X

ตรัง ฉุนขาด! ผอ.ส่วนอุทยานฯ สบอ.5 เจอเองกับตา เก็บเงินค่าเข้าเที่ยวอุทยานฯเจ้าไหม หละหลวม จ่ายไม่ครบ อ้างมีปัญหาให้โทรหานายหัว? เงินหล่นหายกลางทะเลมหาศาล

ตรัง-ฉุนขาด! ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.5 เจอเองกับตา เก็บเงินค่าเข้าเที่ยวอุทยานฯเจ้าไหม หละหลวม-ปล่อยปละละเลยมานาน ไกด์นำเที่ยว-คนขับเรือ จ่ายไม่ครบ อ้างมีปัญหาให้โทรหานายหัว? จ่ายต้นทางมาแล้ว เงินหล่นหายกลางทะเลมหาศาล ล้อมคอกสั่งยกเครื่องใหม่ ส่วนประเด็นตั้งกก.สอบ “พริษฐ์” ให้สำนักอุทยานฯดำเนินการ

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. จากรณีที่ก่อนหน้านี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำทีมชุดพญาเสือลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจพื้นที่เกาะกระดานเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยเข้าสุ่มตรวจบริเวณหน้าถ้ำมรกต ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯหาดเจ้าไหมเข้ามาจัดเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด พร้อมข้อสังเกตสำคัญที่ว่า ผู้ประกอบการอาจมีการจ่ายตรงกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ผ่านตั๋วเข้าชมหรือไม่ พร้อมสั่งการให้นายพริษฐ์ นราสฤษฏ์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยด่วน โดยนายชัยวัฒน์ระบุสาเหตุที่จู่โจมลงพื้นที่บริเวณหน้าถ้ำมรกตเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนส่งต่อมาจาก ป.ป.ช. เกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดเก็บรายได้เข้าชมของอุทยานฯ ทั้งนี้ ทางอุทยานแห่งชาติ ได้รับการร้องเรียนมายาวนานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานหาดเจ้าไหมไม่ได้ดำเนินการจัดเก็บค่าเข้าใช้บริการที่บริเวณถ้ำมรกตมายาวนานแล้ว ประกอบกับรายงานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานหาดเจ้าไหมซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บหลายแห่ง แต่รายได้ต่อวันต่ำกว่าอุทยานอื่น ๆ มาก โดยได้เพียงหลักหมื่นบาทต่อวัน

ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวภายในเขตอุทยานหาดเจ้าไหมมีหลายจุด รวมทั้งถ้ำมรกตที่เป็นพื้นที่เป้าหมายของนักท่องเที่ยว ทั้งจากที่ลงเรือฝั่ง จ.ตรัง และเดินทางมาทางเรือจากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งจากกระบี่ พังงา ภูเก็ต และ จ.สตูล เข้ามาท่องเที่ยว แต่ผลการจัดเก็บรายได้ต่ำมากเพียงแค่วันละหลักหมื่นบาท หรือบางเดือนแค่ 2-3 หมื่นบาท แต่ไม่เคยเกิน 4 หมื่นบาท ขณะที่อุทยานอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงรายได้ต่อวันนับแสนบาท จนทำให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามคำสั่งโยกย้ายลงวันที่ 6 ธ.ค. ย้ายนายพริษฐ์ นราสฤษฏ์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรังไปประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 และ ให้ นายแสงสุรี ซองทอง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สบอ.5 ไปเป็น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

ล่าสุด นายจรัญ ด้วงแป้น ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ลงพื้นที่ติดตามดูการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทั้งบริเวณท่าเรือปากเมง รวมทั้งตรวจสอบเอกสารการจัดเก็บย้อนหลัง ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จากนั้นได้ลงเรือยางเดินทางไปสังเกตุดูวิธีการจัดเก็บค่าธรรมเนียนบริเวณหน้าถ้ำมรกต จุดที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงพื้นที่มาสุ่มตรวจเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จำนวน 2 รอบ คือ ภาคเช้าและภาคบ่าย ซึ่งพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาจากจังหวัดกระบี่ และจ.ภูเก็ต เข้ามาเที่ยวชมภายในถ้ำมรกตแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดเก็บค่าธรรมเนียม ทำรัฐสูญเสียรายได้จำนวนหลายหมื่นบาท หลังได้รับการร้องเรียนว่าการจัดเก็บรายได้ของอุทยานฯแห่งชาติหาดเจ้าไหมต่อเดือนได้ต่ำอย่างมาก ต่ำกว่าทุกอุทยานฯ บางเดือนแค่หลักหมื่นบาท โดยมองว่าอาจมีการจ่ายตรงกับเจ้าหน้าที่หรือไม่
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ติดตามดูการจัดเก็บ พบเจ้าหน้าที่อุทยานฯประจำหน่วยเกาะกระดาน จำนวน 3 คน นำเรือยางมาลอยลำเฝ้าจัดเก็บบริเวณหน้าถ้ำมรกต เนื่องจากถ้ำมรกตเป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงของจ.ตรังอยู่ด้านหลังเกาะมุกด์ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เรือท่องเที่ยวทั้งเรือยอร์ช และเรือหางยาวจากกระบี่ ภูเก็ต สตูล จำนวนมากมุ่งหน้ามาเข้าถ้ำมรกต โดยบางส่วนไม่ได้แวะที่เกาะกระดาน หรือจุดเก็บค่าธรรมเนียมบนฝั่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือมาลอยลำจัดเก็บค่าเข้าเที่ยวชม โดย ผอ.ส่วนอุทยานฯสบอ.5 ได้สังเกตการณ์การจัดเก็บอย่างใกล้ชิด เพื่อดูปัญหาหรือข้อจำกัด เพื่อนำไปหาทางปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่อไป พบว่าในวันนี้มีเรือหางยาวนับสิบลำ รวมทั้งเรือยอร์ช เกือบทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาจาก จ.กระบี่ จ.ภูเก็ต พานักท่องเที่ยวมาเข้าถ้ำ ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่นำเรือยางเข้าไปเทียบเรือนักท่องเที่ยว เพื่อจะเก็บค่าธรรมเนียม กลับได้ยินคำถามที่เจ้าหน้าที่ถามคนขับเรือ หรือไกด์นำเที่ยวว่า….. “ เอาตังค์มามั๊ย (เอาตังค์มาหรือไม่) ” …. ประกอบกับเรือบางลำเมื่อนักท่องเที่ยวออกจากถ้ำกลับขึ้นเรือครบจำนวนก็รีบขับเรือออกจากพื้นที่ โดยไม่สนใจจะจ่ายเงินค่าเข้าเที่ยวเขตอุทยานฯ ผอ.ส่วนอุทยานฯ สบอ.5 สั่งให้ตะโกนเรียกให้คนขับเรือหยุดเรือ พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มลำ จำนวน 20 คน มาจากเกาะลันตา โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ค่าธรรมเนียม 200 บาท เด็ก 100 บาท ค่ายานพาหนะ เรือหางยาวลำละ 20 บาท เรือทัวร์ เรือยอร์ช ลำละ 100 บาท และเมื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไกด์นำเที่ยวนำเงินยื่นส่งให้จำนวน 1,800 บาท จากที่จะต้องจ่ายจำนวน 4,020 บาทรวมค่าเรือ เมื่อสอบถามทำไมจ่ายไม่ครบจำนวน กลับได้รับคำตอบว่า ไม่ทราบ..เพราะนายหัวให้มาเท่านี้ จึงต้องรวบรวมให้ครบจำนวน , บางลำ นักท่องเที่ยวต่างชาติ 20 คน กลับยื่นซองปิดผนึกส่งให้เจ้าหน้าที่ต่อหน้า ผอ.ส่วนอุทยาน สบอ.5 เมื่อฉีกซองขาวออกกลับพบธนบัตร 500 บาท เพียง 2 ใบ รวมเป็นเงิน 1,000 บาท จากที่ต้องจ่ายรวม 4,020 บาท เมื่อถามคนขับว่า ทำไมให้แค่ 1,000 บาท กลับได้รับคำตอบว่า… นายหัวบอกว่าถ้ามีปัญหาให้โทรหานายหัว ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ผอ.ส่วนอุทยานฯสบอ.5 ประกาศต้องเก็บให้ครบ ปล่อยปละละเลยแบบนี้ไม่ได้ เพราะ บริษัท ไกด์นำเที่ยว คนขับเรือทราบกฎระเบียบดีเข้าเที่ยวอุทยานฯไหนต้องจ่ายค่าธรรมเนียม และเมื่อสอบถามนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับคำตอบว่าจ่ายมาครบแล้วตามแพ็กเก็ตทัวร์รวมทั้งค่าเข้าเที่ยวอุทยานฯเจ้าไหม… สุดท้าย ทาง ผอ.ส่วนอุทยานฯสบอ.5 ไม่ยอม ให้คนขับเรือยืมเงินนักท่องเที่ยวมาจ่ายให้ครบพร้อมค่าเรือจึงรวบรวมได้มาครบ ขณะที่บางลำอ้างว่าจ่ายที่อื่นมาแล้ว แต่บริษัทนำเที่ยว คนขับเรือ ไกด์นำเที่ยวทุกคนทราบว่า เข้าอุทยานไหนก็ต้องจ่ายทุกครั้ง เป็นระเบียบปฏิบัติ

แต่ในขณะที่เรือยอร์ช มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 7 คน เมื่อเห็นเรือเจ้าหน้าที่เข้าไปใกล้นักท่องเที่ยวคนหนึ่งเดินลงมายืนท้ายเรือ พร้อมกำเงินมาตามจำนวนพร้อมจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯคนละ 200 บาท ค่าพาหนะเรือยอร์ช 100 บาท รวมจำนวน 1,500 บาทครบจำนวนทันที ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สอบถามทราบว่าเดินทางตรงมาจากจ.ภูเก็ต ตั้งใจมาเข้าถ้ำมรกตแห่งเดียว ไม่แวะจุดเก็บค่าธรรมเนียมจุดอื่นของอุทยานหาดเจ้าไหม

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานลอยลำจัดเก็บค่าธรรมเนียมถึงปัญหา ได้รับคำตอบว่า บางครั้งจัดเก็บไม่ทัน ดูเรือไม่ทันทำให้บางส่วนไม่ได้เก็บ ทั้งช่วงวันปกติ วันหยุด และโดยเฉพาะทุกเทศกาล ขณะที่เรือจัดเก็บมีเพียง 1 ลำเท่านั้น เมื่อผอ.ส่วนอุทยาน สบอ.5 สอบถามว่าเคยรายงานเรื่องดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาทราบหรือไม่ จนท.บอกว่าเคยแจ้ง แต่ก็ไม่มีเรือและเจ้าหน้าที่มาเพิ่ม จึงเป็นจุดที่จะต้องแก้ไขต่อไปเพื่อการจัดเก็บได้ทั่วถึง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ด้าน ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.5 (นครศรีฯ) บอกว่า มาในวันนี้มาติดตามดูวิธีการจัดเก็บว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร เพื่อจะได้รายงานให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ได้รับทราบต่อไป และหากพบข้อบกพร่องตรงไหนจะได้หาทางแก้ไขปัญหาไขปัญหา ส่วนกรณีหัวหน้าอุทยานฯคนที่จะตั้งกรรมการตรวจสอบ หรือสอบสวนข้อเท็จจริง เชื่อว่าทางสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯคงจะเป็นฝ่ายดำเนินการเอง ตนเองมาดูให้ได้ทราบข้อมูล

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน