ตรัง งานศพสุดเศร้า เผาตาวัย 73 ปี เหยื่อโควิดสายพันธุ์เดลต้า

ตรัง งานศพสุดเศร้า ครอบครัวเร่งประกอบพิธีทางศาสนาสวดพระอภิธรรมศพอย่างเรียบง่าย และฌาปนกิจศพคุณตาวัย 73 ปี เหยื่อโควิดสายพันธุ์เดลต้า รายที่ 2 ในทันที นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ของ จ.ตรัง นอกจากนี้มีคนครอบครัวของผู้ตายมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ทั้งหมดรวม 6 คน และมีอาการรุนแรงต้องให้ออกซิเจนอีก 2 คนมีหญิงวัย 70 ปีอยู่ด้วย

วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.ที่ผ่านมา ที่วัดกะพังสุรินทร์ (พระอารามหลวง) ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ทีมแพทย์ รพ.ตรัง เจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งสวมชุด PPE และครอบครัว ได้ร่วมกันนำศพคุณตาวัย 73 ปี (นายสมพงษ์ เซี่ยงเซียว อายุ 73 ปี) ชาว ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเช้าของวันนี้ จากการติดเชื้อโควิด สายพันธุ์เดลต้ารายที่ 2 ของจ.ตรัง และนับเป็นรายที่ 4 ของยอดเสียชีวิตสะสมของ จ.ตรัง มาประกอบพิธีทางศาสนาสวดพระอภิธรรมศพอย่างเรียบง่าย ได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 4 รูป เพื่อประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ทอดผ้าบังสุกุล ถวายปัจจัย และร่วมวางดอกไม้จันทน์หน้ารูปถ่าย โดยได้ผูกสายโยงจากเมรุ แล้วเร่งนำโลงศพเข้าเตาเมรุ เพื่อฌาปนกิจศพในทันที โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็เป็นอันเสร็จพิธี อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของผู้ตายมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ทั้งหมดรวม 6 คน และมีอาการรุนแรงต้องให้ออกซิเจนอีก 2 คนมีหญิงวัย 70 ปีอยู่ด้วย

 

ทั้งนี้แพทย์หญิงทิพย์ลดา บุญชัย รองโฆษกศบค.ตรัง เปิดเผยว่า ผู้ตายเดินทางกลับจากไปรักษาอาการป่วยที่ รพ.ในกรุงเทพมหานคร พร้อมกับครอบครัวด้วยโรคมะเร็งลำไส้ โรคเบาหวาน มีอาการไข้เมื่อวันที่ 9 ก.ค.64 ซึ่งเข้าตรวจหาเชื้อโควิด19 และทราบผลเป็นบวกเมื่อวันที่ 16 ก.ค.64 ซึ่งอาการในช่วงแรกรับเข้าโรงพยาบาลตรัง อาการป่วยมะเร็งลำไส้ โรคเบาหวาน โรคไต รักษาด้วยอาการเคมีบำบัด และมีอาการปอดอักเสบ และต้องให้ออกซิเจนตลอดเวลา ร่วมกับการให้ออกซิเจนแรงดันสูง เพื่อรักษาอาการอย่างเต็มที่ โดยใช้เวลารักษาตัวที่โรงพยาบาลรวม 4 วัน และได้เสียชีวิตลง พร้อมแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิต โดยขณะนี้ จังหวัดตรัง มียอดผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาในรพ.ตรัง จำนวน  235 ราย  อาการน้อย 219 ราย ปานกลาง  9 ราย ค่อนข้างรุนแรง 4 ราย ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 3 ราย โดยสถานการณ์การรับผู้ติดเชื้อจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่เดินทางไกลจากกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลพบว่า ทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยได้ง่าย และมีอาการมากกว่าที่เป็นผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ตรัง เมื่อนำมาถึงจะต้องรีบนำเข้าห้องเอ็กซเรย์ปอด เพื่อคัดแยกผู้ป่วย หากพบมีอาการทางปอดจะต้องส่งเข้ารักษาในรพ.หลัก แต่หากไม่มีอาการทางปอด จะส่งเข้ารักษาในรพ.สนาม และต้องเอ็กซเรย์ปอด เพื่อตรวจอาการซ้ำ เพื่อเฝ้าระวังอาการ

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน