X
นอท กองสลากพลัส,พรรคเปลี่ยน,ลอตเตอรี่

นอท กองสลากพลัสมาตรังจุดประทัดแสนนัด FC แห่ส่องเลขเด็ด

นอท กองสลากพลัส มาตรังประชุมสามัญพรรคฯเป็นที่แรก จุดประทัด 1 แสนนัด ประกาศลั่นกลองรบ สู้ศึกเลือกตั้งขณะที่ FC แห่ขอถ่ายรูป-พูดคุย-ซื้อเลขประทัดอย่างเป็นกันเอง นอท เผยหวังนั่งในสภาฯ แก้ปัญหาอาชีพรากหญ้า ผลักดันอาชีพขายลอตเตอรี่ ลั่น เอาความจริง ที่ซุกใต้พรม ขึ้นมาวางบนโต๊ะ เลิกตอแหล คุยกันตรงๆ สักที ว่าประเทศมีปัญหาอะไรบ้าง แล้วหยิบขึ้นมาแก้

นอท กองสลากพลัส  เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 มี.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดลำไห ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรังพรรคเปลี่ยนได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2566 มีวาระสำคัญได้แก่ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส หัวหน้าพรรคเปลี่ยนกล่าวพบปะสมาชิกพรรค พร้อมกับแนะนำคณะกรรมการ ตัวแทนสาขาทั้ง 4 ภาค รวมถึงการเปิดใจเกี่ยวกับนโยบายพรรคที่มุ่งเน้นช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ระดับรากหญ้า ชูสโลแกนเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุมสามัญประจำปี ในโอกาสนี้ทางพรรคเปลี่ยนได้จัดการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครก่อนปิดการประชุม ภายในงานมีสมาชิกพรรคที่เป็นชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่เข้าร่วมกว่า 500 คน และมีผู้ลงทะเบียนจำนวน 280 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังจากปิดการประชุมนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส พร้อมคณะกรรมการพรรคฯและสมาชิกได้ร่วมกันจุดประทัด 1 แสนนัด เสมือนเป็นการประกาศลงสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างเป็นทางการ หลังจากประทัดหมด นอท กองสลากพลัส ได้เดินไปหยิบเลขประทัด 196 ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานต่างรุมกันถ่ายรูปพร้อมนำไปซื้อเพื่อหวังโชคซื้อลอตเตอรี่ในงวดถัดไป และทั้งนี้ยังได้มีชาวบ้านและผู้ที่มาร่วมต่างขอถ่ายภาพกับ นอท กองสลากพลัส เป็นจำนวนมาก

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเกิดและเติบโตอยู่ในชั้นล่างของสังคม ไม่ได้ร่ำรวยอะไรที่ผ่านมาต่อสู้มาเยอะแยะในชีวิตนี้ ตนมองเห็นหลายอาชีพเจอปัญหามาหลายอย่างและรู้ว่ามันปัญหามันคืออะไรอยากเปลี่ยนแปลงมานานแล้วแต่ว่าโอกาสในการเปลี่ยนแปลงมันไม่มีเพราะว่าตนต้องทำมาหากิน จนวันนี้ตนคิดว่าพร้อมแล้วไม่ใช่พร้อมเรื่องการเงิน แต่พร้อมเรื่องที่รู้จักคนมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ก็เลยอยากทำการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

สำหรับคอนเซ็ปคำว่าเปลี่ยน คือ เปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญหาและเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส ปัญหาที่ประเทศไทยไม่เคยพูดถึงเช่นปัญหาโสเภณีก็บอกไม่มี ปัญหาเรื่องราคาหวย 80 บาท ปัญหาต่างๆ ที่ซุกไว้ใต้พรม ตนอยากจะเปลี่ยนให้เป็นปัญหาพอเป็นปัญหาแล้วจะมีการเกิดการแก้ไข หลังจากแก้ไขปัญหาเหล่านั้นจะเป็นโอกาส อย่างเช่นเราไม่เคยดูแลคนทำงานกลางคืนเลย ไม่เคยดูแลอาชีพที่ทนรับแรงกดดันเยอะๆ เลย ถ้าเราดูแลประชานในกลุ่มที่มีปัญหาดีเศรษฐกิจมันก็จะดีขึ้นตามมา เอาความจริงขึ้นมากองไว้บนโต๊ะเลิกตอแหล คุยกันตรงๆ ทีว่าประเทศมันมีปัญหาอะไรบ้างแล้วก็หยิบขึ้นมาแก้หลังจากที่แก้ได้แล้วจะมีโอกาสตามมาจากปัญหาเหล่านั้นอีกเยอะ

นอท เผยอีกว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ได้รับความอบอุ่นจากชาวบ้านที่มาต้อนรับเป็นอย่างดี พรรคเปลี่ยนมีสาขาพรรคทั้งหมด 4 ภาค จ.ตรัง เป็นสาขาสุดท้ายที่ตั้งขึ้นมา จึงเชิญประธานสาขาพรรคมาประชุมสามัญ ส่วนการลงพื้นที่หาเสียงหลักๆ จะเป็นทางออนไลน์เนื่องจากเวลามันน้อยมากและทีมงานตนมีน้อย ประกอบกับพรรคเปลี่ยนของตนผ่าน กกต.ช้าที่สุด เพราะฉะนั้นเราไม่มีเวลาเราจึงเน้นการหาเสียงออนไลน์ ส่วน ส.สเขตตอนนี้มี 7 เขตที่จะส่งผู้สมัครลง ตอนนี้มีคนให้ความสนใจเยอะแต่ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุยและพิจารณา ในเรื่องเหตุผลทางการเมืองที่ยังไม่ค่อยตรงกัน และปาร์ตี้ลิสต์ 7 ราย ส่วนกฎกติกาในการเลือกตั้งครั้งนี้ตนมองว่าต้องไปดูตอนนับคะแนน คือกติกาเป็นยังไงช่างมัน อยู่ในมือพวกผู้มีอำนาจ การนับคะแนนต้องโปร่งใสและต้องนับต่อนัดประชาชน

อยากฝากพักที่เกิดจากคนหาเช้ากินค่ำ เราเกิดมาพวกเรารู้ปัญหา เราเป็นคนแบบเดียวกับประชาชนไม่ว่าจะเป็นผู้หาซื้อกินค่ำ พนักงานออฟฟิศ ตนผ่านทุกสิ่งทุกอย่างหมดแล้ว แม้กระทั่ง CEO ก็เคยเป็น ถึงตนเคยมีธุรกิจเป็นร้อยเป็นพันล้าน ตนก็ยังโดนรังแก โดนกดดันจนตอนนี้ต้องกลับมาสู่จุดเริ่มต้น ถ้าอยากได้คนที่เข้าใจปัญหาอยากได้คนที่เข้าใจประชาชน ขอโอกาสให้เข้าไปทำการเมือง เลือกปาร์ตี้ลิสต์พรรคเปลี่ยน

ส่วนนโยบายหลักของคือการแก้ปัญหาของคนหาเช้ากินค่ำอย่างเช่นเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล เรื่องของคนทำงานกลางคืนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ นักกีฬา โดยจะมองปัญหาอยู่ 7-8 กลุ่ม ส่วนในประเด็นเรื่องราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล ตนอยากให้มีคนทำอาชีพคนขายลอตเตอรี่จริงๆ ที่ตนลุกมาทำการเมืองไม่ใช่จากราคาหวย ที่ผ่านมาภาครัฐมองว่าการขายลอตเตอรี่เป็นอาชีพเสริมแต่ตนเห็นว่ามันไม่ใช่อาชีพเสริม อาชีพเหล่านี้สามารถเลี้ยงครอบครองมาได้เป็นสิบๆ ปี การลงสนามการเมืองครั้งแรกยอมรับรู้สึกกดดันเหมือนกัน ทั้งการให้นโยบายการให้สัมภาษณ์ตนยังไม่ถนัด แต่ตนรู้สึกว่าตนอยากทำ กดดันมากๆ แต่อย่างน้อยถ้าไม่เริ่ม ก็ไม่ได้ทำสักทีอย่างน้อยขอให้ได้ลองทำลองเริ่มได้ศึกษาและเรียนรู้ ซึ่งจากแรงสนับสนุนก็ตอนนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ดีจากคนที่รู้จักและคนรอบข้างก็มีคำถาม หลังประชุมพรรคน่าจะเห็นผลตอบรับที่ชัดมากขึ้น.

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน