ผู้สมัครชิงนายกเล็กเมืองชัยภูมิลุยหาเสียงโอดถูกโจมตีหนักเร่งออกพบ ปชช.ขอแจงชูนโยบายเริ่มคึกคัก(คลิป)

ชัยภูมิ – ทายาทตระกูลดังหมื่นล้าน 1 ใน  5 เสือธุรกิจยักษ์ใหญ่สิ่งทอไทย  โอดถูกโจมตีหนักไม่ใช่คนพื้นที่ พร้อมเร่งลุยหาเสียงพบประชาชนทำความเข้าใจต่อเนื่อง ยันเป็นลูกหลานชาวชัยภูมิและพร้อมแล้วที่อยากอาสาออกมาตอบแทนคุณแผ่นดินเมืองเจ้าพ่อพญาแลด้วยความจริงใจ หลังรอดูเปิดโอกาสกับคนที่ต้องการมาทำหน้าที่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งนี้ทนรอต่อไปไม่ได้อีกแล้วประกาศชูนโยบายจากนี้ไป”เมืองชัยภูมิต้องเปลี่ยน” หากไม่เป็นจริงได้ก็ไม่ต้องมาเลือกตั้งตนเองอีกต่อไป !

( 23 ก.พ.64 ) ที่ จ.ชัยภูมิ บรรยากาศเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ นับถอยหลังเริ่มร้อนแรงขึ้นทุกขณะ หลังมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ในระหว่างวันที่ 8-12 ก.พ.64  ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้มีเลือกตั้งพร้อมกันทั้งจังหวัดรวม 36 แห่ง ในวันที่ 28 มี.ค.64 ที่จะถึงนี้  หลังได้มีการปิดรับสมัครเสร็จสิ้นลงแล้ว รวมมีผู้สมัครชิงนายกฯใน 36 แห่ง รวม 83 คน(มีได้เพียง36คน) ส่วนสมาชิกสภาเทศบาลมีผู้สมัครทั้งหมดรวม 874 คน และโดยเฉพาะในเขตพื้นที่น่าจับตาในครั้งนี้มากสุดก็คือในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีผู้สมัครชิงนายกฯรวม 3 คน จาก 3 ทีม ที่เตรียมจัดทีมลงมาสู้ศึกกันในครั้งนี้ ที่ต้องบอกว่ามีการว่างเว้นการเลือกตั้งในสนามนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งนี้ประชาชนในพื้นต่างตื่นตัวและให้การที่จับตามากที่สุด

โดยมีผู้สมัครชิงนายกเทศบาลเมืองชัยภูมิ ในครั้งนี้รวม 3 คน มีได้ 1 ตำแหน่ง สามารถมีสมาชิกสภาเทศบาลได้รวม 18 คน ใน 3 เขตเลือกตั้ง (มีได้เขตละ 6 คน )มีผู้สมัคร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชัยภูมิ หรือ สท.ครั้งนี้รวม 47 คน มี 47 หน่วยเลือกตั้งใน 29 ชุมชนเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ

โดยมีผู้สมัครชิงนายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ ในครั้งนี้ รวม 3 คน คือ  หมายเลข 1 คือ นายสานนท์  ด่านภักดี อายุ 60 ปี อดีตรองอธิการบดี ม.ราชภัฎชัยภูมิ และยังมีสายฐานการเมืองจากพรรคเพื่อไทยบางส่วนในพื้นที่ให้การสนับสนุน ลงสมัครในนามกลุ่มสานนท์เปลี่ยนเมืองชัยภูมิ ส่งลูกทีมลงเพียงครึ่งสภาฯเพียงทีมเดียวที่ส่งไม่ครบ รวม 9 คน ใน 3 เขตๆ ละ 3 คน ซึ่งก็ลงพื้นที่หาเสียงในหลายพื้นที่กันต่อเนื่อง

ตามมาด้วยหมายเลข 2 นายบรรยงค์  เกียรติก้องชูชัย อายุ 53 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ แชมป์เก่าหลายสมัยมาตั้งแต่ปี 2547 มาจนถึงสมัยล่าสุดที่มีฐานการเมืองทั้งเครือญาติมีน้องชายเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.อบจ.ในพื้นที่  ทายาทเศรษฐีหลายพันล้านในเครือธุรกิจเจริญฟาร์มมาซี ของครอบครัวเก่าแก่ตระกูลดังเมืองชัยภูมิ มายาวนาน ที่ครั้งนี้ส่งลูกทีมครบทุกเขต 18 คน เพื่อรักษาแชมป์ให้ได้อีกครั้งอย่างเต็มที่ และครั้งนี้มาในนามทีมชื่อทีม”กลุ่มลูกแม่น้อย”ซึ่งเป็นมารดาของตนเอง

และสุดท้ายหมายเลข 3 นายธีวรา  วิตนากร อายุ 56 ปี อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ชัยภูมิ และทายาทเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ติด 1 ใน 5 เสือสิ่งทอของประเทศไทย  ในเครือบริษัท ไฮ-เทค ชัยภูมิ แอพพาเรล จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจโรงงานเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออกชื่อดังของประเทศไทยในระดับหมื่นล้านบาท ที่มีเครือข่ายตั้งฐานโรงงานทั้งในจังหวัดชัยภูมิ ในประเทศไทยและในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นสีสันคู่แข่งที่น่าจับตา มองก็ว่าได้ขออาสามาเป็นอีกทางเลือกใหม่ให้กับชาวเมืองชัยภูมิ ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ในบรรยากาศการลุยหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ต่างทุมเทลงพื้นที่เดินเคาะประตูบ้านเพื่อพบประประชาชนหนักหน่วงกว่าใครเพื่อนในขณะนี้ ซึ่งเขาเองก็เปิดใจว่าในครั้งนี้ที่โดนกระแสออกมาโจมตีว่าไม่ใช่คนชัยภูมิหนักมากไม่แพ้กัน จึงจำเป็นต้องลงพื้นที่ออกชี้แจงพบปะประชาชนในทุกพื้นที่ให้มากขึ้น และยืนยันว่าตนเองเป็นชาวชัยภูมิ ตั้งแต่มาลงหลักปักฐานมาสร้างมาตั้งโรงงานที่ จ.ชัยภูมิ มาเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ลงทุนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิไปแล้วก็หลายพันล้านบาท และมาช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวชัยภูมิ คนในพื้นที่ได้มีงานทำก็อีกหลายพันคน มาต่อเนื่องตลอดที่ผ่านมาหลายสิบปี พร้อมทั้งย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มาตั้งแต่ปี 2552 และตนเองก็รักชัยภูมิและยืนยันว่าตนเองก็คือชาวชัยภูมิคนหนึ่งในปัจจุบันและ และตั้งแต่มาลงสมัครเลือกตั้งแล้ว ที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีเวทีการเลือกตั้งสิ่งไหนที่ตนเองพอจะทำพอจะช่วยได้ เมื่อตัวเองอยู่ได้แล้ว ก็ต้องช่วยเหลือผู้อื่นและตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่ตัวเองอยู่ โดยเฉพาะสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองชัยภูมิ คือ เจ้าพ่อพญาแล ที่ตนเองรักและเคารพไม่น้อยกว่าคนชัยภูมิทั้งหมดด้วยเช่นกัน

และเคยสัญญาต่อดวงวิญญาณเจ้าพ่อพญาแลว่า เมื่อตนเองตัดสินใจมาลงทุนมาอยู่ที่นี่แล้ว เมื่อตนเองสามารถประกอบธุรกิจราบรื่นไปได้แล้ว ก็จะขอทำเพื่อบ้านเมืองให้กับสังคมชาวชัยภูมิตอบแทนคืนด้วย จึงเป็นที่มาในครั้งนี้ที่บางคนอาจมองว่ามีธุรกิจใหญ่โตร่ำรวยมากเกินพอแล้ว อยู่ดีๆจะมาลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี หรือนายกเล็กๆ ของเมืองชัยภูมิ ทำไม ก็คือที่มาเมื่อเรามาอยู่ที่ใดและอยู่ที่เมืองชัยภูมิแล้ว ก็ต้องรู้จักตอบแทนคุณแผ่นดินที่เราได้มาอยู่ในครั้งนี้ด้วย จึงขออาสามารับใช้ชาวเมืองชัยภูมิ ในครั้งนี้ ซึ่งนโยบายหลักๆ ก็บอกอยู่แล้วว่า”เมืองชัยภูมิต้องเปลี่ยน”จากตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จะต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีให้มากขึ้น ถ้าประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าเป็นไปไม่ได้ก็ไม่ต้องเลือกตนเอง เพราะขออาสาเข้ามาแล้ว อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน และถ้าตัวเองได้เป็นแล้วทำไม่ได้อย่างที่ว่าก็ขอให้ประชาชนอย่ามาเลือกตนเองอีกต่อไป ซึ่งนโยบายในครั้งนี้ขอเสนอในภาพรวมแนวนโยบาย

ที่ประกอบด้วย 1. ยุทธศาสตร์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสร้างเมืองน่าอยู่สู่เศรษฐกิจยั่งยืน มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกและวิถีชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งด้านโครงการปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดในชุมชน เพื่อความปลอดภัย และ อำนวยความสะดวกในการเดินทางสัญจรไปมาในชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน”ต้องเป็นศูนย์กลาง”ในการพัฒนาเมืองทุกมิติ รวมถึงการสร้างเมืองให้สะอาด และถูกสุขลักษณะ ให้สมกับการที่ได้ชื่อว่าจังหวัดชัยภูมิเป็นเมืองแห่งความสุขอันดับ 3 ของประเทศ

ต่อด้วย ยุทธศาสตร์ เมืองสะอาด ปลอดภัย ไร้มลพิษ ในโครงการกำจัดขยะครบวงจร เพื่อการดำเนินการในการแยกขยะไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในชุมชน อาทิ โครงการธนาคารขยะ เพื่อแยกขยะออกจากกันเป็นการสร้างรายได้ , โครงการปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยนำขยะเปียกที่ไม่มีประโยชน์แล้วมาทำปุ๋ยหมักและนำออกจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่ชัดเจนมากขึ้น ยุทธศาสตร์ ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีสู่นวัตวิถีอย่างยั่งยืนโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีตามวิถีชุมชนคนชัยภูมิ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณีจากรุ่นสู่รุ่นและสืบต่อไปอย่างยั่งยืน โครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น อาหาร, แพทย์แผนไทย, หัตถกรรม,เครื่องปั้นดินเผา ที่มีอยู่แล้วให้พัฒนาและยั่งยืนสืบต่อไป

และรวมถึงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า โครงการสร้างเสริมพลังบวร (บ้าน , วัด , โรงเรียน) สู่ชุมชนเข้มแข็ง โดยเพิ่มศักยภาพ การมีส่วนร่วม และความสามัคคี ของ บ้าน วัด และ โรงเรียน ในการร่วมกันสร้างชุมชนน่าอยู่และยั่งยืนสืบต่อไป โครงการอบรมบุคลากรเพื่อการอนุรักษ์แหล่งศิลปกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนมีความรักในแหล่งศิลปกรรมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้มีความมั่นคง ยั่งยืน สืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน และ นำความรู้มาเพิ่มรายได้ให้กับบุคลากรในชุมชน ที่จะมีนโยบาย 1 ชุมชน 1 โครงการ

และด้านยุทธศาสตร์ พัฒนาเมืองน่าอยู่ คนดีมีสุขศึกษาความต้องการของแต่ละชุมชนซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป เช่น ความต้องการทางด้านสาธารณูปโภค , ด้านอาชีพ , ด้านศิลปะและวัฒนธรรม เป็นต้น โดยพิจารณาจากเหตุผลและความจำเป็นของแต่ละชุมชน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม และแสดงความคิดเห็นของชุมชนนั้นๆ ส่งเสริมให้มีวิสาหกิจในแต่ละชุมชนเพื่อการพัฒนาความเป็นอยู่ การมีรายได้ และการมีส่วนร่วมในชุมชน และ ช่วยกันพัฒนาเมืองในทุกมิติ

จัดตั้งศูนย์สันทนาการและดูแลผู้เกษียณอายุและผู้สูงวัย โดยให้มาแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ หรือจัดกิจกรรมสันทนาการโดยใช้วิทยากรผู้มีความรู้ด้านดูแลสุขภาพหรือกายภาพบำบัดเพื่อให้ผู้เกษียณอายุและผู้สูงวัยได้มีกิจกรรมและสุขภาพที่แข็งแรงเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข เพิ่มทักษะในด้านวิชาชีพให้กับเยาวชนที่ขาดโอกาสในการศึกษาร่วมกับวิทยาลัยการอาชีพที่มีอยู่เพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นมีวิชาชีพติดตัวในการสร้างรายได้และดำรงชีวิตต่อไป

ยุทธศาสตร์ สร้างเสริมสุขภาพอนามัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาลานกีฬา นันทนาการ ที่มีอยู่แล้วเพื่อสมาชิกในชุมชนมีสุขภาพ พลานามัยที่แข็งแรง โครงการพัฒนาสวนสุขภาพชุมชนหรือสวนสาธารณะ โดยการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน สร้างลานกิจกรรมกลางเพื่อให้เยาวชนได้แสดงออกในความสามารถของกลุ่มเยาวชนเพื่อจะได้ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

โครงการอบรมอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยให้เยาวชนหรือสมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชน สวนสุขภาพชุมชน และ สวนสาธารณะ และนโยบายทางด้านการศึกษา ยุทธศาสตร์ พัฒนาการศึกษาสู่คุณภาพ จัดทำโครงการอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดทำโครงการการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้นักเรียน เด่น ทางด้านวิชาการ หรือ วิชาชีพ จัดทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สู่ชุมชน เพื่อเป็นการเพิ่มความรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาอาชีพเพื่อความยั่งยืนสืบต่อไป

รวมทั้งนโยบายทางด้านข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนาเมืองชัยภูมิ ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสารสนเทศชุมชน การพัฒนาระบบสารสนเทศชุมชนรอบด้าน เพื่อส่งเสริมให้มีข้อมูลพื้นฐานของบุคคล ด้านการศึกษา อาชีพ รายได้  การว่างงาน ฯลฯ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาศักยภาพของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีข้อมูลด้านสุขภาพ อนามัย ใช้ประกอบในการกำหนดทิศทาง ป้องกัน แก้ไข สุขภาพและพลานามัยของประชาชน ข้อมูลด้านสังคม ชุมชน ท่องเที่ยว ธุรกิจ เพื่อการนำไปสู่การกำหนดวิธีการสร้างราย  ได้ที่พัฒนาและยั่งยืนสืบต่อไป

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

น้อมรับการทำหน้าที่สื่อเพื่อประชาชนมายาวนานกว่า25ปีเพื่อชาวชัยภูมิพร้อมเป็นเครือข่ายการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีในนามสมาคมนักข่าวจังหวัดชัยภูมิและชมรมสื่อมวลชนชัยภูมิพร้อมรับใช้ชาวชัยภูมิและเป็นเวทีให้กับประชาชนทุกท่านตลอดไปมีอะไรเดือดเนื้อร้อนใจติดต่อมาที่ทีมงาน77ข่าวเด็ดชัยภูมิเราได้หรือที่[email protected]