สุดทึ่ง ”ยายเด๊ะ” หาบน้ำตาลสดกรุงเก่าขายยาวนาน 65 ปี

พระนครศรีอยุธยา-เปิดชีวิต”ยายเด๊ะ”วัย75ปีนักสู้ชีวิตหากินขายน้ำตาลสดยาวนานมา 65 ปีเลี้ยงครอบครัว เผยช่วงโควิดน้ำตาล่วงสุดท้อเกือบตาย โชคดีได้เงินเยียวยารัฐบาลช่วย เดินหน้าต่อ ฝากเคล็ดลับมีลมหายใจก็ต้องสู้ต่อไปอย่าท้อแท้

ช่วงโควิดทำเอาหลายชีวิตลำบากเดือดร้อนไปทั่วหน้า ยายเด๊ะ นายบุตร อายุ 75 ปีบ้านอยู่ หมู่ 9 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา มีอาชีพขายน้ำตาลสดอยู่บริเวณหน้าวิหารพระมงคลบพิตร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความเดือดร้อนช่วงโควิด ถึงกับน้ำตาล่วงเมื่อพูดถึงช่วงวิกฤตดังกล่าว ไม่มีเงินติดตัวสักบาท

ยายเด๊ะ ยึดอาชีพขายน้ำตาลสดผลผลิตที่ได้จากต้นตาลในหมู่บ้าน นำออกมาขายในแหล่งท่องเที่ยว โดยยายเด๊ะขายมาตั้งแต่อายุ 12 ปี เนื่องจากบริเวณใกล้บ้านมีดงต้นตาล คนท้องถิ่นจึงทำอาชีพเก็บตาลเพื่อนำมาทำน้ำตาลขาย ซึ่งน้ำตาลจากต้นตาลแห่งนี้ มีผู้คนในจังหวัดซื้อไปปรุงแต่งอาหารและขนมสืบทอดมาจนวันนี้ ด้วยความที่ครอบครัวก็เป็นหนึ่งในครอบครัวทำน้ำตาลขาย ยายเด๊ะจึงนำน้ำตาลสดนั่งเรือข้ามฟาก จากท่าเรือฝั่งวัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม มาขึ้นในฝั่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม แล้วเดินรัดเลาะไปจนถึงบริเวณหน้าวิหารพระมงคลบพิตร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ยายเด๊ะบอกว่า เมื่อก่อนที่ยังเป็นสาวอายุ 12 ปีนั้นเดินหาบหม้อน้ำตาลสดมาหลายสิบปี แต่ปัจจุบันเมื่อขึ้นฝั่งมาก็ต้องนั่งวินจักรยานยนต์รับจ้าง เนื่องจากอายุมากแล้ว เพื่อนำน้ำตาลสดมาขาย น้ำตาลสดของยายเด๊ะ เป็นน้ำตาลสดแท้ จึงมีผึ้งจำนวนมากมาเกาะมาตอมตลอดเวลา ยายเด๊ะบอกว่าผึ้งเหล่านี้เป็นเหมือนลูกหลานมากินน้ำตาลสดที่ติดอยู่ตามหม้อ ไม่เคยไล่ ถ้าไล่ก็จะถูกต่อยจนมือบวม ยายเด๊ะนั่งขายอย่างนี้มาตั้งแต่สาวจนอายุ 75 ปีแล้ว ไม่เคยหยุด แม้กระทั่งช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ช่วงที่นักท่องเที่ยวหยุดเที่ยวช่วงเดือนมีนาคม 63 จนกระทั่งเมษายน ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ยายเด๊ะบอกว่าหาบหม้อน้ำตาลสดมาถึงวัด ถึงกับตกใจ เพราะร้านค้าปิดเงียบ คนไม่มี ยายเด๊ะวางหาบลงด้วยความเหนื่อย ถอนหายใจอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะร้องไห้ออกมาด้วยความท้อแท้ หมดหวัง เมื่อรู้ว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้ว ต้องหาบหม้อน้ำตาลสดกลับไปนอนบ้าน

ช่วงเวลาที่อยู่บ้านแบบเหงๆ ก็ติดตามข่าวสารเมื่อรู้ว่าต้องหยุดยาวนาน ทำให้เป็นห่วงลูกหลานที่มีอยู่หลายคนกลัวไม่มีอะไรประทังชีวิต เนื่องจากยายเด๊ะไม่มีสามี แต่ต้องขายน้ำตาลสดเลี้ยงหลานๆหลายคนที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน นอกจากน้ำตาลสดที่หลานเก็บมาแล้วยังมีค่าวัสดุอื่นๆที่เป็นต้นทุนกว่า 300 บาท เมื่อเทียบกับรายได้ที่เหลือกำไรวันละ ร้อยกว่าบาทถึงสองร้อยบาท  ก็พอที่จะเลี้ยงลูกหลานได้ แต่โควิดทำให้ไม่มีรายได้เลยแม้แต่บาทเดียว ทำให้คิดมาก จนนอนไม่หลับ โชคดีที่ได้เงินเยียวยาจากรัฐบาลช่วยมา 15,000 บาท รอดตายอย่างหวุดหวิด เงินนี้ก็เข้าไปรวมกับเงินที่ได้จากผู้สูงอายุของ อบต.สำเภาล่มที่ได้เดือนละ 700 บาท โดยผ่านบัญชีของหลานสาวที่อยู่ด้วยกัน นางอ๊ะ จันทร์พุ่ม บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เลขบัญชี 985882921-3

นางอ๊ะ จันทร์พุ่ม เล่าให้ฟังว่ายายเด๊ะเป็นสาวโสดที่ขายน้ำตาลสดมานาน ทุกวันนี้ได้เงินมาก็จะนำมาเลี้ยงหลานๆ ซี่งจะพักอาศัยด้วยกัน 6 คน ตนเองอายุ 62 ปีมีหน้าที่หุงข้าวหาปลาให้ยายเด๊ะรับประทาน เป็นอาหารพื้นบ้านทั่วไปไม่เน้นเผ็ด ทำให้ยายเด๊ะสุขภาพแข็งแรง แต่ทุกคนก็เป็นห่วงยายเด๊ะที่ต้องเดินหาบหม้อน้ำตาลไปขายคนเดียว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะหลานคนอื่นๆก็แยกย้ายไป พี่น้องก็อยู่คนละที่

วันนี้สถานการณ์โควิด 19 เริ่มดีขึ้น ยายเด๊ะยังบอกด้วยว่ารู้สึกดีใจที่มีนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มาเที่ยวที่วิหารพระมงคบพิตร และมาอุดหนุนยายเด๊ะ ทำให้มีรายได้วันละ 400-500 บาท พอที่จะฟื้นกลับมา สิ่งที่ทำให้ยังมีแรงสู้ทุกวันคือการมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ นอกจากขายน้ำตาลสดของตนเองแล้ว ยังช่วยคนอื่นขายเมี่ยงคำซึ่งบอกว่ามีคนแก่ ที่แก่กว่ายายเด๊ะเอามาเดินขาย ตนเห็นเขาลำบากเลยช่วยขาย โดยไม่ได้เอาส่วนแบ่งอะไร และอีกสิ่งหนึ่งคือการไม่ท้อแท้กับชีวิต กับความยากลำบาก ทำให้ตนเดินหาบหม้อน้ำตาลสดมายาวนาน 65 ปี จนวันนี้ ที่สำคัญต้องรักษาสุขภาพตนเองให้มีลมหายใจ สู้ต่อไป ใครมาเที่ยววิหารพระมงคบบพิตร อย่าลืมแวะอุดหนุนยายเด๊ะ น้ำตาลสดกรุงเก่า หรือช่วยเหลือครอบครัวที่เบอร์บัญชีดังกล่าว

สัมฤทธิ์ เจียมเจริญพรกุล

สัมฤทธิ์ เจียมเจริญพรกุล

รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต การเมืองการปกครองท้องถิ่น สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา ปริญญาบริหารธุรกิจ มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มทร.สุวรรณภูมิ นักเรียนการแสดง รัชฟีล์มที่วี artspa ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรณาธิการข่าวสถานีโทรทัศน์เคเบิลเอทีวี บรรณาธิการเจ้าของน.ส.พ.เอทีวีวิชั่น นักเขียนอิสระ