ชาวบ้านชัยภูมิแจงยันไม่ได้จัดฉากดราม่าก้มกราบนอภ.เหตุเรียก200ล้าน!!

ชัยภูมิ – กรณี บ.ตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านบ้านเรือนประชาชนในเขต อ.หนองบัวระเหว วอนขอทุกฝ่ายเห็นใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่มีใครอยากได้เงินค่าชดเชยและอยากให้อยู่ร่วมกันกับคนในชุมชนได้เท่านั้น ด้านลุงก้มกราบนายอำเภอยันไม่มีเจตนา เป็นเพราะเดือดร้อนจริงๆ พร้อมฝากขอโทษนายอำเภอที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งไม่มีใครจัดฉากสร้างกระแสดราม่าในครั้งนี้ แต่เป็นเพราะชาวบ้านเดือดร้อนหนัก จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยหาทาง ออกแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เพื่อยุติปัญหาที่ชาวบ้านจุดนี้ได้รับผลกระทบหนักอย่างจริงจังโดยเร็วเป็นการด่วนเสียทีเท่านั้น หลังมีภาพดราม่าหนักก้มกราบนายอำเภอเกิดขึ้น วอนยุติข่าวจัดฉากดราม่า และเหตุมีภาพเรียก 200 ล้านค่าชดเชยเป็นเพียงที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบรายหนึ่งต้องการขายกิจการบ้านพร้อมที่ดินทิ้ง ขอย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นแทนเท่านั้น เพราะทนต่อการหาแนวทางมาช่วยแก้ปัญหาไม่ได้เลยตลอดที่ผ่านมาจนปัจจุบัน และฝากวิงขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความคลาดเคลื่อนให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากในครั้งนี้ด้วย!!

( 4 ธ.ค.61 ) ที่ จ.ชัยภูมิ จากกรณีมีบริษัทเอกชนเข้ามาปักเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เพื่อรองรับการผลิตจ่ายกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม อยู่ในพื้นที่ อ.ซับใหญ่ และอ.เทพสถิต ที่ส่งผ่านมายังสถานีย่อยในพื้นที่ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

เพื่อส่งขายให้การกับการไฟฟ้าจนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ 3 หมู่บ้านของ อ.หนองบัวระเหว ในรอยต่อ หมู่ 3 บ้านหนองโจด หมู่ 7 บ้านโนนหญ้านาง และหมู่ 9 บ้านหนองบัวระเหว ต.หนองบัวระเหว และมีข่าวเรื่อง ดราม่าชาวบ้านก้มกราบนายอำเภอไปทั่วโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเรียกร้องเงินชดเชยผลกระทบสูงมากกว่า 200 ล้านบาท ทั้งชาวบ้านที่ถูกพาดพิงว่าเป็นแกนนำ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ครั้งนี้ด้วย

ล่าสุด ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องในกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น ออกมาให้ข้อมูลเพื่อขอความเป็นธรรมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ในกรณีที่เกิดขึ้นไม่มีใครเป็นแกนนำ แต่เป็นเรื่องที่อยากจะขอความเห็นใจและความเป็นธรรมจากหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพราะปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ยังไม่มีความชัดเจนมาจนปัจจุบัน

ซึ่งชาวบ้านที่เดือดร้อนและมีคลิปกล่าวอ้างว่าชาวบ้านที่เดือดร้อนร้องเรียกค่าชดเชยสูงกว่า 200 ล้านบาทนั้น อยากฝากชี้แจงข้อเท็จจริงจากชาวบ้านที่เกี่ยวข้องในข่าว เพื่อขอออกมาชี้แจงผ่านสื่อในครั้งนี้ รวม 3 คน

 

โดยนายวิชัย สิทธิสูงเนิน อายุ 55 ปี ชาวบ้านเลขที่ 55/1 หมู่ 3 บ้านหนองโจด ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า จากกรณีมีข่าวภาพของตนเองก้มกราบนายอำเภอหนองบัวระเหว เพื่อเรียกขอความเป็นธรรมและมีภาพแชร์ออกไปว่านายอำเภอเดินหนีเมินแก้ปัญหาให้ชาวบ้านนั้น และตนเองถูกมองว่าดราม่านั้น ขอชี้แจงขอความเป็นธรรมด้วยว่า ตนไม่ได้ดราม่าหรือแม้แต่คำว่าดราม่าตนก็ไม่รู้จัก ซึ่งที่ภาพออกมาเช่นนั้น ก็เพราะว่าวันดังกล่าวได้มีผู้รับเหมานำรถมาปักเสาไฟฟ้าในชุมชนและหน้าบ้านตน พร้อมกันนี้ ยังนำรถแบคโฮมาขุดต้นจันผาที่ตนปลูกไว้เป็นเวลานานจนมีสิ่งของบริเวณหน้าบ้านเสียหาย

ขณะเดียวกันตนเห็นเจ้าหน้าที่ อส.ขับรถมาจอด ซึ่งตนก็พอรู้จักกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว จึงเข้าไปถามว่าใช่นายอำเภอหรือเปล่าแล้วตนก็ได้ก้มกราบลงไปที่พื้นเพื่อจะขอความช่วยเหลือ เพราะที่ผ่านมาตนร้องเรียนไปหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องหลายแห่ง แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือตนเองได้ โดยการกราบครั้งนี้ตนก็คิดว่านายอำเภอเป็นพ่อบ้านแม่เมืองคนหนึ่งที่เคารพ แต่เนื่องจากตนเดือดร้อนจริงๆ จึงต้องขอกราบเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งภาพที่ถ่ายตนไม่ได้จัดฉากหรือเตรียมการไว้ดังที่เป็นข่าวจริงๆ ซึ่งภาพดังกล่าวบุตรสาวของตนได้ถ่ายเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาปักเสาไฟฟ้า และหันมาเห็นตนกำลังก้มกราบนายอำเภอจึงได้ถ่ายภาพไว้และเอามาแชร์จนเป็นกระแสไปต่างๆ นานา ซึ่งตนก็ต้องขอโทษแทนลูกที่ได้แชร์ภาพที่ไม่เหมาะสมในครั้งนี้ด้วย เพราะว่าลูกก็คงคิดไม่ถึงว่าจะเกิดกระแสขนาดนี้ต้องขอโทษมาในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งการเรียกร้องของตนและชาวบ้านหนองโจด จำนวน 18 ครัวเรือนนั้น ไม่ได้หวังเรื่องค่าชดเชยใดๆ เพียงแต่ว่าอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านด้วย ซึ่งตนเองได้รับความเดือดร้อนมาก ก็คือว่าตนเองมีที่ดินเพียง 78 ตารางวา ต้องมาโดนเสาไฟฟ้าตั้งขวางหน้าบ้านและสายไฟฟ้าพาดผ่านอีกจะให้ทำเช่นไร ซึ่งทำให้ตนเกิดการผวาทั้งเสาไฟฟ้าจะล้มทับบ้าน ไหนจะกระแสไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงจะกระโดดมาใส่หลังคาบ้านอีก ทั้งนี้ชาวบ้านยังผวาเสาไฟฟ้าจำนวนมากที่มาปักผ่านชุมชน โดยปักจากถนนสาย 2170  หนองบัวใหญ่-หมู่บ้านหนองจาน บริเวณบ้านหนองโจดผ่านในหมู่บ้านไปยังวัดป่าไม้แดง ไปเชื่อมต่อถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ บ้านโนนหญ้านาง หมู่7 ไปยังหมู่ 9 บ้านหนองบัวระเหว ระยะทางกว่า 3 กม. ซึ่งแนวทางแก้ไข ตนเองไม่อยากได้เงินชดเชยใดๆ และอยากให้มีการแก้ไข โดยการนำเอาแนวเสาไฟฟ้าออกไปปักอยู่นอกชุมชน โดยหาแนวทางอ้อมไปทางอื่นจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยและอันตรายในด้านต่างๆที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ซึ่งชาวบ้านไม่ขอเรียกค่าชดเชยเพียงแต่ขอให้มีการแก้ไขตามที่ชาวบ้านขอก็พอแล้ว หากไม่แก้ไขชาวบ้านก็จะขอต่อสู้จนถึงที่สุดต่อไป เพราะจนวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครมาให้คำตอบได้ จนเป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ต้องหวังพึ่งก้มกราบนายอำเภอช่วยในครั้งนี้เท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่นใดเลย

ขณะที่นางวิริยะสมร บัวทอง (เสื้อสีชมพู) ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการปักเสาไฟฟ้าแรงสูงและเสียหายจากการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน ก็ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย และอยากให้มีการปลดข่าวที่นำ  เสนอคลาดเคลื่อนทางยูทูปในขณะนี้ทั้งหมดด้วย ขอให้นำเสนอข่าวที่ถูกต้อง โดยให้แก้ข่าวที่กล่าวว่าตนเป็นแกนนำนั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งตนก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปักเสาไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ที่มีการให้ข่าวว่าตนเป็นแกนนำ และเรียกร้องเงินชดเชยครั้งนี้ 200 ล้านบาทนั้นเป็นข่าวเท็จ ซึ่งตนไม่เคยเรียกร้องใดๆ ที่เห็นในคลิปนั้นก็คือการพูดคุยของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอีกรายเช่นกัน โดยคนในคลิปได้ทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน แต่ก็ผวาจากการสร้างเสาไฟฟ้าจึงได้คุยเจรจากับกลุ่มตัวแทนที่มาคุย โดยให้ทำตามที่พูดกัน หากทำไม่ได้ก็เลยพูดออกไปว่า”ไม่เช่นนั้นก็ให้ซื้อกิจการไปเลยในราคา 200 ล้านบาท ไม่ได้เรียกค่าชดเชยแต่เป็นการบอกขายกิจการดังกล่าว หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการแก้ไขปัญหาการตั้งเสาสายไฟฟ้าผ่านพื้นที่ได้ จนมีการแชร์คลิปไปในทางที่คลาดเคลื่อนไปอีกจำนวนมาก ซึ่งอยากให้เห็นผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ครั้งนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจริงใจในการเร่งเข้ามาแก้ปัญหาในครั้งนี้โดยเร็วด้วย

นางวิริยะสมร กล่าวต่ออีกว่า ตนอยู่ที่ตรงนี้มาช้านาน ตั้งแต่สมัยถนนเป็น รพช.จนมีโฉนดที่ดินอยู่ติดกันจำนวน 3 แปลง คือ 1.โฉนดที่ดิน 2416 เล่มที่ 25 หน้า16  และ 2. เลขที่ 2418 เล่มที่ 25หน้า 18 และ 3. เลขที่ 3293 เล่มที่ 33 หน้า 93 ตำบลหนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ และได้ปลูกสร้างบ้านเรือน ต้นไม้ และอื่นๆ ในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้ตนได้รับความเดือดร้อน    จากการสร้างเสาไฟฟ้าในครั้งนี้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ที่รับเหมายังมีการตัดโค่นต้นมะม่วงที่ปลูกไว้อายุหลายปีเสียหายอีกด้วย

ซึ่งจากนี้ต่อไปตนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะได้เรียกร้องต่อสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป พร้อมกับวอนให้นายกรัฐมนตรีส่งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านเป็นการด่วนด้วย

ด้านนางอนงค์ บมขุนทด อายุ 42 ปี (เสื้อดำ) เจ้าของปั๊มน้ำมันในพื้นที่หมู่ 9 ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ พร้อมกับได้รับความเสียจากการแชร์คลิปอ้างว่าตนเป็นคนเรียกรับค่าชดเชย 200 ล้านบาทนั้น ตนขอชี้แจงมา ณ โอกาสนี้ด้วยว่า    จากกรณีที่เป็นคลิปนั้นมีบางส่วนถูกตัดต่อ ทำให้สังคมมองตนไปในทางที่ไม่ดี ขอชี้แจงขอความเป็นธรรมให้ตนเองด้วยว่า ตนไม่ได้เรียกร้องค่าชดเชยใดเลย เพียงแต่เป็นการเจรจาระหว่างครอบครัวตนกับผู้รับเหมาว่า ให้ช่วยแก้ไขการปักเสาไฟฟ้าในครั้งนี้ให้ด้วย

โดยตนได้เสนอไปว่า ตนทำปั๊มน้ำมันเมื่อมีเสาไฟฟ้าผ่านมาหน้าปั๊ม ซึ่งมีกระแสไฟฟ้ากำลังสูงมากกว่าแสนโวลต์นั้น มีความเสี่ยงกับธุรกิจตนมาก เพราะว่าจะเกิดการกระโดดของกระแสไฟฟ้ามายังปั๊มน้ำมันที่มีความไวไฟสูง ตนจึงเสนอให้ทำท่อลอดใต้ดิน หรือเดินเสาออกนอกเขตชุมชน หากแก้ไขไม่ได้ก็ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาซื้อกิจการและที่ดินจำนวน 8 ไร่ ติดถนน 4 เลนนี้ไปเลย เพราะตนเกรงจะเกิดอันตรายต่อตนเองและครอบครัวและผู้มาใช้บริการ จึงได้ประกาศขายไปเลยในราคา 200 ล้านบาท ซึ่งตนไม่ได้เรียกค่าชดเชยเลย แต่มีการตัดบางส่วนออกไปแล้วนำมาแชร์ในทางที่คลาดเคลื่อนจนเป็นกระแสข่าว ตนจึงขอชี้แจงและขอความเป็นธรรมด้วย หากยังไม่แก้ไขตนและชาวบ้านก็จะขอใช้สิทธิ์ต่อสู้ขอความเป็นธรรมในครั้งนี้อย่างถึงที่สุดต่อไป

ส่วนนางสาวสุกัญญา  กุลสุวรรณ์ นายอำเภอหนองบัวระเหว กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดว่า ขอไม่ให้ข้อมูลใดๆอีก และไม่อยากให้มีการนำไปตีความต่อประเด็นกรณีที่เกิดขึ้นอีกเลย

ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นก็มีการส่งข้อความชี้แจงผ่านสื่อมวลชนในครั้งนี้เพิ่มเติมมาด้วย ดังนี้ ก้มกราบนายอำเภอ : ทุกข์หนัก หรือ ดราม่า ? (ประเด็นไฟฟ้าแรงสูง  : กับชุมชนบ้านหนองโจด)

มีคำถามจากชุมชน : 1. การปักเสาไฟฟ้าแรงสูง(115,000v) กับถนนแคบเพียง 6-8 เมตร ทั้งที่เป็นบ้านนอกชนบท เหมาะสมแล้วหรือ  จำเป็นต้องเบียดหลังคาบ้านเรือนของคนในชุมชนขนาดนี้เชียวหรือ ทั้งที่มีที่ดินในชนบทที่เพียงพอ

2. การนำความเจริญมาซึ่งจังหวัดชัยภูมิ  จำเป็นต้องมีคนเสียสละ นั้น  “เกลี่ยสุข เกลี่ยทุกข์ แล้วหรือยัง”  ผ่านการพิจารณา อยู่ในความชอบธรรมแล้วหรือยัง  หรือ คนจังหวัดชัยภูมิเป็นล้านคน  แต่อยู่บนความทุกข์อีก 50-100 คน     ก็อยากจะถามว่า “คนล้านคน เกลี่ยสุข เกลี่ยทุกข์ มาหาคน 50-100 คน หรือยัง” มีบางคนแทบหาที่อยู่ ที่ทำกินไม่ได้ (คนก้มกราบเคยเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้ว  และยังมีคนในชุมชนที่เคยความดันโลหิตสูงขึ้นอีก เนื่องจากผลกระทบดังกล่าว)

คำถามนี้ยังไม่รวมประเด็นที่มาของการซึ่งได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอันเกิด จากการก่อปักเสาไฟฟ้าแรงสูงเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะมีทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินติดถนนสาธารณะสายดังกล่าว ที่มีความกว้างเพียง 6 – 8 เมตร (ถนนมีขนาดไม่เท่ากัน ตลอดสาย)และระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และคนงานบริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด ได้ขุดพื้นที่ถนนสาธารณะทำให้ถนนมีความแคบลง และมีการทำลายหลักหมุดโฉนดที่ดินที่ทางราชการได้ทำไว้เพื่อเป็นแนวหลักเขตที่ดินของชาวบ้าน และไม่ได้ติดตั้งเสาไฟภายในขอบเขตพื้นที่ของถนนทางหลวงแผ่นดินตามหนังสืออนุญาตของกรมทางหลวง อีกด้วย  (เดิมกรมทางหลวงอนุญาตการปักเสา, พาดสาย, ดันท่อลอด, ก่อสร้างบ่อพัก (Manhole) และลิดรอนกิ่งไม้ ในเขตทางหลวงแผ่นดิน 225ตอน น้ำอ้อม – หนองบัวระเหว ระหว่าง กม.222+807 – กม. 223+000 ด้านซ้ายทางและด้านขวาทาง และในเขตทางหลวงหมายเลข 2170 ตอน วัดปทุมชาติ –หนองจาน ระหว่าง กม.27+957 – กม.30+714 ด้านซ้ายและขวา)

นอกจากนั้นประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่/มีที่ทำกิน ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยง ดังนี้ 1. ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดกับตัวระบบไฟฟ้าเอง และ/หรือเกิดกับสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าไฟช็อตจากคลื่นแม่เหล็กรั่วไหล

2. เสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ 3. ทำให้ทัศนวิสัยของบ้านเรือนที่อยู่อาศัยตามหลักฮวงจุ้ยก็ไม่ดี 4. ระยะรอนสิทธิไม่สามารถก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างทุกประเภทได้ แม้แต่ปลูกพืชก็ปลูกได้เฉพาะพืชสูงไม่เกิน 3 เมตรเท่านั้น 5. มูลค่าที่ดินจะต่ำลง (ที่มา: https://thinkofliving.com/forum/11106/ปรึกษาเรื่องหมู่บ้านที่ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง 2018) (รู้ว่านายอำเภอเพิ่งย้ายมา) #ทุกข์ขนาดนี้  เงิน 200 ล้าน จะแลกไหมกับเสาไฟตลอดชาติ  #200ล้าน ใครเคยจ่าย/ใครเคยรับ ในประเทศนี้ #สื่อมวลชนฟังเสียงใคร ฟังเสียงของคนทุกข์ออกไหมว่าต้องการอะไรจากใจ จากประสบการณ์ที่มี

ซึ่งชาวบ้านทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ฝากขอความเป็นธรรมฝากสะท้อนถึงปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแนวทางแก้ปัญหาครั้งนี้ที่ชัดเจนต่อไปโดยเร็วในครั้งนี้ด้วย

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

น้อมรับการทำหน้าที่สื่อเพื่อประชาชนมายาวนานกว่า25ปีเพื่อชาวชัยภูมิพร้อมเป็นเครือข่ายการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีในนามสมาคมนักข่าวจังหวัดชัยภูมิและชมรมสื่อมวลชนชัยภูมิพร้อมรับใช้ชาวชัยภูมิและเป็นเวทีให้กับประชาชนทุกท่านตลอดไปมีอะไรเดือดเนื้อร้อนใจติดต่อมาที่ทีมงาน77ข่าวเด็ดชัยภูมิเราได้หรือที่[email protected]