X

อดีต ผกก.สาธิตกับพวกรวม 4 คน พ้นผิดคดีรุกที่ดิน อช.หาดเจ้าไหมตรัง 121 ไร่ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกฟ้อง

()

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น พ.ต.อ.สาธิตกับพวกรวม 4 คน พ้นผิดรุกที่ดินอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมตรัง  เนื้อที่ 121 ไร่ และยกคำร้องโจทก์ เรียกค่าเสียหาย 14 ล้านบาทเศษ  อดีต ผกก.เตรียมทนายรวบรวมพยานหลักฐานตรวจข้อเท็จจริง หากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดต้องดำเนินทั้งแพ่งและอาญา

วันที่ 20 มกราคม 2565 ความคืบหน้าคดีดัง เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง นำกำลังกว่า 200 นาย  ร่วมทำการจับกุม นายธรวัชร  จันศร สถาปนิกหนุ่มบุตรชาย พ.ต.ท.สาธิต  จันศร รองผกก.ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง (ครั้งนั้น) ในข้อหาบุกรุกที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมตรัง พื้นที่ บ้านฉางหลาง หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำโดย นายชัยวัฒน์     ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุด ฯ ร่วมกับ พ.ต.อ.บัญชา ปั้นประดับ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  นายมาโนช  วงษ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และนายศราวุธ     เพชรหวล หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3  สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 4 ภาคใต้ พ.อ.ธวัชชัย  รักอาชีพ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน. ตรัง ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของ พ.ต.ท.สาธิต  จันศร รองผกก.สอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง แต่ขอออกโฉนดที่ดินเป็นชื่อลูก 2 คนคือ  นายธรวัชร  จันศร  นางสาวธิตาพร   จันศร และนายวินัย  กิ่งเกาะยาว  โดยตรวจยึดคืนที่ดินริมชายหาดฉางหลางและหาดเจ้าไหม จำนวน 3 แปลง ตาม สค 1 เลขที่  133, 134,135  เนื้อที่ดิน 121ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา  ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง

โดยในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมนายธรวัชร  จันศร  สถาปนิกหนุ่ม ลูกชาย พ.ต.ท.สาธิต  ในขณะนั้นไว้ได้ ขณะที่นายธรวัชร เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดิน  เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ตรวจยึดรถยนต์กระบะ 1 คันและส่งตัวดำเนินคดีที่ สภ.สิเกา  และในเวลาต่อมาได้มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.สาธิต  จันศร  นางสาวธิตาพร   จันศร (บุตรสาว พ.ต.ท.สาธิต)  และนายวินัย  กิ่งเกาะยาว รวม 4 คน ชั้นพนักงานสอบสวน สภ.สิเกาและพนักงานอัยการจังหวัดตรัง มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เหตุผลที่ 1. เพราะมีเอกสารสิทธิ์คือ ส.ค.1 โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่สำนักงานที่ดิน อ.สิเกา จ.ตรัง ทำเป็นหนังสือยืนยันรับรองว่าเอกสาร สค.1 ทั้ง 3 แปลงยังไม่ถูกยกเลิกเพิกถอนแต่อย่างใด และผู้ครอบครองที่ดินยังสามารถครอบครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้ตลอดจนถึงผู้รับโอนด้วย และ เหตุผลที่ 2 คำสั่ง คสช.คำสั่งที่ 66//2557 กรณีใดที่ยังอยู่ระหว่างขบวนการยุติธรรม ให้ดำเนินการจนกว่าสิ้นสุดขบวนการที่กำหนด เนื่องจากคดีนี้ พ.ต.ท.สาธิต จันศร เกี่ยวกับ สค 1 ทั้ง 3 แปลงในการขอออกโฉนด เรื่องยังอยู่ระหว่างการการพิจารณาของศาลปกครอง 2 ประเด็นหลักเป็นเหตุผลที่พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา

แต่สุดท้ายอัยการภาค 9 ก็มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เมื่อขบวนการพิจารณาศาลจังหวัดตรัง(ศาลชั้นต้น)พิพากยกฟ้องโจทก์ ให้จำเลยในคดีพ้นผิด เพราะจำเลยมีเอกสารสิทธิ์คือ สค.1 มีการทำประโยชน์แจ้งการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2498  ที่ดินทั้ง 3 แปลงจึงไม่ใช่ที่ดินอุทยานฯ  อีกทั้งที่ดินทั้ง 3 แปลงถูกต้องตรงตามพิกัด อีกทั้งไม่เคยถูกเพิกถอนหรืออายัดจากกรมที่ดินที่อย่างใด

 

และในวันนี้ที่   20 มกราคม 2565 ที่บ้านพัก ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตัง   พ.ต.อ.สาธิต  จันศร อดีตผกก.กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2565 ที่ห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดตรังได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9  คดีหมายเลขดำที่ สว.35/2564  คดีหมายเลขแดง 1842/2564     พนักงานอัยการจังหวัดตรังเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.สาธิต  จันศร รองผกก.ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง (ครั้งนั้น)   นายธรวัชร  จันศร  นางสาวธิตาพร   จันศร และนายวินัย  กิ่งเกาะยาว  ข้อกล่าวหาบุกรุกแผ้วถางที่ดินในเขตอุทยานฯ และเขตป่าสงวน เนื้อที่ดินจำนวน 121 ไร่ พื้นที่ บ้านฉางหลาง หมู่ที่ 5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง

“จำเลยที่ 1 เชื่อโดยสุจริตใจว่าสามารถเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่เกิดเหตุได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์มีหน้าที่นำพยานหลักฐานเพื่อสูจน์ความผิดของจำเลยทั้ง 4 แต่พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้ง 4 ได้กระทำความผิดหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยทั้ง 4 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”

พ.ต.อ.สาธิต กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะให้ทนายความตรวจพยานหลักฐาน ดูข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายให้ชัด หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิดกฎหมายก็จะต้องดำเนินคดี  เพราะมีพยานเอกสาร ข้อกฎหมายที่ ที่พบว่าเจ้าหน้าที่น่าจะกระทำผิดกฎหมาย  ซึ่งในวันจับกุมมีเจ้าหน้าที่ร่วม 200คนที่ลงชื่อจับกุมลูกชายของตนเอง ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานทำการจับกุมตนเองก็ได้แสดงพยานหลักฐานว่าที่ดินทั้ง 3 แปลงมีเอกสารสิทธิ์คือ สค.1ไม่ใช่ที่ดินอุทยานฯ  แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯก็ไม่รับฟังดำเนินคดีกับลูกชายตนเอง บุตรสาว นายวินัย กิ่งเกาะยาวและตนเองในภายหลัง ทั้งที่ตนเองไม่มีชื่อในการครอบครอบสค.1แต่อย่างใด แต่ถูกดำเนินคดีด้วย

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน