รอง ผบช.ภ.7 สั่งสกัดเข้มชายแดนไทย-เมียนมา หวั่นต่างด้าวทะลักเข้าไทย ช่วงรัฐบาลไฟเขียวขึ้นทะเบียนแรงงาน

รองผู้บัญชาการภาค 7 ตรวจชายแดนไทยเมียนมาร์ที่ประจวบคีรีขันธ์ หวั่นแรงงานต่างด้าวทะลักลักลอบเข้าไทย หลังรัฐบาลอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนแรงงาน ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ โดย ไม่มีความผิดทั้งนายจ้างและแรงงานต่างด้าว

วันที่14 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วัฒนา  ยี่จีน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค7 พร้อมคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มายังกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 146 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามสถานการณ์การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2519 หรือ โควิด 19

โดยมี พ.ต.อ.นิรันดร  ศิริสังข์ไชย  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์,พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ  ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ , พ.ต.อ.สุชิน กิจกสิกร ผกก.สภ.คลองวาฬ , พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้า  ผกก.ตชด.14 , พ.ต.ท.ทวี  ภาน้อย ผบ.ร้อย ตชด.146 , ฉก.จงอางศึก , ปลัดอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบพื้นที่ บริเวณชายแดนด่านสิงขร จำนวน 3จุด ได้แก่ ช่องสิงขร เขาคันหอก (สปริงเวย์), ช่องสิงขรเขาคันหอก (อิตาเลี่ยน) พื้นที่รับผิดชอบ สภ.คลองวาฬ และช่องหัวเขา (สิบศพ) พื้นที่รับผิดชอบ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งล่าสุดหน่วยงานความมั่นคง ได้นำลวดหนามหีบเพลงไปปิดกันเส้นทางเพื่อป้องกันการลักลอบผ่านแดนเข้ามาในประเทศไทยแล้ว

พล.ต.ต.วัฒนา  ยี่จีน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เปิดเผยภายหลังตรวจสอบพื้นที่ว่า ในส่วนของภาค 7 ที่รับผิดชอบแนวชายแดนไทยเมียนมาร์ตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ จ.กาญจนบุรี จนถึงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในวันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทาง พบว่าเส้นทางที่อาจพบการลักลอบผ่านเข้ามาได้ มี 2 ช่องทางหลักคือ ช่องสิงขร และช่องหัวเขาสิบศพ ซึ่งมาดูเรื่องการบูรณาการกำลัง ตรวจลาดตระเวนของ ตชด.14 ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีกำลังของตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ร่วมด้วยในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวที่อาจฉวยโอกาสลักลอบเข้าไทยในช่วงนี้  เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลไทยได้เปิดช่องว่าง ให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ลาว  เมียนมาร์ กัมพูชา ที่ผิดกฎหมายไม่มีใบอนุญาตทำงาน รัฐบาลเปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนออนไลน์ ระหว่างวันที่ 15 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ โดยจะไม่มีความผิดทั้งนายจ้างและแรงงานต่างด้าว

จากการตรวจสอบพื้นที่พบว่า เป็นพื้นที่ที่มีแนวเทือกเขาสูงชัน ประกอบกับไม่มีหมู่บ้านทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งมาตรการในการเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการลาดตระเวนแบบบูรณาการ และการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและช่องทางธรรมชาติที่ผ่านแดนหลายจุด ซึ่งจะ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวังพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น โดยได้เน้นย้ำให้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนให้มากขึ้นเพื่อปิดโอกาสการกระทำความผิดของแรงงานต่างด้าวด้วย นอกจากนั้นยังได้ขอให้เพิ่มลวดหนามหีบเพลงบริเวณช่องหัวเขา(สิบศพ) ซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติ ทดแทนลวดหนามเดิมที่มีสภาพเก่า จะได้เพิ่มการป้องกันให้ดียิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน