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์การเช่าที่ดินของการรถไฟ แปลงนี้ว่า

บ่อบัวไม่พัฒนา

ให้ระงับการขยายระยะเวลาปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างตามที่ได้มีการจัดทำบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารฯ อ้างถึง หนังสือจากทางห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ลงวันที่ 4 ธ.ค.62 และหนังสือที่ บส./2344/2563 ลงวันที่ 9 เม.ย.63 รวมถึงบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารบริเวณที่หยุดรถไฟแปดริ้ว เลขที่ 903630056 ลงวันที่ 10 เม.ย.63

รอการตรวจสอบ

จากเดิมที่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าว (ต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นบริษัท) ได้แจ้งขอขยายระยะเวลาปลูกสร้างอาคารออกไปถึง 5 ปี และขอคงระยะเวลาจัดหาประโยชน์ตามสัญญา 30 ปี และหนังสือฉบับอ้างถึง 2 การรถไฟ แจ้งผลการพิจารณาขยายระยะเวลาปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างให้บริษัทมีกำหนด 5 ปี ให้นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2568 และสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อดำเนินการจัดหาประโยชน์บริเวณที่หยุดรถแปดริ้ว

บ่อบัวไม่เคยพัฒนา

สัญญาเช่ามีกำหนดให้ 25 ปี นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2593 และตามอ้างถึง 3 การรถไฟ ได้จัดทำบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารฯ ระยะเวลาจากสัญญาเริ่มแรกรวมกับระยะเวลาที่อนุญาตขยายระยะเวลาก่อสร้างให้ใหม่มีกำหนด 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2558 ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ซึ่งบริษัทได้ลงนามบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารฯ แล้ว ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

วนเวียนมาดู

เนื่องด้วยปัจจุบันการรถไฟฯ ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการร้องเรียนซึ่งเป็นข้อเท็จจริงใหม่ และการพิจารณาของหน่วยงานต่างๆ ที่รับเรื่องร้องเรียนยังไม่ได้ข้อยุติ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และคงไว้ซึ่งประโยชน์ต่อการรถไฟ และเป็นการแก้ไขปัญหาลดข้อขัดแย้งการนำไปสู่ปัญหามวลชนอาจจะเกิดขึ้นได้ จึงขอระงับการขยายเวลาปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาฉบับที่อ้างถึง 3 ไว้ก่อน เมื่อการรถไฟได้ตรวจสอบเป็นที่ยุติแล้วจะแจ้งผลให้ทราบในโอกาสแรก ลงชื่อ นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย

ทำประชาชนสับสน

อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่มายืนเฝ้าอ่านข้อความบนแผ่นภาพดังกล่าว หลายคนยังต่างพากันงุนงงสับสนเกี่ยวกับข้อความที่ปรากฏบนแผ่นป้าย ที่มีข้อความระบุถึงวันเดือนปี และ พ.ศ. ที่วกไปวนมาชวนสับสน เช่น ข้อความว่า “นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2568” ซึ่งเป็นการลงวันที่นับถอยหลัง ที่อาจเป็นหนังสือราชการที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือไม่ จนทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่แน่ใจว่า เป็นสำเนาจากหนังสือฉบับจริงที่ออกมาจากทางการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือไม่

ที่ดินรถไฟ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีการร้องเรียนถึงการให้สัมปทานแก่บริษัทเอกชนเช่าที่ดินจากการรถไฟ และเข้าเรียกเก็บผลประโยชน์จากชาวบ้าน ได้เกิดข้อสงสัยและร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างยาวนานถึงกว่า 24 ปี ที่ตลาดสดบ่อบัวแห่งนี้ยังไม่เคยได้รับการพัฒนาให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะและเกิดความสวยงามมาก่อนแต่อย่างใด ทั้งที่มีการเรียกเก็บเงินและอ้างว่าจะนำไปพัฒนาตลาดมาโดยตลอด

ตลาดสดบ่อบัวแปดริ้ว

จนล่าสุดได้มี นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ประธานอนุกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภาพร้อมคณะฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่มาสอบถามปัญหาข้อร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่จริงภายในตลาดบ่อบัวแล้ว เมื่อวันที่ 19 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ หลังการลงพื้นที่จริงว่า

นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ลงพื้นที่

จากการตรวจสอบตามหนังสือร้องเรียนที่ได้รับมาเบื้องต้นพบว่าผู้เช่าไม่ได้มีการปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย นับตั้งปี พ.ศ.2539 มาจนถึงปี พ.ศ.2544 ทางการรถไฟจึงได้มีการบอกเลิกสัญญาในวันที่ 1 พ.ย.44 และมีการฟ้องคดีต่อศาลแล้ว แต่ต่อมาทาง รฟท.กลับมีการไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาล เมื่อวันที่ 23 ก.พ.53 ให้ผู้เช่าเดิมกลับมาได้รับสิทธิ์อีกครั้ง ในการทำสัญญาฉบับใหม่ โดยให้มีการชำระค่าเสียหายเพียงเล็กน้อย

ประกาศจากรถไฟ

หลังจากวันที่ 24 ก.พ.53 ไปจนถึง 27 มี.ค.57 รวมเวลา 4 ปี กลับไม่มีการทำสัญญาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอม แต่ รฟท.ได้ปล่อยให้ผู้เช่าเข้าไปเก็บผลประโยชน์ค่าแผงขายในตลาดบ่อบัวเหมือนเดิม โดยที่ไม่ได้มีการนำเงินมาพัฒนาตลาดให้ดีขึ้นตามสภาพที่ได้มาเห็น และยังปรากฏว่าได้มีการทำสัญญาฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.57 กำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 1 เม.ย.57 – 31 มี.ค.62 เพื่อปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ 178 คูหา อาคารตลาด และแผงขาย  160 แผง ลานคนเดินและลานจอดรถอีก 250 คัน

ประกาศไว้รอบพื้นที่

กระทั่งมาถึงวันที่ 27 ธ.ค.61 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าการก่อสร้างจะไม่แล้วเสร็จตามสัญญาเช่า การรถไฟกลับอ้างเหตุว่า “เนื่องจากมีผู้บุกรุกในพื้นที่เช่าจำนวนมาก เป็นเหตุให้มีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถเข้าดำเนินการในพื้นที่เช่าตามสัญญาดังกล่าวได้ จึงได้ทำการจัดทำบันทึกขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี 2 เดือน 14 วัน ถึงวันที่ 14 มิ.ย.63” ทั้งที่สัญญาเช่าข้อ 7 และมติคณะกรรมการรถไฟ ครั้งที่ 12/2552 เมื่อวันที่ 13 พ.ย.52

ขึ้นแผ่นป้ายไว้ทั่วบริเวณ

ได้กำหนดเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้เช่าหากก่อสร้างไม่เสร็จ ต้องทำการริบหลักประกันสัญญาและบอกเลิกสัญญาเช่า แต่กลับไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด การกระทำของเจ้าหน้าที่การรถไฟ และผู้เกี่ยวข้อง ถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการไม่รักษาผลประโยชน์ของหน่วยงานรัฐ ทำให้การรถไฟได้รับความเสียหายจากเงินค่าแผงขายของที่สมควรจะต้องได้รับ เนื่องจากมีการเก็บเงินมานานถึงกว่า 24 ปี แต่กลับไม่มีการก่อสร้างปรับปรุงตลาดแต่อย่างใด

ชาวบ้านสนใจ

โดยระบุว่า หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังปัญหาเพื่อนำข้อมูลพร้อมภาพถ่ายไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การรถไฟ ว่ามีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหายตามที่ได้รับการร้องเรียนหรือไม่ นายวิวรรธน์ ระบุในวันนั้น จนมาถึงในวันนี้จึงทำให้การรถไฟมีหนังสือให้ระงับการขยายระยะเวลาปลูกสร้างอาคารไว้ก่อนดังกล่าว

ชาวบ้านส่วนใหญ่ ไม่กล้าให้ข้อมูล

รัฐวิสาหกิจบริหารเหลวจากบินไทยสู่ รฟท.กรรมาธิการ สว.ลงคุ้ยแผลเน่าตลาดบ่อบัว

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สนทะนาพร อินจันทร์

สนทะนาพร อินจันทร์

ลุยงานช่วยเหลือคนเดือดร้อนมาทั้งชีวิต อย่างไม่คิดเรียกสิ่งตอบแทน