สั่งประหารครูโหดฆ่าน้องชายแดนยังปากแข็ง ปฏิเสธยื่นอุทธรณ์สู้คดี

ศาลตัดสินประหารชีวิตติวเตอร์โหดโรงเรียนกวดวิชาครูพี่ณัฐ ขณะภรรยาและแม่โทษจำคุกตลอดชีวิต  คดีใช้ไม้เบสบอลตีจนเด็กเสียชีวิต

นครสวรรค์-จากกรณีเป็นข่าวดังนานหลายสัปดาห์ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 กับคดีที่นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาทหาร “กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ” ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านไอซ์แลนด์ 6 เขตพื้นที่ ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้ลงมือทำร้ายร่างกาย ด.ช.ฐปกร หรือน้องชายแดน ทรัพย์สิน  นักเรียนในสังกัดอยู่หลายครั้ง ขณะเข้าไปศึกษาอยู่ในสถาบันดังกล่าวจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บานปลาย โดยมีการซ้อมน้องชายแดนอย่างรุนแรงจนช็อกหมดสติและได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์

เพียงเพราะน้องชายแดนต้องการโทรศัพท์ไปหาพ่อแม่เพื่อให้พาไปรักษาตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้ถูกรุมซ้อมหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บหนัก แต่กลับถูกปฏิเสธจากแม่ยายของนายณัฐพล จึงให้เกิดปากเสียง แล้วจบท้ายด้วยการที่นายณัฐพลใช้ไม้เบสบอลตีน้องชายแดนเพื่อทำโทษที่ไปต่อว่าแม่ยายของนายณัฐพลอย่างรุนแรง จนต้องจบชีวิต ซึ่งเรื่องนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.นครสวรรค์ และตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้ร่วมกันสืบสวนและคลี่คลายคดี โดยมีการจับกุมตัวนายณัฐพล เจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารบ้านครูพี่ณัฐ ผู้ลงมือก่อเหตุ พร้อมกับ น.ส.พีรญา พละแสน ภรรยา และ น.ส.นงลักษณ์ พละ แม่ยาย ซึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์น้องชายแดนถูกทำร้าย โดยมีหลักฐานทั้งวัตถุพยาน และพยานบุคคลมัดแน่นหนา ตามที่ได้เคยมีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ได้มีคำพิพากษาสั่งประหารนายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาทหาร “กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ” แล้ว พร้อมกับมีสั่งตัดสินให้ น.ส.พีรญา พละแสน ภรรยา และ น.ส.นงลักษณ์ พละ แม่ยายนายณัฐพล ถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ในส่วนของนายณัฐพล ขณะนี้ยังคงให้การปฏิเสธ และขอสู้คดีต่อ โดยมีการให้ทนายยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ พร้อมกับมีการขอประกันตัว แต่ทางศาลได้มีการคัดค้าน จึงไม่ได้รับรับอนุญาตให้ประกันตัวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าตลอดการจับกุมดำเนินคดีนายณัฐพล ครูติวเตอร์โหด จนถึงขั้นส่งฟ้องศาลนั้น นายณัฐพลได้ให้การปฏิเสธมาตลอดโดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า แค่เป็นการทำโทษเพื่อสั่งสอนที่ครูสามารถกระทำต่อศิษย์ได้เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ผู้พิพากษามองว่ามีหลักฐานต่างๆ ในการกระทำผิดชัดเจน  แต่เจ้าตัวกลับไม่สำนึกผิดต่อการกระทำและยังคงให้การปฏิเสธ จึงตัดสินให้มีการประหารชีวิต  ซึ่งหากผู้ต้องหามีความรู้สึกแย้งในคำตัดสินนี้ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน

อย่างไรก็ตามจากการสอบถามญาติของน้องชายแดนที่เข้าไปฟังคำพิพากษา ได้เปิดเผยความรู้สึกดีใจที่ศาลได้ให้ความยุติธรรม แต่ก็มีความรู้สึกห่วงเล็กน้อยที่รู้ว่าทางคู่กรณีได้ขออุทธรณ์เพื่อสู้คดี  กังวลใจว่าในการต่อสู้ขั้นตอนต่อไป จะไม่เหมือนเดิมซึ่งก็ต้องดูกันต่อไป  ส่วนบิดาและมารดาของน้องชายแดนความรู้สึกตอนนี้ เขาทั้งคู่ยังคงสะเทือนใจอยู่ เพราะเป็นบุตรคนเดียวของครอบครัว และมารดาก็ทำหมันจนไม่สามารถมีบุตรคนต่อไปได้อีกแล้ว และขณะนี้ทางบิดาและมารดาของน้องชายแดนได้มีได้การกำหนดกันไว้ว่าในช่วงสายวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้  ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการเสียชีวิตจะมีการเคลื่อนศพของน้องชายแดนออกจากโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำไปตั้งสวนพระอภิธรรมศพ 1 คืนก่อนจะมีการฌาปนกิจต่อไป

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครสวรรค์ กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น