“บิ๊กกบ”ตรวจสถานการณ์คัดกรองโควิด-19 และการรับคนไทยกลับบ้านชายแดนสะเดา

สงขลา – สะเดา  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมคณะลงพื้นที่ด่านพรมแดนสะเดา เพื่อติดตามสถานการณ์การรับคนไทยกลับจากประเทศมาเลเซีย และการคัดกรองโรค พร้อมแสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ส่วนจะขยายโควต้าหรือรับคนไทยเพิ่มหรือไม่ ต้องดูความพร้อมโรงพยาบาล และสถานที่ควบคุมโรค ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ด้านสาธารณสุขจังหวัดสงขลาแจ้งกรณี มีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 เพิ่มขึ้น 2 ราย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เดินทางกลับจากมาเลเซีย ในช่วงวันที่ 18-21 เมษายน 256322 เม.ย. 63 พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด / หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง พร้อมคณะนายทหารระดับสูง ลงพื้นที่ด่านพรมแดนสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา  โดยมีนาย จารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายชวกิจจ์ สุวรรณคีรี นายอำเภอสะเดา นายอาทิตย์ วิสุทธิสมาจาร นายด่านศุลกากรสะเดา พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ตม.6  รรท. ผกก.ตม.จว.สงขลา  และหัวหน้าหน่วยงานราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทหารสูงสุดบอกว่า ตนเองในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ในสถานการณ์โควิด – 19 ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี มาตรวจเยี่ยมด่านคัดกรองที่ด่านสะเดาได้พบถึงความเป็นมาตรฐานและความสมบูรณ์ในทุกๆขั้นตอน ของการคัดกรอง ซึ่งเราคงได้ยินข่าวว่ามีผู้ที่เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรทางบก ทั้งที่ผ่านด่านและช่องทางที่ไม่ถูกต้อง

จากการมาตรวจในวันนี้และเราได้ส่งผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปประเมินทั้ง 5 ด่านในวันเดียวกัน พบว่าตั้งแต่วันที่ 18 เป็นต้นมามีความขลุกขลักบ้าง ในส่วนของคนไทยที่ไม่ได้ใช้ช่องทางหลักเข้ามาซึ่งจากข้อมูลทราบว่า เราสามารถตามบุคคลเหล่านั้นกลับมาได้ทุกคนและเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจโรค และกักกันครบถ้วนเพราะฉะนั้นให้วางใจได้ว่าในทุกๆด่านของจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเข้มงวดในการตรวจคัดกรอง คนที่เดินทางกลับสิ่งที่อยากจะฝากคือยังมีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่อยากจะเดินทางกลับเข้ามา และยังอยู่ในประเทศมาเลเซีย แต่ด้วยความสามารถทางสาธารณสุข เราก็จะมีจำนวนตามโควตาที่ได้กำหนดขึ้น จึงขอให้ทุกคนผ่านการลงทะเบียนที่ถูกต้องและมาตามจำนวนที่กำหนด และขอให้รับทราบว่าสถานเอกอักราชทูตไทยในกรุงกัวลาลัวเปอร์เป็นสถานที่ที่รับการติดต่อคนไทยทุกคนที่ประสงค์ที่จะเดินทางกลับ

และหากใครที่ไม่สามารถเดินทางกลับได้เนื่องจากโควต้าไม่พอ สถานเอกอัคราชทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์จะมีการดูแล หาสิ่งของเพื่ออำนวยความสะดวก ในการยังชีพให้คนไทยทุกคน และยืนยันว่าคนไทยสามารถกลับเข้ามาในราชอาณาจักรได้ แต่ขอให้กลับมาในช่องทางที่ถูกต้องในจำนวนที่กำหนด และใครที่ยังตกค้างขอให้ความมั่นใจว่ารัฐจะให้ความดูแลอย่างเท่าเทียมกันทุกคน

สำหรับข้อซักถามที่ว่าจะมีการขยายโควต้าเพื่อรับคนไทยเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดบอกว่า ตรงนี้ยืนยันว่าคนไทยทุกคนเราพร้อมที่จะรับ แต่ด้วยความสามารถทางสาธารณสุขอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากว่าโรงพยาบาลหรือสถานควบคุมโรคของรัฐมีจำนวนมากพอ เราอาจจะเพิ่ม – ลด โควต้าในอนาคตได้ แต่ว่าในขั้นนี้ทุกอย่างต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ซึ่งต้องเอาความปลอดภัยของคนส่วนรวมเป็นหลักส่วนกรณีที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองติดเชื้อโควิด-19 นั้น กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบซึ่งหากพบผู้หนึ่งผู้ใดติดเชื้อเราจะสอบประวัติย้อนหลังไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องและแยกตัวและต้องทำความสะอาดสถานที่ตามขั้นตอน ก็ต้องรอให้มีการตรวจสอบว่าจริงเช่นนั้นหรือไม่ หากจริงทุกอย่างมีมาตรการอยู่แล้ว และหากว่าพื้นที่มีการติดโรคจริงก็อาจจะมีการทำความสะอาด และเว้นระยะสัก 2 –วัน ซึ่งเรามีด่านสำรองอยู่แล้ว

ด้านสาธารณสุข จ.สงขลา แจ้งกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 2 ราย เมื่อวันที่ 20 – 21 เม.ย. 63 มีรายละเอียดคือ จ.สงขลาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นคนในพื้นที่ อ.สะเดา เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา ปฏิบัติงานที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา และเพื่อนในกลุ่มใกล้ชิด ซึ่งอยู่ใน อ.สะเดาเช่นกัน รวม 2 ราย

เป็นการติดเชื้อโควิด -19 ในพื้นที่ มีปัจจัยเสี่ยงจากการปฏิบัติตัวส่วนบุคคล และไม่ได้อยู่ปฏิบัติงานในช่วงเปิดด่านรับคนไทยกลับจากมาเลเซีย การติดเชื้อรายใหม่นี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เดินทางกลับจากมาเลเซียในช่วงวันที่ 18  – 21 เม.ย. 63 ทั้งนี้กลุ่มที่เดินทางกลับจากมาเลเซียในช่วงดังกล่าวไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด – 19 แม้แต่รายเดียว

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ภูมริน มหันตมรรค

ภูมริน มหันตมรรค

เคยเป็นสื่อทีวีในฐานะทีมช่างภาพตั้งแต่ยุคเปิดตัว ITV. และทำข่าว นสพ.ท้องถิ่นมาก่อน และหยุดไปช่วงนึง 4 ปี เนื่องจากย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่ กลับมาก็เริ่มใหม่ในสื่อทีวี และ นสพ. จนกระทั่งปัจจุบัน 77 ข่าวเด็ด