X

ตำรวจ สภ.บ้านยางชุม ตั้ง4ข้อหามือยิงช้างป่ากุยบุรี

สัตวแพทย์กรมอุทยานฯ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ดูการผ่าพิสูจน์พบหัวกระสุน ขณะที่ตำรวจตั้ง4ข้อหาหนักผู้ต้องหาลงมือยิง กำนันตำบลหาดขาม วอนหน่วยงานแก้ปัญหาความขัดแย้งคนกับช้างก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างจะรุนแรงเหมือนในอดีต20 ปีที่ผ่านมา

วันที่ 28 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีเหตุการณ์ช้างป่าซึ่งเป็นช้างสีดอ เพศผู้ไม่มีงา อายุ ระหว่าง 25-30 ปี น้ำหนักประมาณ 2.5 ตัน ถูกยิงบริเวณกกหูด้ายซ้าย จนหัวทิ่มลงไปในร่องน้ำ ในสวนยางของชาวบ้าน ที่อยู่ติดพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) ซึ่งต่อมาพล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับรายงานและสั่งการให้ พ.ต.อ.ไชยกร ศรีหล้าเดโช ผกก.สภ.บ้านยางชุม เร่งสืบหาตัวผู้ลงมือยิงช้างป่า จนต่อมาทางพนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม สามารถติดตามจับตัวคนยิงมาได้ภายในคืนเดียวกันที่บ้านพัก ทราบชื่อคือนายณรงค์ อรภักดี อายุ 49 ปีชาวบ้านรวมไทย พร้อมยึดอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ้านยางชุม ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือใช้อาวุธปืนลูกซองยาวกระบอกดังกล่าวยิงจริง ซึ่งเป็นลูกซองขนาด 9 เม็ด

ล่าสุดวันนี้ ( 29 มิถุนายน 2563) นายอานนท์ พร้อมเพรียง นายอำเภอกุยบุรี พร้อมด้วยนายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ต.อ.ไชยกร ศรีหล้าเดโช ผกก.สภ.บ้านยางชุม ,พ.ต.อ.วิรัช ทองไทย พร้อมชุดตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และทีมสัตวแพทย์สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนันตำบลหาดขาม ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และร.ต.อ.สมบัติสำเรียนรัมย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ยางชุม ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีมาติกาบังสุกุลให้กับช้าง ป่าที่ถูกยิงล้ม จากนั้นทางตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าทำการตรวจสแกนโลหะบนลำตัวของช้างสีดอตัวดังกล่าว เพื่อหาวิถีกระสุน โดยพบว่าถูกยิงเข้าที่กกหูกระสุนเข้าเป็นกลุ่มรวม 7 รู จากอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 9 ซึ่งมีลูกเหล็กจำนวน 7 เม็ด ฝังอยู่ที่บริเวณขมับซ้ายและบริเวณใบหูทะลุหลังหู ทางสัตวแพทย์ได้ทำการผ่าตามรอยกระสุน พบว่ามีเม็ดกระสุนทะลุเข้าไปในกะโหลกฝังอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่ากระสุนเม็ดนี้น่าจะเป็นเหตุที่ทำให้ช้างล้มลงดังกล่าว จากนั้นได้ผ่าซากช้างป่าเพื่อนำชิ้นเนื้อจากอวัยวะต่างๆภายในส่งตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุการล้มที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
ด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่ากระสุนที่พบว่าถูกยิงจากอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 9 เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม ได้แจ้งข้อหากับนายณรงค์ ผู้ต้องหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะหรือในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุควร และกระทำความผิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง

พ.ต.อ.ไชยกร ศรีหล้าเดโช ผกก.สภ.บ้านยางชุม กล่าวว่า ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงในระยะประมาณ 300-400 เมตร ซึ่งถือว่าใกล้เพราะแนวกระสุนที่เข้าไปยังไม่กระจายตัวมากนัก โดยผ่าแล้วพบกระสุนรวมแล้ว 7 เม็ดมีอยู่ 1 เม็ดที่ทะลุเข้าไปในกะโหลก ซึ่งไปตรวจค้นที่บ้านผู้ต้องหาไม่พบกระสุนเพิ่มเติมแต่อย่างใด ตอนนี้ได้ไปขอรายละเอียดการครอบครองอาวุธปืนกับทางอำเภอกุยบุรี ไว้ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องนี้แล้วซึ่งต่อไปจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเข้มตามบ้านเรือนที่มีอาวุธปืน และบริเวณกลุ่มบ้านที่ใช้เฝ้าไร่อยู่เป็นประจำต่อไป

ขณะเดียวกันลุงเงิน คงมั่น ชาวบ้าน กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า จริงๆแล้ว คนที่ยิงช้างครั้งนี้เขาก็อาจจะป้องกันตัวเองจริงๆอย่างที่เขาพูด เนื่องจากไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เกษตรกร หรือชาวไร่ ก็ได้เสียชีวิตจากการถูกช้างกระทืบจนเสียชีวิตมาแล้ว และมาวันนี้ช้างป่าก็ได้ถูกชาวบ้านยิงตาย เพราะฉะนั้นจะช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร อยากให้ทางราชการช่วยกัน แก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นลักษณะแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วก็คนตายและมาวันนี้ ช้างป่าก็ตาย ถ้าหากว่าเราไม่ช่วยกันแก้ปัญหาต่อไปก็จะเกิดปัญหาลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกได้ แต่ถ้ามีการแก้ปัญหาที่ถูกจุด ปัญหาเช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีการแก้ปัญหาต่อไปก็คงต้องเป็นคนตายหรือไม่ก็ช้างป่าก็ตายไปเรื่อยๆอยู่เช่นนี้

นายศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนันตำบลหาดขาม/ในฐานะคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่าหลังช่วง 1 เดือนคนถูกช้างทำร้ายเสียชีวิต และมาช้างล้มด้วยสาเหตุต่างๆมาจนวันนี้ถูกยิง รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องช้างที่ลงมากัดกินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน เคยเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาไปกับทางอุททยาน รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้จัดงบประมาณทำเส้นทางเป็นถนนบดอัดลูกรัง เพื่อใช้ตระเวนผลักดันช้างรอบอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร อ่างหิน-พุอ้ายแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ โครงการจัดสรรทีดิน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสามารอนุมัติได้โครงการนี้เสนอมาหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

รวมทั้งให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ควรพิจารณาเพิ่มเจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี โดยเฉพาะจนท.ชุดลาดตระเวนผลักดันช้างให้มากขึ้น เพราะเท่าที่ทราบเจนท.ไม่เพียงพอทำงานหนักทุกวัน ที่ผ่านมาก็มีการการผลักดันช้างป่าอย่างหนักถึงแม้จะมีกล้องซีซีทีวีคอยดูว่าช้างออกจุดใดบ้างก็ตามแต่ก็ระดับหนึ่งเพราะออกมาแล้วต้องไล่กลับ พอครั้งนี้เกิดการยิงช้างป่าผมเองเห็นว่าต้องมีมาตรการห้ามนำอาวุธปืนไปเฝ้าไร่เด็ดขาด ให้ชาวบ้านหรือเจ้าของไร่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ไปผลักดัน แทนการไปผลักดันช้างป่าเองเพื่อป้องกันปัญหาความปลอดภัยทั้งคนทั้งช้าง ซึ่งเหตุการณ์คนกับช้างป่าที่กุยบุรีผ่านมาตั้งแต่ปี 2540 คนฆ่าช้างด้วยวิธีต่างๆในพื้นที่ป่ากุยบุรี ทั้งวางยาเบื่อ วางตะปูเรือใบ ยิงช้าง ล่าช้าง จับช้างเผานั่งยางเหล่านี้ก็มาจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างทั้งนั้น หน่วยงานต่างๆได้ร่วมกันแก้ปัญหาในด้านต่างๆจนกลายเป็นโครงการฯพระราชดำริ มีแนวทางต่างๆที่ชัดเจนทำให้ปัญหาคนกับช้างป่าน้อยลง จนนำไปสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนใกล้แนวเขตอุทยาน แต่ในปัจจุบันปัญหาคนกับช้างป่าเริ่มกับมาใหม่ถึงขั้นลงมือยิงช้างล้มในครั้งนี้ยอมรับรู้สึกเสียใจ จึงอยากเห็นการแกไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม”ขอให้ทุกหน่วยยึดหลักการแก้ไขปัญหาของรัชกาลที่ 9 ที่ท่านได้ทรงให้ไว้” ก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างจะรุนแรงเหมือนในอดีต20 ปีที่ผ่านมา

#77ข่าวเด็ดประจวบคีรีขันธ์ ขาว/ภาพ สมบัติ ลิมปจีระวงษ์

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน