ตะลึงต้นตะเคียนยักษ์อายุร่วม 100 ปี โผล่กลางแม่น้ำวังชาวบ้านเชื่อเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิต

ที่บริเวณแม่น้ำวังชุมชนศรีบุญเรือง ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีต้นตะเคียนขนาดใหญ่โผล่กลางแม่น้ำวัง เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าวได้พบกับนายบุญทรง ชุ่มแสง จิตอาสาชุมชน ศรีบุญเรือง ก่อนจะพาผู้สื่อข่าวลงไปดูต้นตะเคียนยักษ์ในแม่น้ำวัง เบื้องต้นพบว่าต้นตะเคียนถูกลากขึ้นจากกลางแม่น้ำไว้ข้างฝั่งแล้วซึ่งต้นตะเคียนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มีความยาวเกือบ 30 เมตรเส้นผ่าศูนย์กลางเกินสองคนโอบอายุน่าจะเกิน 100 ปี

นายบุญทรง ในฐานะจิตอาสา ชุมชนศรีบุญเรืองเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ต้นตะเคียนต้นนี้อายุน่าจะเกิน 100 ปีที่จมอยู่กลางแม่น้ำวังที่บริเวณแยกสบซึ่งแม่น้ำสองสายคือน้ำแม่ตุ๋ยและน้ำวังที่ไหลมาบรรจบ แต่ชาวบ้านพบเห็นมานานหลายปีแล้ว หลังน้ำลดเห็นรำไรซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านมีความเชื่อว่าต้นตะเคียนที่จมอยู่ในแม่น้ำวังมีเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ เนื่องจากเจ้าแม่ไปเข้าฝันชาวบ้านจากที่อื่นรวมถึงชาวบ้านชุมชนว่าอยากขึ้นจากน้ำ เพราะอยู่ในน้ำนานมาก ทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่รวมถึงชาวบ้านชุมชนมีความเชื่อและได้ลงความเห็นว่า หากมีโอกาสควรนำต้นตะเคียนรวมถึงเจ้าแม่ตะเคียนขึ้นมาจากน้ำ จนกระทั่งหลังน้ำลดจึงประสานเทศบาลนครลำปางนำรถแบ็คโฮมาลากต้นตะเคียนขึ้นไว้ข้างฝั่ง พอมีคนทราบข่าวปรากฏว่ามีพระภิกษุเดินทางมาดู และขออัญเชิญต้นตะเคียนไปไว้ที่วัดต่างถิ่น แต่ด้วยความเชื่อของชาวบ้านในชุมชนไม่อยากให้เจ้าแม่ ตะเคียนไปอยู่ที่อื่นจึงปฏิเสธไม่ให้ต้นตะเคียน และมีความประสงค์ให้ต้นตะเคียนอยู่คู่ชุมชนเพื่อสักการะกราบไหว้บูชาต่อไป ซึ่งทางชุมชนเองจะได้มีการประชุมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ป้าต้อย ชาวชุมชนศรีบุญเรือง เจ้าของร้านอาหารตามสั่งตั้งอยู่ริมถนนแม่น้ำวังเปิดเผยว่าจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนเชื่อว่าต้นตะเคียนที่จมน้ำในแม่น้ำวังนั้นมีเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ และเข้าฝันชาวบ้านว่าอยากขึ้นมาจากน้ำเพราะว่าจมอยู่ในน้ำนานแล้ว ตัวป้าเองก็เชื่อตามคำบอกเล่า แต่ที่ผ่านมาหลายปีชาวบ้านชุมชนก็มักจะเห็นต้นตะเคียนหลังน้ำลดแต่ไม่มีโอกาสนำขึ้นมาเพราะว่าต้นเคียนมีขนาดใหญ่แต่ขณะนี้มีการบอกกล่าวนำขึ้นไว้ข้างฝั่งถือว่าที่เป็นนิมิตรหมายดีชาวบ้านเองก็จะได้สักการะกราบไหว้บูชาต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดลำปาง กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น