ตรัง เจ้าของแพปลาปรับตัวขายอาหารทะเลสดผ่านระบบตลาดออนไลน์ ที่กำลังเติบโตสูงในยุคโควิด 19

เจ้าของเรือประมงพาณิชย์และธุรกิจแพปลา ในอ.กันตัง จ.ตรัง ปรับตัวเองหลังการทำธุรกิจประมงมีปัญหา IUU และความเติบโตของตลาดออนไลน์ หันทำตลาดขายสัตว์น้ำทะเลสดๆจากเจ้าของแพปลาถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านระบบออนไลน์ทั่วประเทศ “สดจากเรือประมง ปลอดสารเคมี 100%” ยอดขายพุ่ง ไม่ต้องพึ่งตลาดกลางสินค้าประมง ที่กำลังมีปัญหาเรื่องการระบาดของเชื้อโควิดที่กำลังส่งผลกระทบต่อการค้าสัตว์น้ำทะเลขณะนี้

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ที่แพ ป.ชานนท์ ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งประกอบกิจการเรือประมงพาณิชย์ และมีแพปลาเป็นของตนเอง ดำเนินธุรกิจมากว่า 50 ปี ปรับตัวเองจากการแก้ปัญหาการทำประมงพาณิชย์ผิดกฎหมาย IUU ที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ทั้งด้านแรงงาน และกฎระเบียบต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ทั่วประเทศทั้ง 22 จังหวัดติดชายฝั่งทะเล ต่างประสบปัญหาทั้งหมด ส่งผลธุรกิจขาดทุน ประกอบกับความเติบโตของตลาดออนไลน์ ทำให้เจ้าของเรือประมงพาณิชย์รายหนึ่งในอ.กันตัง ชื่อ ป.ชานนท์สินธุ์ ซึ่งมีเรืออวนดำ จำนวน 2 ลำ และมีแพปลาเป็นของตนเอง ต้องปรับตัวเองมาแล้วประมาณปีเศษ ให้เข้ากับยุคตลาดค้าขายออนไลน์ ด้วยการจำหน่ายอาหารทะเลให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่น และอีกส่วนหนึ่งจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ อินตราแกรม ไลน์แอ็ด ในแบรนด์ “สะใภ้ตรัง” พร้อมจัดส่งอาหารทะเลผ่านระบบขนส่งแช่เย็น/แช่แข็งทั่วประเทศ ทำยอดขายดีเกินคาด ที่สำคัญหลังจากประเทศไทยประสบปัญหาการระบาดของเชื้อโควิด 19 ที่ จ.สมุทรสาคร แหล่งจำหน่ายสินค้าประมง และรัฐบาลต้องควบคุมพื้นที่ เพื่อควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ ทำให้เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ และเจ้าของสินค้าประมง และสินค้าอาหารทะเลสดๆ ต่างประสบปัญหาเดียวกันคือ ไม่มีตลาดจำหน่ายสินค้าประมง และอาหารทะเล และสินค้าอาหารทะเลจากตลาดมหาชัย หรือจากจ.สมุทรสาครถูกลูกค้าปฏิเสธ หวั่นความไม่ปลอดภัยจากเชื้อโควิด แม้จะมีการยืนยันว่าอาหารปลอดภัยก็ตาม แต่ก็ยังกระทบต่อผู้ประกอบการ แต่ที่แพ ป.ชานนท์ ดังกล่าว กลับได้รับความสนใจจากลูกค้าออนไลน์ทั่วประเทศยอดขายยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เพราะสินค้าอาหารทะเล “สดจากเรือประมง ปลอดสารเคมี 100%” อาหารทะเลที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ได้แก่ ปลาเก๋า ปลาอินทรีย์ ปลาทู ปลาอังเกย ปลากะพงขาว ปลากะพงแดง ปลาจาระเม็ด กุ้งลายเสือ หมึกหอม หมึกกล้วย ปลาทู

>

นางสาวสุทธิสา บรรทัดทอง อายุ 40 ปี กล่าวว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก แต่ได้มาแต่งงานกับนายชานนท์ ชัยวิริยะกุล ลูกชายเจ้าของธุรกิจประมง ที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่ง อ.กันตัง เป็นเมืองท่าประมงสำคัญแห่งหนึ่งของไทย การมาอยู่ตรังในช่วงแรกตนก็ช่วยสามีบริหารงานธุรกิจแพปลา ก็ประสบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาเรือประมงไทยถูกขึ้นบัญชี ทางรัฐบาลจึงมีมาตรการ กฎระเบียบต่างๆออกมาควบคุมมากมาย จนธุรกิจประมงต้องประสบปัญหาความยุ่งยากในดำเนินการธุรกิจ หลายรายต้องหยุดดำเนินกิจการ ประกอบกับมีตลาดออนไลน์เข้ามา และครอบครัวมีทั้งเรือประมงและแพปลาของตัวเองเอง อยู่หน้าบ้าน เกิดไอเดียอยากขายของออนไลน์ เพราะเห็นว่าการจำหน่ายตลาดออนไลน์กำลังเติบโต ตนจึงศึกษาและสร้างเฟซบุ๊กแฟนเพจ โพสขายสินค้าประมงแบบสดๆ สดจากเรือประมง ส่งตรงถึงมือลูกค้า ในแบรนด์ “สะใภ้ตรัง” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ช่วงแรกที่ดำเนินค้าขายอาหารทะเลออนไลน์ จะขายเพียงอาหารทะเลที่เรืออวนลาก อวนล้อม ของครอบครัว หรือ เรือประมงพันธมิตรที่เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือประมงเท่านั้น และเมื่อเกิดวิกฤต covid 19 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซบเซา ธุรกิจร้านอาหารปิด ชาวประมง ชาวประมงพื้นบ้าน ที่หาปลามาได้ก็กลับไม่มีตลาดรองรับ ราคาสัตว์น้ำตกต่ำ ตนจึงช่วยกลุ่มชาวประมงในการหาตลาดเพื่อปล่อยสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในแต่วันเมื่อสัตว์น้ำเข้ามาถึงแพปลา ป.ชานนท์ ตนจะเป็นผู้โพสต์ หรือไลฟ์สดขายสินค้าทันทีว่าแต่ละวันมีสัตว์น้ำทะเลอะไรเข้ามาบ้าง มีสามีเป็นผู้จดออร์เดอร์ และเป็นมือหั่น มือแล่ ร่วมกับแม่สามี เป็นผู้ช่วยหั่นชำแหละปลาด้วยความชำนาญ ตามความต้องการของลูกค้าทันที จากนั้นบรรจุลงถุงซีลปิดปากถุงอย่างดี เช่น หากสั่งทั้งตัว สามีและคุณแม่ก็จะแล่ หรือหั่น แยกส่วนให้ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปรุงรับประทาน ไม่ว่าจะ หั่นสำหรับต้ม สำหรับนึ่ง สำหรับผัด และควักไส้ ขอดเกล็ด หรือหากเป็นกุ้งเสือก็จะแยกฟีสเป็นตัวๆ หมึกเป็นตัวๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปรุงอาหาร บางคนอาศัยอยู่คนเดียวในคอนโด หรือจะจัดงานปาร์ตี้ ก็สะดวก เรียกว่าอาหารทะเลจากที่นี่ มีความสด สะอาด ปลอดสารพิษ จากเจ้าของเรือประมงโดยตรง พร้อมลงหม้อปรุงรส เช่นเดียวกับ กุ้ง หมึก เมื่อขึ้นจากเรือประมงจะทำการแพ็คกิ้ง แช่แข็งทันที เพื่อรักษาสภาพและยังคงความสดอยู่ และจะจัดส่งทุกวัน ปัจจุบันอาหารทะเลแบรนด์ สะใภ้ตรัง ดำเนินกิจการมาได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 1,000 กล่อง เพราะด้วยอาหารที่สดใหม่ มีสินค้าสดๆเข้ามาทุกวันเทียบท่า จัดเตรียมสินค้าด้วยการหั่น/แล่ หรือบรรจุถุงแพ็กกิ้งแช่แข็งทันที ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ เกิดการซื้อซ้ำ บวกกับการส่งอาหารทะเล และอาหารสด ในปัจจุบันนี้ได้ก้าวผ่านข้อกำจัดของการขนส่งไปแล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ก็สามารถจัดส่งได้ ด้วยระบบขนส่งแช่เย็น/แช่แข็ง โดยลูกค้าของสะใภ้ตรัง มีทั่วทุกภาคของประเทศไทย สำหรับผู้สนใจอยากรับประทานอาหารทะเลสดใหม่ จากเจ้าของเรือประมงโดยตรง สามาถสั่งซื้อได้ที่ เฟซบุ๊ก / ไลน์แอ็ด / อินสตาแกรม “สะใภ้ตรัง” ( sapaitrang ) หรือ สอบถาม 083-6211740 โดยราคาขายสินค้าแต่ละชนิดจะมีราคาแตกต่างกัน สอบถามกันก่อนได้ ส่วนค่าจัดส่งในอัตราเหมาจ่ายกล่องละ 180 บาทเท่านั้น


ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน