X

ตรัง “มะเขือพวงไร้หนาม”สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรอ.ห้วยยอด-อ.วังเศษ

ตรัง – ชาวสวนปรับตัวหันปลูกพืชทางเลือกที่มีตลาดรองรับ โดยล่าสุด ชาวสวนในจ.ตรังกว่า 20 ราย กลุ่มกันปลูกมะเขือพวงไร้หนามเนื้อที่รวมกว่า 100 ไร่ ป้อนโรงงาน สร้างรายได้ที่แน่นอนในราคารับประกัน และไม่ผูกมัด สามารถขายได้ทั้งในตลาดทั่วไปหากราคาดีกว่าและป้อนโรงงานทำมะเขือพวงแปรรูปส่งขายต่างประเทศ

วันที่ 30 มิถุนายน 2564 เกษตรกรชาวสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมันพยายามมองหาพืชทางเลือกระยะสั้น เพื่อนำมาปลูกแซมในสวนของตนเอง เพื่อเพิ่มรายได้เข้าครอบครัว  ปรากฏว่าขณะนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ อ.ห้วยยอด และ อ.วังวิเศษ ประมาณ 20 ราย ได้รวมกลุ่มกันได้เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ เริ่มต้นจากการไปดูงานด้านการเกษตรจึงเกิดความสนใจ โดยมองว่าสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว จึงหันมาปลูกมะเขือพวงไร้หนามแซมในสวนยาง และสวนปาล์มน้ำมัน ใช้เวลาปลูก 4 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ โดยเก็บได้ทุกๆ 15 วัน

ด้านนางกัณหา ทองอ่อน (ป้าอ้อย)  ชาวสวนในพื้นที่หมู่ 12 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ  กล่าวว่า ของตนเองมีปลูกไว้ทั้งหมดประมาณ 20 ไร่ แบ่งเป็นแซมในสวนยางพาราประมาณ 14 ไร่ และแซมในสวนปาล์มน้ำมัน ประมาณ 6 ไร่  ซึ่งมะเขือพวงไร้หนามปลูกง่าย เป็นพืชระยะสั้นเพียง 4 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้ และอยู่ได้นานประมาณ 4 ปี  ตัดได้ทุกๆ 15 วัน  ครั้งละกว่า 200 กิโลกรัม  โดยตัดส่งขายทั้งในตลาดทั่วไปครั้งละประมาณ 10- 15 กิโลกรัม ซี่งได้ราคาดีประมาณกิโลกรัมละ 30 -50 บาท   และจะมีรถของโรงงานเดินทางมารับนำไปส่งโรงงานในพื้นที่จ.ขอนแก่น ซึ่งทางกลุ่มได้ทำ MOU กับทางโรงงาน ในราคาประกันกิโลกรัมละ 13 บาท แต่ทั้งนี้ ขึ้นลงขึ้นกับราคาในท้องตลาดแต่ไม่ต่ำกว่า 13 บาท  ทั้งนี้ ไม่ผูกมัด หากราคาดีตนก็จะตัดขายในตลาด แต่หากตลาดราคาตกตนก็จะตัดป้อนโรงงาน ซึ่งทางโรงงานจะมารับ 15 วัน/ครั้ง   โดยทางโรงงานนำไปแปรรูปทำแกงเขียวหวานสำเร็จรูป หรือแปรรูปเป็นอาหารอื่นๆ และอบแห้ง ส่งขายในตลาดต่างประเทศ ซึ่งตลาดของมะเขือพวงไปได้ดีตลาดกว้างมีไม่เพียงพอความต้องการของตลาด   โดยต้นกล้าพันธุ์สั่งซื้อมาจาก จ.ขอนแก่น ในราคาต้นละ 10 บาท และใช้วิธีการปลูกแบบปลอดสารเคมี คือ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงแต่จะใช้ผงพะโล้ เหล้าขาว น้ำส้มสายชู ยาเส้น หมักทิ้งไว้ 3 คืน นำไปผสมน้ำ ก่อนนำมาฉีดพ่นไล่หนอน  ส่วนปุ๋ยใช้ปุ๋ยอินทรีย์หมักเอง และ ปุ๋ยคอก ซึ่งนอกจากมะเขือพวงไร้หนามแล้ว ตนยังปลูกพืชผักอีกหลายอย่าง เช่น พริก มะเขือ ผักบุ้งแก้ว มะเขือพวง และ มะเขือเทศศรีดา เป็นต้น รสชาติจะหวานอร่อยกว่ามะเขือพวงทั่วไป

ทางด้านนางอริยา แก้วสามดวง เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดตรัง  ในฐานะประธานกลุ่มพืชทางเลือก พืชเสริมในสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน  กล่าวว่า  เดิมเกษตรกรที่โค่นยางหรือ โค่นปาล์มใหม่จะไม่มีรายได้เข้ามา   จึงเริ่มศึกษาเพื่อหาทางส่งเสริมให้ปลูกพืชระยะสั้น และต้องการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงเห็นว่ามะเขือพวงไร้หนามที่สถาบันแม่โจ้วิจัยออกมาว่าปลูกง่าย ติดผลเร็ว ให้ผลดก มีรสชาติดี มีลำต้นแข็งแรง และต้านทานโรคทางดินดี มีกิ่งแขนงมากรสชาติดีกว่ามะเขือพวงทั่วไปและเป็นที่ต้องการของตลาด จึงได้เปิดเวทีและร่วมลงนามทำบันทึกข้อตกลง (MOU) โดยนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธาน   จากนั้นจึงพาคณะทั้งหมดประมาณ 50 คน ไปศึกษาดูงานที่โรงงานในจ.ขอนแก่น จึงเห็นตัวอย่างแปลงปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ 100%  ทั้งนี้ เขาทำเพียงแค่ 2 ปี เขาก็หลุดหนี้ ทำให้สมาชิกทั้งหมดขณะนี้ประมาณ 20 คน กลับมาปลูกกัน เป้าหมายนำผลผลิตป้อนโรงงานดังกล่าว ในราคารับประกันกิโลกรัมละ 13 บาท ขึ้นลงกับราคาในตลาด แต่หากในตลาดราคาดี ก็สามารถตัดส่งขายในตลาดรับซื้อทั่วไปได้  ปัจจุบันกลุ่มปลูกพืชเสริมในสวนยางและสวนปาล์ม มีสมาชิก 20 ราย มีเนื้อที่เพาะปลูกประมาณ 100 ไร่ ซึ่งหลังปลูกได้ไม่นานก็เจอกับวิกฤตโควิด-19 แต่โชคดีที่กลุ่มได้ทำ MOUไว้กับบริษัท ซึ่งขณะนี้บริษัทรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 13-25 บาท ขณะเดียวกันทางกลุ่มกำลังหาแนวทางส่งเสริมเพิ่มพื้นที่การปลูก  โดยได้ทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ เพื่อทำโรงอบแห้งมะเขือพวง ซึ่งใช้งบก่อสร้างประมาณ 4-5 แสนบาท เนื่องหากทางกลุ่มสามารถอบแห้งเองได้ ทางบริษัทเดียวกันจะรับซื้อคืนในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งการปลูกมะเขือพวงมองว่าสามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้ เพราะมะเขือพวงไร้หนามมีอายุเก็บเกี่ยวนาน 4 ปี และตลาดกว้าง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่สำคัญ ตลาดกว้าง เป็นที่นิยมในต่างประเทศ

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน