ง้อโหดเมียตีจากชักมีดกระซวกปลิดชีวิตเซ่นเลิกคือตาย

หนุ่มใหญ่ตามง้อเมียขอคืนดีกลับถูกปฏิเสธหลายครั้ง ล่าสุดเหลืออดก่อเหตุใช้มีดปอกผลไม้จ้วงแทงเสียชีวิต

นครสวรรค์-เมื่อเวลา 04.30 น. วันนี้ (7 เม.ย.64) พ.ต.ท.เสกสรร สุขเกษม สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.ตาคลีว่า มีเหตุคนถูกแทงเสียชีวิตที่หน้าบ้านห้องเช่าเลขที่ 33/7 ซอบมะลิวัลย์ ในเขตเทศบาลเมืองตาคลี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา สนิทม่วง ผกก. พ.ต.ท.เอกรัฐ นุชเฉย รอง ผกก.ส.พ.ต.ต.ศิวพร บุษประทุม สว.สืบสวน ร.ต.ต.  ศิริพงษ์  สิงห์กวาง รอง สว.สส. พร้อมด้วยแพทย์ รพ.ตาคลี ไปยังที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.สุดารัตน์ จุลพล อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่  55/2 หมู่ 1 ต.ทุ่งนาไทย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เป็นคนงานเก็บกวาดทำความสะอาดถนนของเทศบาลเมืองตาคลี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าบริเวณลำคอและตามหน้าอกหลายแผล นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าห้องเช่า ใกล้กับสุ่มไก่ จึงตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบอาวุธมีด ซึ่งเป็นมีดปลายแหลมยาว 28 ซ.ม. แบบใช้ปอกผลไม้ ซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่ทิ้งไว้ที่ข้างหน้าบ้าน

 

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสาธิต หรืออ๊อด ปิ่นแก้ว  อายุ 47 ปี อยู่เลขที่ 810/6 ซอยถาวโร ในเขตเทศบาลเมืองตาคลี เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามตัว ต่อมาเมื่อเวลา  09.00 น. นายสาธิต หรืออ๊อด ปิ่นแก้ว ได้เดินทางมาเข้ามอบตัวกับตำรวจที่ สภ.ตาคลี พร้อมทั้งรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง น.ส.สุดารัตน์เสียชีวิต ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวน

เบื้องต้นนายสาธิต หรืออ๊อด ให้การว่า ตนเองอยู่กินกับน.ส.สุดารัตน์ ผู้เสียชีวิตมานาน แต่ต่อมา น.ส.สุดารัตน์ ได้พยายามตีตัวออกห่าง เพราะจะขอแยกทางกับตน ซึ่งตนไม่ยอม และพยายามตามง้อขอคืนดีหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่ง วันเกิดเหตุ ตนจึงได้มาดักรอ น.ส.สุดารัตน์ที่ใกล้บ้านเกิดเหตุ หลังจาก น.ส.สุดารัตน์ กลับจากทำงานมากับเพื่อนคนงานเพื่อเข้าบ้าน ตนเองจึงเข้าไปขอคืนดีอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผลอีก จึงตัดสินใจใช้อาวุธมีดที่พกติดมาด้วย แทงคนรักจนเสียชีวิตหน้าบ้าน แล้วทิ้งมีดไม้ในที่เกิดเหตุ จนต่อมาคิดว่าหนีไม่รอดแน่ จึงได้รีบเข้ามอบตัวกับทางตำรวจ

ด้านน.ส.เกศรา อินทร์ชู  อายุ 42 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิตที่ไปทำงานด้วยกัน และกลับมาที่บ้านที่ตนเช่าไว้ โดย น.ส.สุดารัตน์ ได้มาอาศัยอยู่ด้วย พอมาถึงผู้ตายเห็นนายสาธิต ก็มีปากเสียกันอีก จนกระทั่งทั้งสอง เริ่มมีการยื้อกระชากกันไปมาอยู่พักหนึ่งก่อนที่เห็น น.ส.สุดารัตน์ ล้มแน่นิ่งลงไปนอนจมกองเลือดอยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนนายสาธิตผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป จนช่วงสายได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่จะมีการสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อสรุปสำนวนคดีก่อนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตาย พร้อมกับนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน