X

ชาวพุทธชัยภูมิสุดช้ำใจถึงหลั่งน้ำตาดีเดย์สั่งให้พระนักพัฒนาดังยุบศูนย์ปฏิบัติธรรมลงจากเขาถ้ำวัวแดงแล้ว!(คลิป)

()

ชัยภูมิ – ก่อนกำหนดเดิม หลังก่อนหน้านี้แจ้งว่าให้พระที่เกี่ยวข้องในศูนย์ปฏิบัติธรรมบนเขาถ้ำวัวแดง อำเภอภักดีชุมพล ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดชัยภูมิ ทั้งหมดขนสิ่งของในศูนย์ปฏิบัติธรรมทั้งหมดออกจากพื้นที่ไม่เกินวันที่ 15 ก.พ.65 นี้ แต่ล่าสุดทางหน่วยงานเกี่ยวข้องในจังหวัดชัยภูมิเรียกประชุมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา  มีมติขอให้ออกจากพื้นที่ทั้งหมดเร็วขึ้นภายในวันที่ 12 ก.พ.65 นี้ !

เพื่อที่จะเข้าเคลียร์พื้นที่ดังกล่าวและเตรียมเปิดเป็นพื้นที่กึ่งแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวให้คนสามารถเข้ามาท่องเที่ยวชมบนเขาถ้ำวัวแดงได้เช่นกัน ชาวเมืองชัยภูมิหลายพื้นที่จากแทบทุกอำเภอทั่วสารทิศทั้งเด็กนักเรียนตามสถานศึกษาต่างๆที่เคยมาปฏิบัติธรรมที่นี่ นับหลายร้อยคนต่างพากันสุดช้ำใจหนักยากที่จะทำใจได้ในวันนี้ถึงกับหลั่งน้ำตา ระหว่างพากันเดินทางมาให้กำลังใจพระอาจารย์ดังและเร่งขนสิ่งของและพาพระทั้งหมดออกจากพื้นที่ทั้งหมดภายในวันนี้ (12 ก.พ.65)

และอยากให้มีการทบทวนมาตรการการดังกล่าวไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ซึ่งในจุดศูนย์ปฏิบัติธรรมที่มีการเปิดให้พระอาจารย์พินทุ พระนักพัฒนาดังในครั้งนี้ที่ได้เขามาช่วยดูแลรักษาป่าในเขตรักษาพันธุ์ฯและมีการดำเนินการร่วม MOU ร่วมบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานป่าไม้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมดเพื่อเปิดเป็นศูนย์ช่วยส่งเสริมให้เด็กเยาวชนได้เข้ามาปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนา ตามแนวทางชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์อันดีงามที่มีคุณภาพให้กับบ้านเมืองมาตลอดมานานกว่า 14 ปี ที่ผ่านมา บนเขาถ้ำวัวแดง และไม่เฉพาะชาวจังหวัดชัยภูมิและเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมให้เป็นรากฐานให้กับเยาวชนเด็กไทยในทั่วประเทศได้มาบ่มเพาะจิตใจตามหลักศาสนาพุทธอันดีงามมาต่อเนื่องที่ดีอยู่แล้วมาได้จนปัจจุบันนี้

( 12 ก.พ.65 ) ซึ่งล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศในวันนี้ ที่ยังมีชาวบ้านในจังหวัดชัยภูมิเดินทางมาช่วยกันขนย้ายสิ่งของตามมาตรการให้พระนักพัฒนาดังลงจากเขาถ้ำวัวแดงในครั้งนี้ ที่ชาวบ้านหลายฝ่ายมองว่า การที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จะขอพื้นที่คืนกับการนำไปเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในจุดนี้ได้ตามมา จะได้ไม่คุ้มเสียต่อพื้นที่เก่าแก่ที่ยังมีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ภาพเขียนสีโบราณในถ้ำวัวแดง และการส่งเสริมคุณงามความดีของหลักพระพุทธศาสนาพุทธอันดีงามของชาวไทยที่นี่มายาวนานเป็นการด่วนในครั้งนี้อีกครั้งด้วย

ซึ่งวันนี้ล่าสุดทางด้าน นางสาวสุภัตรา  เปรยเกิด ประธานมูลนิธิรักษ์ป่าพะยูงไทยพยุงธรรมเพื่อแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบต่อกรณีปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่บนถ้ำวัวแดง เพื่อให้กำลังใจหลวงพ่อกุหลาบ เจ้าอาวาสวัดถ้ำวัวแดง พร้อมพระอาจารย์พินทุ  มหาปัญโญ พระนักพัฒนาชื่อดังของจังหวัดชัยภูมิ ในฐานะประธานที่พักสงฆ์ถ้ำวัวแดง วัดถ้ำวัวแดง ต.บ้านเจียง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ

ยังกล่าวทั้งน้ำตาคลอว่า หลังได้มาตรวจสอบลงพื้นที่มาต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ทั้งกรณีที่มีการอ้างว่ามีการร้องเรียนว่ามีการกระทำการผิดเงื่อนไข หรือมีการตัดไม้อะไรต่างๆ นั้น เป็นสิ่งที่ต้องใช้หลักเหตุและผลที่แท้จริง ว่ามีอะไรที่อยู่เบื้องหลังในการที่ต้องการให้พระอาจารย์พินทุ ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาที่ดีๆ แบบนี้ออกจากพื้นที่ครั้งนี้ รวมทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาของคณะพระสงฆ์ในจุดนี้ทั้งการให้เด็กเยาวชนชาวบ้าน ที่เข้ามาศูนย์ปฏิบัติธรรม ได้ช่วยกันดูแลรักษาดูแลป่าช่วยกัน ทั้งปัญหาไฟป่า ที่มีการร่วมใจกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ทั้งมีการชุดมาช่วยกันด้วยแรงศรัทธาร่วมแรงร่วมใจกันของเด็กเยาวชน ชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ที่เข้ามาช่วยกันดูแลรักษาป่าป้องกันไฟป่าช่วยต่อท่อน้ำตามระบบประปาภูเขาบนเขาไว้ช่วยดับไฟป่าเพื่อป้องกับผืนป่าไม่ให้ได้รับความเสียหายมาได้ต่อเนื่องทุกปี ทั้งปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ยามหน้าแล้ง ที่การอยู่ที่บนเขาก็มีการเข้ามาช่วยกันทำประปาภูเขาเก็บน้ำไว้ให้ชาวบ้านที่นี่ไว้ได้ใช้ยามหน้าแล้งได้อีกด้วย

และการที่จะเข้ามาที่อ้างว่าเพราะต้องจัดระเบียบเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ จากนี้ไปในการเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าพื้นที่มาท่องเที่ยวได้นั้น และในส่วนของศูนย์ปฏิบัติธรรมที่เคยมีอยู่เดิมต้องหายไป ที่ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากเคยเข้ามาใช้เป็นจุดศูนย์บ่มเพาะกล่อมเกลาจิตใจให้กับประชาชน เด็กเยาวชนอนาคตของชาติได้หลุดพ้น ได้เกิดการสร้างความรัก ความสามัคคีอันดีงาม รวมใจที่มีการดำเนินการด้านการเข้ามาช่วยส่งเสริมพระพุทธศาสนา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในจุดนี้ต้องมาหายไปด้วยนั้น น่าจะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย และพระดีจะหายไปจากนี้ด้วยนั้น จึงอยากให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันขบคิดว่าเป็นการเหมาะสมด้วยหรือไม่

รวมทั้งด้านนางมล วัย 68 ปี ชาวบ้านในตำบลหัวสระ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ก็เป็นอีกคนที่เดินทางอยากมาให้กำลังใจพระอาจารย์พินทุฯ และช่วยกันกับเด็กนักเรียนที่มาจากกว่า 3 โรงเรียน ทั้งในพื้นที่อำเภอภักดีชุมพล และ อ.เมืองชัยภูมิ อีกกว่า 90 คน เพื่อเก็บข้าวของในศูนย์ปฏิบัติธรรมถ้ำวัวแดงลงจากเขาออกจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดชัยภูมิ ที่สั่งให้มีการดำเนินการขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่และพระทุกรูปที่ขึ้นไปเกี่ยวข้องบนศูนย์ปฏิบัติธรรมถ้ำวัวแดง ออกจากพื้นที่ทั้งหมดในวันนี้ 12 ก.พ.65 กล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า

“รู้สึกเสียใจมาก และไม่อยากให้ทำแบบนี้กับพระอาจารย์พินทุและศูนย์ปฏิบัติธรรมบนถ้ำวัวแดง และพระท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดี มีการเปิดอบรมสอนเด็กนักเรียน บุตรหลานชาวบ้านใครที่เกิดปัญหาติดยา และปัญหาครอบครัวอะไรต่างๆ ให้เด็กมีโอกาสมาปฏิบัติฝึกฝนหลักธรรมได้กลับมาเป็นคนดี มีศีลธรรมและท่านทำดีอยู่แล้ว ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาทำแบบนี้ ทำไมไม่มีการตรวจสอบให้ดีก่อน มีของดีอยู่แล้วทำไมไม่เอาไว้ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยรักษาศูนย์ปฏิบัติธรรมที่ดีๆแบบนี้ไว้อยู่คู่กับถ้ำวัวแดงด้วย และตนเองถือว่าจุดศูนย์ปฏิบัติธรรมถ้ำวัวแดง ที่นี่ในปัจจุบันตั้งแต่เกิดมาก็ถือเป็นสมบัติของชาติ ในด้านการมาช่วยส่งเสริมทางพุทธศาสนาที่ดีไม่เฉพาะชาวชัยภูมิ แต่ถือว่าเป็นสมบัติของคนไทยทั้งชาติด้วย  ขออย่ามาทำแบบนี้เลย ส่วนพระที่ทำไม่ดีพบแล้ว ก็มีทำไม่ไม่รีบไปดำเนินการไม่ให้เป็นมารศาสนา แต่นี้พระดีๆ มีให้เห็นไม่ส่งเสริมแต่จะมาขับไล่แบบนี้ตนเองก็ยอมรับไม่ได้และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทบทวนต่อกรณีนี้ที่เกิดขึ้นด้วย

ขณะที่ทั้งทางด้าน นายนภดล  วาสุชาติ พนักงานพิทักษ์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเดินทางนำชุดเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย  แจ้งว่าในส่วนตนเอง ก็ต้องปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาสูงสุด เพื่อมาดูแลอำนวยความสะดวกในการดำเนินการเพื่อให้คณะพระสงฆ์ และพระอาจารย์พินทุฯ ออกจากพื้นที่ในวันนี้ทั้งหมด( 12 ก.พ.65 ) เพื่อแจ้งรายงานต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ทราบต่อไป ซึ่งวันนี้ก็เป็นไปด้วยความเรียบเรียบร้อยดี ส่วนการจะเข้ามาดำเนินการการขอคืนพื้นที่จุดนี้ต่ออย่างไรก็เป็นของส่วนหน่วยเหนือเป็นผู้พิจารณาต่อไป

ซึ่งด้านล่าสุดด้าน นายสมบัติ  ไตรศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยล่าสุดในการประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า กรณีวัดถ้ำวัวแดง อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งอยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัดในส่วนของพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ในจุดนี้มีพื้นที่รับผิดชอบกว่า 200,000 ไร่ ซึ่งสาเหตุที่เกิดเรื่องให้ออกจากพื้นที่ครั้งนี้นั้น

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของเขตฯมาตรวจตามแผนงาน ก็พบว่ามีกลุ่มพระสงฆ์ขึ้นไปปฏิบัติธรรม จึงมีการขอให้มีการทำบันทึกขอร้องให้ลงมาจากพื้นที่ เพื่อป้องกันเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น ที่อาจจะเป็นไม้ล้มทับ ภูเขาดินถล่มต่างๆ และในจุดบนเขาถ้ำวัวแดง เป็นจุดแหล่งต้นน้ำที่จะไหลลงมาสู่ชุมชน จึงมีการขอบันทึกให้ลงออกจากพื้นที่ครั้งนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค.65 ขอให้ออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน

ซึ่งในเรื่องนี้ไม่มีผู้ใดไปแจ้งความว่ามีการกระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการตรวจเจอของ จนท.เอง จึงขอให้กับมาอยู่ในจุดที่มีการเปิดเป็นวัดถ้ำวัวแดงด้านล่าง ซึ่งเดิมจะให้ออกจากพื้นที่ลงจากเขาถ้ำวัวแดงในวันที่ 15 ก.พ.65 นี้ และล่าสุดทางจังหวัดได้หารือทางเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ เจ้าคณะปกครองสงฆ์ภายในจังหวัดชัยภูมิ ทั้งหมดแล้ว จึงมีมติให้ลงจากพื้นที่ภายในวันที่ 12 ก.พ.65 นี้

ส่วนของที่อยู่ในศูนย์ปฏิบัติธรรมอะไรต่างๆ ที่ยังขนสิ่งของลงมาไม่หมด ก็ให้ทยอยขนลงมาได้ต่อเนื่องในวันต่อมาได้ โดยการขึ้นไปแต่ละครั้งจะต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ฯ ซึ่งทางพระเองแจ้งว่าจะขนได้เสร็จทั้งหมดในวันที่ 14 ก.พ.65 และเมื่อทั้งพระและสิ่งของที่ขนลงมาหมดแล้ว ทางหน่วยงานเขตป่าไม้ที่เกี่ยวข้อง ก็แจ้งว่าจะปิดพื้นที่ทั้งหมดเพื่อวางมาตรการการเข้าไปในพื้นที่ ที่ประชาชนทั่วไปก็จะสามารถแจ้งขออนุญาตเข้าไปท่องเที่ยวชั่วคราวได้ และรวมทั้งพระเองก็จะขึ้นไปปฏิบัติธรรมได้ แต่จะเป็นในลักษณะไปเช้าเย็นกลับได้

แต่ในส่วนที่จะขึ้นไปอยู่ค้างคืนหรือหลายวัน ก็จะใช้มาตรการเป็นอำนาจของระดับอธิบดีกรมอุทยานฯเป็นผู้อนุญาตเป็นรายๆไป ส่วนที่จะมองว่าสาเหตุที่จะต้องให้พระสงฆ์ลงมาทั้งหมดและยุบศูนย์ปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ทั้งหมดนั้นคือในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งต่อไปจะต้องมีการให้ขึ้นไปในปัจจุบันจะต้องขออนุญาต จึงขอให้พระลงมา เพื่อตรวจสอบกันพื้นที่ให้ชัดเจนมากขึ้นจากนี้ไปก่อน ส่วนที่เคยมีข้อตกลง MOU อะไรต่างๆนั้น เป็นเรื่องที่มีการตรวจสอบพบผิดเงื่อนไขที่เคยมีมาซึ่ง จนท.ตรวจสอบพบจึงจำเป็นต้องให้ลงมาทั้งหมดเพื่อจัดระเบียบให้ชัดเจนใหม่ทั้งหมดในพื้นที่ต่อไปเท่านั้น

 

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

น้อมรับการทำหน้าที่สื่อเพื่อประชาชนมายาวนานกว่า25ปีเพื่อชาวชัยภูมิพร้อมเป็นเครือข่ายการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีในนามสมาคมนักข่าวจังหวัดชัยภูมิและชมรมสื่อมวลชนชัยภูมิพร้อมรับใช้ชาวชัยภูมิและเป็นเวทีให้กับประชาชนทุกท่านตลอดไปมีอะไรเดือดเนื้อร้อนใจติดต่อมาที่ทีมงาน77ข่าวเด็ดชัยภูมิเราได้หรือที่[email protected]