“ลุงตู่’ช่วยด้วย เสี่ยใหญ่พร้อมชาวชุมชน ขึ้นป้ายริมถนนขอความเป็นธรรมถึงนายกรัฐมนตรี

ปทุมธานี “ลุงตู่’ช่วยด้วย เสี่ยใหญ่พร้อมชาวชุมชน ขึ้นป้ายริมถนนขอความเป็นธรรมถึงนายกรัฐมนตรี

วันที่ 6 กพ.2563 ผู้สื่อข่าวรงานว่า บริเวณริมถนนพหลโยธิน (ขาเข้า) ก่อนถึงศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนอยู่หน้าป้ายอิงค์เจ็ทขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า “ท่านนายกฯ ลุงตู่ ช่วยประชาชนของ….ด้วย ผู้ซื้ออาคารในโครงการนี้ โครงการเป็นผู้สร้างฟุตปาทสาธารณูปโภค ตามใบขออนุญาตจัดสรร เลขที่ 571/2531 ลงวันที่ 26 ธ.ค.2531 ในโฉนดเลขที่ 15309/17507 จะปรากฏรายละเอียดแผนฝังสาธารณูปโภคที่โจทย์ต้องทำตามที่ขอจัดสรร เจ้าของโครงการฟ้องผู้ซื้ออาคารนี้ รวม 30 คดี

ให้ทุบรื้อฟุตปาทหน้าอาคาร ด้านข้างอาคาร เว้นเกาะกลางฟุตบาทไม่อยู่ในคำฟ้อง ฟ้องกล่าวหาผู้ซื้ออาคารเป็นคนทำฟุตบาททางเท้า ปี 2535 โดยประมาณ เจ้าของโครงการได้ขอเงินค้ำประกันสาธารณูปโภคในหนังสือขอเงินค้ำประกันคืน อ้างว่าได้ทำสาธารณูปโภคตามที่ขอจัดสรร ตามแผนผังโครงการเสร็จสิ้นแล้ว ขัดแย้งคำฟ้องโจทย์ ปัจจุบันมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ผู้ซื้ออาคารในโครงการ ทุบรื้อฟุตบาทหน้าอาคาร และด้านข้างอาคารที่อยู่ใกล้ผังจัดสรร พร้อมจ่ายค่าเสียหายรายเดือนให้แก่โจทย์นับจากวันฟ้อง ค่าเสียหายรายเดือนยังแพงกว่าค่าเช่าอาคาร ผู้ซื้ออาคารบางรายเมื่อเห็นคำพิพากษา ก็ทำเรื่องยอมความให้โจทย์ทุบรื้อฟุตบาทตามคำฟ้อง ชุมชนนี้ได้ขอความช่วยเหลือตามหน่วยงานราชการต่างๆ 2 ปี ไม่มีความคืบหน้าใด”

โดยนายมงคล ตั้งพาณิชย์กิจ อายุ 70 ปี กล่าวเปิดเผยว่า ตนและชาวชุมชนบริเวณย่านนี้ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงต้องร้องขอความเป็นธรรมและเขียนข้อความขึ้นป้ายเพื่อฝากไปถึงท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มาช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับพวกตน โดยสาเหตุและเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นสืบเนื่องมาจาก ก่อนหน้านี้ตนและครอบครัวพร้อมกับชาวชุมชนอาคาร ได้ซื้ออาคารพาณิชย์บริเวณแถวนี้ กับเจ้าของโครงการแห่งหนึ่ง ที่มีการโฆษณาตามหนังสือพิมพ์ต่างๆ และมีโบว์ชัวร์ “คุ้มค่าที่สุด ศูนย์กลางขนส่ง และเครื่องจักรกล แห่งประเทศไทย” ศูนย์กลางการพานิชย์ที่ใหญ่ที่สุด บนเนื้อที่ 350 ไร่ โดยรวมเอากิจการขนส่ง โกดังสินค้า พืชผลเกษตรกรรม เครื่องอะไหล่จักรกลและกิจการค้าทุกประเภท

โครงการนี้อยู่ติดถนนวิภาวดีรังสิต กม.ที่ 29 อยู่ห่างจากสนามบิน สถานีรถไฟดอนเมือง เพียง 3 กม.นอกจากนี้ยังมีคลองขนาดใหญ่สำหรับขนส่งทางน้ำ อยู่ด้านหลังของโครงการ ภายในโครงการประกอบด้วยอาคารพานิชย์ 1,000 ห้องขนาดตัวอาคาร 4×12 เมตร มีที่ว่างด้านหลังลึก 6 เมตร ทุกห้อง เพื่อใช้เป็นที่เก็บสินค้า ถนนทุกสายเป็น ค.ส.ล. กว้าง 32 เมตร และ 20 เมตร จึงหมดปัญหาเรื่องการจอดรถโดยเด็ดขาด ฟุตบาททั่วไปกว้าง 4 เมตร สะดวกต่อการขนส่งถ่ายสินค้า การซ่อมแซมเครื่องจักรกล และกิจการค้าทุกประเภท” ถือเป็นการโฆษณาชวนเชื่อให้กับประชาชนที่มีความสนใจ พวกตนจึงพากันมาซื้อเพื่อทำธุรกิจ โดยเฉพาะตนได้ทยอยซื้อจนปัจจุบันมีอยู่ จำนวน 26 คูหา ซึ่งเริ่มซื้อมาตั้งแต่ปี 2524 ในราคาคูหาละ 1 ล้านบาท โดยราคาประเมินที่ดินขณะนั้น ตรว.ละ 6,900 บาท แต่ปัจจุบันราคาขายที่ ตรว.ละ 200,000 กว่าบาท

นายมงคลฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาทางเจ้าของโครงการฯ ได้มีการฟ้องศาลให้พวกตนที่ซื้ออาคารพาณิชย์ของโครงการ ทำการทุบรื้อฟุตบาทด้านหน้าอาคารพาณิชย์ที่กว้าง 4 เมตร พวกตนจึงต้องพากันต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความเป็นธรรม ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าจะมีการสร้างตึกแถวสูง 2 ชั้น บริเวณด้านหน้าอาคารริมถนนพหลโยธิน ซึ่งอยู่ด้านหน้าของอาคารที่พวกตนซื้อไว้ ทำให้เจ้าของโครงการ ถึงต้องมาฟ้องร้องให้ทุบรื้อฟุตบาท 4 เมตรออก และการกระทำครั้งนี้ ทำให้พวกตนได้รับความเดือดร้อน และไมได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามขณะนี้คดีฟ้องร้องอยู่ในระหว่างทำเรื่องอุทธรณ์ หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษา ให้ต้องทุบรื้อและต้องชดใช้ค่าเสียหายซึ่งแพงกว่าค่าเช่าอาคารเสียอีก แม้ว่าทั้งที่ก่อนหน้านั้นพื้นที่ฟุตบาทก็มีอยู่ในโครงการอยู่แล้ว ทางเจ้าของโครงการ ก็เป็นผู้ดำเนินการปูฟื้นเอง

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดปทุมธานี กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น