ปลูกแตงกวา 3 ไร่ ทำเงินแสน ต่อ 1 รอบการปลูกประมาณ 60 วัน

สงขลา-สะเดา เกษตรกรในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ปลูกแตงกวาบนเนื้อที่ 3 ไร่ เก็บผลผลิตส่งขายให้กับพ่อค้า – แม่ค้า ทั้งในและนอกพื้นที่ วันละ 800 – 900 กิโลกรัม สร้างรายได้งามกว่า 1 แสนบาทต่อ 1 รอบการปลูกประมาณ 60 วัน ( มีคลิป )

นายสวัสดิ์ หมายมุ่ง อายุ 60 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า พื้นเพตนเองเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี แต่ได้พาครอบครัวมาปักหลักทำมาหากินอยู่ใน ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา นานกว่า 10 ปี โดยยึดอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งพืชที่ปลูกมาตลอดคือแตงกวา โดยมีประสบการณ์ในการปลูกยาวนาวกว่า 20 ปี ทั้งนี้ในการปลูกจะคัดพันธุ์ที่ดูแลง่าย และต้านทานโรค เช่นพันธุ์ศรแดง และพันธุ์นาตาลี 8

ขั้นตอนการปลูกมีการเตรียมแปลงโดยยกเป็นร่องสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 100 เซนติเมตร ส่วนความยาวตามเนื้อที่ ก่อนตากดินทิ้งไว้ 7-10 วัน เพื่อกำจัดวัชพืช และแมลงศัตรูพืชในดิน ใช้ขี้ไก่แกลบรองพื้น ซึ่งเนื้อที่ 3 ไร่ใช้จำนวน 80 กระสอบ เป็นการปรับดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งการปลูกเป็นแบบมีค้างหรือร้าน ใช้ตาข่ายดึงเพื่อให้ต้นแตงกวาเลื้อยขึ้นมา ปลูกระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 30 – 40 เซนติเมตร

คอยดูแลให้น้ำเมื่อต้นแตงกวาเริ่มเจริญเติบโตก็ฉีดพ่นปุ๋ยบำรุง ซึ่งใช้ปุ๋ยพวกสารอินทรีย์ต่างๆ หรือน้ำหมักในการไล่แมลงศัตรูพืช แตงกวาอายุได้ 40 วันก็จะให้ผลผลิตสามารถเก็บเกี่ยวได้ถึงวันละ1,000-1,300กิโลกรัม ซึ่งหากต้นแตงกวามีความสมบูรณ์ จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานกว่า 20 วัน โดยจะลดน้อยลงเหลือ 700 – 800 กิโลกรัมต่อวัน

นายสวัสดิ์ หมายมุ่ง ยังบอกอีกว่าราคาขายแตงกวา ปัจจุบันนี้กิโลกรัมละ 16 บาท นับเป็นราคาที่ดีก่อนหน้านี้เคยขายส่งให้กับพ่อค้า ที่ซื้อไปขายในประเทศมาเลเซีย แต่หลังจากที่โรคไวรัสโควิด – 19 ระบาดตรงนั้นก็ชะงักไป ทำให้ต้องหันมาหาตลาดในบ้านเราซึ่งได้แก่ตลาดสะเดา ปาดังเบซาร์ ด่านนอก และตลาดใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เฉลี่ยมีรายได้ประมาณ 8 – 9 พันบาทต่อวัน หักลบค่าใช้จ่ายเเล้ว เหลือเงินเป็นกำไรต่อรอบในการปลูก ( ประมาณ 60 วัน ) ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท 

สำหรับแตงกวาเป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี และตลาดในบ้านเรามองว่ายังมีความสดใส ทุกวันนี้เก็บแตงกวาได้ประมาณ 800 กิโลกรัม ก็ยังไม่พอขายให้กับลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นเจ้าประจำ ยิ่งหากมีการเปิดด่านพรมแดนไทย – มาเลเซีย ให้มีการเข้า-ออกหรือค้าขายได้ตามปกติ เชื่อว่าการตลาดของแตงกวาจะคึกคักมากขึ้นมากกว่าเดิม เนื่องจากตลาดในประเทศมาเลเซียจะนิยมแตงกวาขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีน้ำหนักดี ต่างจากตลาดในเมืองไทยที่นิยมขนาดเล็ก

 

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสงขลา กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น