บานปลาย สท.เมืองประจวบฯ จ่อยกมือค้านพื้นที่ทิ้งขยะชั่วคราววันละ 45 ตันในป่าสงวนแห่งชาติ

 

กรณีเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์        มีปัญหาการนำขยะวันละ 45 ตัน จ้างบริษัทเอกชนเดือนละ 1.5 ล้านบาท ไปบำบัดที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ต่อมามีการร้องเรียนถึง สำนักงาน ป.ป.ช. ต่อมาเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์    ได้นำขยะไปกองทิ้งในป่าสงวนแห่งชาติคลองบางนางรม อ้างว่าขอเช่าที่ดินจากเอกชนรายหนึ่ง ห่างจากศาลกลางจังหวัด   , จวนผู้ว่าราชการจังหวัด  หน่วยงานราชการต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมคลองบางนางรม แหล่งเลี้ยงสัตว์น้ำของชาวบ้านโดยเฉพาะหอยนางรม รวมทั้งอยู่ใกล้กับป่าชายเลนผืนใหญ่  และอ่าวประจวบคีรีขันธ์  เพียง 500-700   เมตรเท่านั้นโดยไม่มีการแจ้งชาวบ้านในชุมชนให้รับทราบแต่อย่างใด จนกระทั่งล่าสุดชาวบ้านเริ่มเดินหน้ายื่นหนังสือคัดค้านไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อให้ยกเลิกการใช้พื้นที่ดังกล่าวทิ้งขยะชั่วคราว   รวมทั้งสมาชิกสภาเทศบาลบางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วย

วันที่ 12 กรกฎาคม 2564  นางกุหลาบ แฝงแก้ว ประธานสภาเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า มีการยื่นเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์    ขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ พิจารณาแนวทางการบำบัดขยะชั่วคราวในป่าสงวนแห่งชาติคลองนางรม ยืนยันว่า สมาชิกสภาเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์  เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการใช้พื้นที่ชั่วคราว เนื่องจากเมื่อปี 2552 ผู้บริหารเทศบาลขณะนั้นจะใช้งบมากกว่า 100 ล้านบาท สร้างบ่อขยะฝังกลบในบริเวณเดียวกัน แต่ประชาชน นักการเมืองบางรายที่มีอำนาจในปัจจุบันร่วมกันคัดค้านการใช้พื้นที่ ล่าสุดทราบว่าฝ่ายบริหารจะมีปัญหาจากการใช้งบประมาณกว่า 2 แสนบาทในการปรับสภาพพื้นที่ ขณะเดียวกันจะสอบถามฝ่ายบริหารว่าการจ้างเอกชนนำขยะวันละ 45 ตันไปทิ้งข้ามจังหวัดที่ จ.เพชรบุรี ค่าใช้จ่ายเดือนละ 1.5 ล้านบาท กระทั่งมีเรื่องร้องเรียนถึง ป.ป.ช. ที่ผ่านมาเทศบาลมีการตรวจสอบความคุ้มค่าหรือไม่

นายแดง แก้วชิงดวง อดีตประธานชุมชนบ้านปากคลองบางนางรม  กล่าวว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกรณีที่เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์นำขยะวันละ 45 ตันไปทิ้งในพื้นที่ชุ่มน้ำเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองบางนางรม โดยไม่ได้สอบถามความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้ขยะเริ่มส่งกลิ่นเหม็น จึงนำเรื่องร้องเรียนถึงศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ตรวจสอบ เนื่องจากมีการทิ้งขยะใกล้พื้นที่ปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ ใกล้กับชุมชนแห่งท่องเที่ยว นอกจากนั้นเกรงว่าน้ำเสียจากกองขยะจะมีผลกระทบกับชาวประมงชายฝั่งและกลุ่มชาวประมงที่เลี้ยงหอยนางรม เลี้ยงปลาในกระชังบริเวณปากคลองบางนางรมอีกทั้งเจ้าของนากุ้งที่รถขยะเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์   แล่นผ่านจะปิดเส้นทาง เพื่อไม่ให้เทศบาลนำขยะไปทิ้ง ป้องกันผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากเทศบาลยังไม่ทำสัญญาเช่าพื้นที่กับเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่มีการตกลงกับบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบว่าก่อนที่จะนำขยะไปทิ้ง มีทีมงานของผู้บริหารเทศบางรายไปแจ้งกับชาวบ้านที่ดูแลพื้นที่ว่าจะเข้าไปสำรวจเพื่อใช้งบเทศบาลตัดถนนเลียบทางรถไฟ แต่ทราบภายหลังว่ามีการนำขยะไปทิ้ง ”นายแดง กล่าว

