“ด่านนอกแซนด์บ็อกซ์” เชื่อเป็นทางรอดต่อลมหายใจภาคธุรกิจ และประชาชน เมืองชายแดนฯ

สงขลา – สะเดา  ผุดไอเดีย “ด่านนอกแซนด์บ็อกซ์” นำร่องเมืองชายแดนสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา หวังต่อลมหายใจให้กับภาคธุรกิจและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด – 19 ระบาด การค้าขายปิดตัวกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ นานเกือบ 2 ปี

วันที่ 26 ส.ค. 64 องค์กรภาคธุรกิจเอกชน ใน อ.สะเดา จ.สงขลา เตรียมขับเคลื่อนโครงการ ด่านนอกแซนด์บ็อกซ์ (Dannok sandbox) เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ภายหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัส covid-19 ต่อเนื่องมาเกือบ 2 ปี ส่งผลให้ร้านค้า ที่พักโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ บ.ด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา

ได้รับผลกระทบอย่างหนักหลังจากมีประกาศปิดด่านพรมแดน ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออก เนื่องจากภาคธุรกิจเกือบทุกอย่าง ต้องอาศัยการค้าและการท่องเที่ยวหรือเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยในปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านค้าโรงแรม ที่ยังเปิดให้บริการเหลืออยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงแรงงานในภาคธุรกิจส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนต่างถิ่นต่างพากันย้ายกลับภูมิลำเนา เนื่องจากไม่มีงานและขาดรายได้

นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา ( ดร.อ๋อง ) ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการรักษ์ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา บอกว่าได้ร่วมกันวางแนวทางด่านนอกแซนด์บ็อกซ์ เพื่อเปิดด่านพรมแดนสะเดา ซึ่งเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียอีกครั้ง ภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัส covid-19 ทั้งนี้ประเมินว่าทางประเทศมาเลเซียได้มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้ว กว่า 31.8 ล้านโดส

โดยมีประชาชนที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว 13.3 ล้านโดส คิดเป็นร้อยละ 41.7 ของประชากรทั้งหมดและคาดว่าจะมีประชาชนชาวมาเลเซียได้รับวัคซีนครบ 2 โดส ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมดภายในเดือนตุลาคมนี้ซึ่งสอดรับกับนโยบายการเปิดประเทศภายใน 120 วัน ตามแนวทางของนายกรัฐมนตรีที่ได้ประกาศเอาไว้ในเดือนตุลาคมนี้เช่นเดียวกัน

จึงได้เตรียมความพร้อมในโครงการ ด่านนอกแซนด์บ็อกซ์ เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวของบ้านด่านนอก โดยในเฟสแรกคาดว่าจะเริ่มเปิดด่านพรมแดนในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ แล้วใช้เวลาในการประเมินผลเป็นเวลา 2 เดือนโดยกำหนดเส้นทางโครงการด่านนอกแซนด์บ็อกซ์ ในระยะแรกกำหนดจากบริเวณด่านตรวจพืชเก่าไปจนถึงด่านศุลกากรสะเดาระยะทาง 2.7 กม. ห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกพื้นที่นี้ หลังจากเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมก็จะมีการประเมินผลซึ่งหากเป็นไปด้วยดีก็อาจจะมีการขยายผลให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียสามารถเดินทางเข้าไปจนถึงอำเภอหาดใหญ่ได้

สำหรับรูปแบบการดำเนินกิจกรรมที่วางไว้เบื้องต้นหลักๆ เช่นกิจการที่เปิดให้บริการ พนักงานต้องได้รับวัคซีนครบ 2 โดสทุกคนภายในเดือน ต.ค. 64 และให้บริการตามมาตรฐานสาธารณสุข ให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ หมู่ 7 เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสและผลตรวจโควิดเป็นลบภายใน 72 ชม. เป็นต้น

ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับคือเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม เกิดการสร้างแรงงานในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10,000 ตำแหน่งภายใน 2 เดือนและอีก 30,000 ตำแหน่งในอีก 2 เดือนถัดไป โดยจะต้องได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากภาครัฐ และฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ขั้นต่ำจำนวน 30,000 โดสภายในเดือน ต.ค.นี้ จึงจะสามารถดำเนินโครงการเฟส 1 พื้นที่ด่านนอก 1 พ.ย.64 และเปิดให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวพื้นที่อื่นได้ในเฟส 2 เริ่ม 1 ม.ค. 65

ทางด้าน นายอาทิตย์ วิสุทธิสมาจาร นายด่านศุลกากรสะเดา ให้ความเห็นถึงโครงการนี้ว่า เป็นโครงการที่ดี สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก หลักจากที่ซบเซามานาน ทางด่านศุลกากรสะเดา มีการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ มีการปรับปรุงถนนการเดินรถให้สวยงามและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น หากโครงการนี้เกิดขึ้นเร็วๆนี้ ทางด่านศุลกากร ก็มีความพร้อมในการให้บริการทันทีภายใต้มาตราการของกระทรวงสาธารณสุข
ขณะนี้ทางภาคเอกชนได้เตรียมความพร้อมและแผนดำเนินงานโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเสนอภาครัฐเพื่อขอให้พิจารณาสนับสนุนโครงการดังกล่าวต่อไป

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ภูมริน มหันตมรรค

ภูมริน มหันตมรรค

เคยเป็นสื่อทีวีในฐานะทีมช่างภาพตั้งแต่ยุคเปิดตัว ITV. และทำข่าว นสพ.ท้องถิ่นมาก่อน และหยุดไปช่วงนึง 4 ปี เนื่องจากย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่ กลับมาก็เริ่มใหม่ในสื่อทีวี และ นสพ. จนกระทั่งปัจจุบัน 77 ข่าวเด็ด