เข้มต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง หวั่นเป็นพาหะนำเชื้อโควิด-19 มาจากประเทศเพื่อนบ้าน

สงขลา – สะเดา รองแม่ทัพภาคที่ 4 ประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านมาตรการป้องกันแรงงานต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย ช่วงโควิด – 19 ระบาดรอบที่ 2 พร้อมเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวด ระมัดระวังแรงงานต่างด้าวหลบหนีจากประเทศเพื่อนบ้าน หากพบเห็นต้องปฏิเสธการเข้าเมือง และผลักดันออกไปด้วยหลักมนุษยธรรม

31 ส.ค. 63  ณ ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ค่ายธนพัฒน์ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รอง มทภ.4 / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ( 2 ) ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ซึ่งประกอบด้วย ตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา ศุลกากร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประมาณ 20 คน ในมาตรการป้องกันแรงงานต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย มี พ.อ.อายุพันธ์ กรรณสูต ผบ.ฉก.ร.5 ให้การต้อนรับ

โดยอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพได้ในช่วงเริ่มต้นการประชุม  และใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที   หลังจากนั้น รอง มทภ.4 / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ( 2 ) และผู้ร่วมประชุมได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชุดปฎิบัติการจรยุทธ์ซึ่งมีกำลังทหารร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน  ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ตามแนวรั้ว และช่องทางธรรมชาติ ริมชายแดนไทย – มาเลเซีย บริเวณหลักเขตแดนที่ 23 / 13 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา

ซึ่ง รอง มทภ.4 / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ( 2 ) ได้ตรวจสอบร่องรอยการทำลายรั้วลวดหนามโดยการตัดเป็นช่องหลายจุด และมีการซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อย ก่อนให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองลงมาในพื้นที่ในวันนี้ได้รับมอบหมายจาก พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้มาตรวจเยี่ยม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันชายแดน โดยเฉพาะเรื่องที่ ผบ.ทบ.เน้นย้ำ

คือประการแรกในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด – 19 รอบที่ 2 ทั้งในมาเลเซีย และเมียนมา เราเองต้องเฝ้าระวังการกลับเข้ามาของโควิด – 19 เช่นกัน เพราะฉะนั้น กองกำลังที่เกี่ยวข้องต้องต้องระมัดระวังการลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าวที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้จับตาสกัดกั้นในส่วนของคนที่นำพา หรือนายหน้าที่ติดต่อนำพา และกำชับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ต้องเข้มงวดกวดขัน และจะต้องไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นอันขาด

ประการที่สองการดำเนินการเมื่อพบเห็นการเข้ามาของแรงงานต่างด้าวเหล่านั้น เราจะต้องผลักดันออกไปตามข้อตกลงตามหลักมนุษยธรรม ต้องดูแลอำนวยความสะดวก ต้องปฏิเสธการเข้าเมืองของคนต่างชาติ คนต่างด้าว ซึ่งเป็นหลักการสากลที่ดำเนินการกันอยู่ ซึ่งเรื่องสิทธิมนุษยชน ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษ หากเขาเหล่านั้นได้รับความลำบาก เราจะต้องอำนวยความสะดวก อาหารการกินหรืออะไรต่างๆและให้เขาเดินทางต่อไป โดยไม่ให้เข้ามาในราชอาณาจักรของเรา

ประการที่สามเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขัน เพราะช่วงหลังมีการจับกุมได้ในพื้นที่ชายแดน เพื่อที่จะลำเลียงไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไปยังที่หมายของขบวนการค้ายาเสพติดอยู่บ่อยครั้งทั้งยาไอซ์ ยาบ้า ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดน หรือกองกำลังเทพสตรีได้ดำเนินการกันอยู่

ส่วนการป้องกันแนวริมรั้วชายแดนที่ถูกทำลายนั้น ระยะแรกได้ดำเนินการซ่อมแซมเท่าที่ทำได้ โดยการใช้ลวดเหล็กและเครื่องกีดขวางต่างๆ รวมทั้งการเฝ้าตรวจด้วยบุคลากร มีการเพิ่มเติมกำลังเข้ามาเพิ่มเติมตามแนวชายแดน ซึ่งการลักลอบมีจุดประจำซึ่งเรามีการข่าวอยู่ และจะได้ทำการปิดช่องทางดังกล่าวนั้น

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด – 19 ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย ยังมีแนวโน้มไม่ดีขึ้น และจากการประกาศล็อคดาวน์ประเทศไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63 ทำให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะชาวเมียนมา ซึ่งเป็นแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง และลักลอบเข้าประเทศไทย โดยไม่ผ่านการคัดกรอง เพื่อเดินทางกลับบ้านเกิด จากสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้มีการแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย หน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นเพิ่มขึ้น

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสงขลา กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น