ด้านนายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.)ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่ผ่านมาพบกับเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์  แจ้งให้ทราบว่าต้องขุดบ่อขยะลึก 1.5 เมตร และล่าสุดนั้นมีการใช้แสลนกั้นพื้นที่รอบบ่อแล้ว  โดยทางเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์  แจ้งว่าใช้พื้นที่ 1 เดือนหรืออาจจะเร็วกว่านั้น   จนกว่าจะหาสถานที่ทิ้งขยะนอกเขตจังหวัดได้  โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของนายกเทศมนตรี    สำหรับที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองนางรม ที่ผ่านมามติกรรมการ กบร.จังหวัด แจ้งให้กรมที่ดินเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิที่ดินทุกแปลงที่ออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ป่าสงวนแห่งชาติ และก่อนที่เทศบาลจะนำขยะมาพักชั่วคราวตามที่อ้าง ตามขั้นตอนต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน และดำเนินการขั้นตอนต่าง         ตั้งแต่ก่อนการทิ้ง และทราบว่าขณะนี้ชาวบ้านในชุมชนคลองบางนางรม เริ่มขอให้ยุติการนำขยะมาทิ้งบริเวณดังกล่าวถึงแม้จะเป็นจุดพักขยะชั่วคราวก็ตาม เพราะชาวบ้านเห็นว่ากระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   กรณีศูนย์การทหารราบ (ศร.) ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกาศปิดบ่อขยะแบบฝังกลบ ภายในพื้นที่ของ ศร.ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากหมดสัญญาตามที่ขออนุญาตใช้พื้นที่เป็นศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวม 20 ปีโดยมีเทศบาลตำบลปราณบุรี เป็นผู้ดำเนินการและต้องทำการปรับพื้นที่ต่างๆในบ่อขยะให้เสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคมนี้ตามสัญญา   ทำให้เทศบาล อบต.ในหลายพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์   ต้องประสบปัญหาที่ทิ้งขยะ  ในขณะที่เทศบาลเมืองหัวหินต้องนำขยะวันละ 170 ตันตามชุมชนต่างๆ ไปกองทิ้งชั่วคราวในพื้นที่ 8 ไร่ ในซอยหัวหิน 102 เส้นทาง 11 โค้ง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนจากกองขยะที่กลิ่นเหม็นรบกวน

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีผู้เดือดร้อนที่วันประชุมร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย ซึ่งได้รับผลกระทบจากขยะ จึงนำรถยนต์มาปิดทางเข้า วันนี้ขยะมีจำนวนมากในช่วงเช้า ในช่วงบ่ายจะคลี่คลาย ผมพร้อมปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้เดือดร้อนแล้ว และได้แก้ปัญหาจนเป็นที่พอใจ และยินยอมให้เทศบาลทิ้งขยะได้ถึงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้

ตามที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านไว้ตั้งแต่แรก ผมต้องขออภัยและขอโทษ ที่ต้องตัดสินใจนำขยะมาทิ้งในที่ดินบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดความเดือดร้อนกับชาวบ้าน ปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข จะพยายามหาที่สำหรับทิ้งขยะให้ได้โดยเร็วที่สุด จะพยายามประสานทุกวิถีทาง

“ขณะนี้ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ,ผู้ว่าราชการจังหวัด , ผบ.ศร. , ผบ.มทบ.15 , ผบ.ทบ. เพื่อให้ร่วมกันแก้ไขปัญหาร่วมกับท้องถิ่น ต้องยอมรับว่าติดขัดเรื่องของพื้นที่จริงๆ เนื่องจากเขตเทศบาลเมืองหัวหิน มีชุมชนอยู่ใกล้พื้นที่สาธารณะของเทศบาลฯ การดำเนินการจึงส่งผลกระทบกับชาวบ้านใกล้เคียง อยากให้ทุกส่วนที่สามารถช่วยท้องถิ่นได้เข้ามาช่วยกัน ขณะนี้ไม่ใช่แต่เทศบาลเมืองหัวหินเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่มีท้องถิ่นอื่นที่ทิ้งขยะบริเวณค่ายธนะรัชต์อีกจำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน”

มีรายงานว่าในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน  จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนชาวชุมชนบ่อฝ้าย    ที่โรงเรียนเทศบาลบ่อฝ้ายในเวลา 17.00 น. เพื่อขอใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ 50ไร่ สำหรับทิ้งขยะชั่วคราวในพื้นที่  เบื้องต้นชาวบ้านที่ทราบข่าวเริ่มหวั่นวิตกและเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน