X

ชาวบ้านอ่าวน้อย!!เรียกร้องรัฐออกโฉนดที่ดิน หลังปัญหายืดเยื้อ

#77 ข่าวเด็ดประจวบคีรีขันธ์(ข่าว/ภาพ พลไชย ภิรมย์ศรี) ชาวบ้านกว่าพันคน  จัดเวทีประชาพิจารณ์  สมาชิกนิคมสร้างตนเองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เรื่อง การเพิกถอนผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี  เนื่องจากปัญหาการทับซ้อนกันของที่ดินในพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ที่ครอบครองที่ดิน แต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้

วันที่ 8 ตุลาคม  2562  ที่ศาลาประชาคม หมู่ 14  บ้านทุ่งยาว ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านกว่าพันคน จัดเวทีประชาพิจารณ์ สมาชิกนิคมสร้างตนเองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เรื่อง  การเพิกถอนผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เนื่องจากปัญหาการทับซ้อนกันของที่ดินในพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี  ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ที่ครอบครองที่ดิน แต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้  ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวอยู่มากว่า 3 ชั่วอายุคน เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างคนในครอบครัว  เนื่องจากไม่สามารถแบ่งสรรที่ดินทำกินได้  รวมถึงการสินทรัพย์แปลงเป็นทุน โดยชาวบ้านมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อน และออกเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินมากว่า 50  ปี แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีชาวบ้านจาก ตำบลเกาะหลัก ต.ห้วยทราย ต.บ่อนอก ร่วมสังเกตการณ์

นางลั่นทม งุ่ยไก่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9  บ้าน กม.12  ต.อ่าวน้อย  กล่าวว่า  การที่ไม่สามารถออกโฉนดที่ดิน ทำให้ญาติพี่น้องมีปัญหาระหว่างกัน  ตนเองเป็นรุ่นที่ 3  ตั้งแต่บรรพบุรุษตั้งรกรากที่ตำบลอ่าวน้อย ตั้งแต่ก่อนมีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองเมื่อปี 2511  แต่เอกสารที่ชาวบ้านมี  คือ  น.ค.1, น.ค.3  ซึ่ง เป็นหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตนิคมสร้างตนเอง ออกโดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  แต่ไม่สามารถเปลี่ยนมือ หรือทำการซื้อขาย หรือแบ่งที่ดินได้  ซึ่งที่ผ่านมา  พี่น้องในครอบครัวเดียวกันเกิดปัญหา เพราะสามารถถือสิทธิ์ครอบครองได้เพียงคนเดียว ทำให้เกิดความเลื่อมล้ำระหว่างพี่น้อง  และไม่สามารถขอกู้เงินจากธนาคาร  โดยหมู่  9  เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในตำบลอ่าวน้อย  มีประชากรที่มีปัญหาที่ดินที่ไม่สามารถออกโฉนดได้กว่า 7,000 ไร่

ด้านนายดิเรก  จอมทอง  ผู้ประสานงาน  คณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขตนิคมสร้างตนเองอ่าวน้อย   กล่าวว่า   จากการสำรวจในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อยมีประชาชกรกว่า 1,000 ครัวเรือน  จำนวนที่ดินกว่า 10,000 ไร่  ได้รับผลกระทบจากการไม่สามารถออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินได้  ซึ่งคณะทำงานได้ขับเคลื่อนโดยการประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องระดับส่วนกลาง   คือ  นิคมสร้างตนเอง  กรมป่าไม้  กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช   ในการเพิกถอนที่ดินที่ทับซ้อน  ระหว่างสองหน่วยงานที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ  จากนั้น  เตรียมออกเป็นโฉนดที่ดินให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนไว้  คาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2563   ทั้งนี้  การทำประชาพิจารณ์ในครั้งนี้   เป็นอ่าวน้อยโมเดล   เพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนเพื่อออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านในพื้นที่อื่นต่อไป

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน