X

ยังเปิดต่ออดีตผับดังไม่สนคำสั่งปิด 5 ปี! (คลิป)

ชัยภูมิ – นอภ.ยันไม่ฟังอีกสั่งปิดดำเนินคดีเด็ดขาดทันที ขณะที่ร้านดังยังเดินหน้าอ้างเปิดกิจการแบบร้านค้าสวนอาหารขึ้นใหม่มาแทนเท่านั้น ไม่ใช่ผับหรือเข้าข่ายสถานบันเทิงแต่อย่างใด พร้อมขู่ฟ้องแหลกใครนำเสนอข่าวมีวัยรุ่นตีกันซึ่งครั้งนี้ต้องขอให้ความเป็นธรรมที่ไม่เกี่ยวกับทางร้านตนเองด้วย ขณะที่ล่าสุดกลางดึกที่ผ่านมาจนท.บุกตรวจจับซ้ำยังเปิดกระทำผิดเงื่อนไขคำสั่งปิดกิจการอีกยังไม่หยุด เบื้องต้น จนท.จับดำเนินคดีจำหน่ายสุราโดยมีใบอนุญาตประเดิมคดีแรก ก่อนเตรียมรวบรวมหลักฐานขยายผลดำเนินคดีที่กระทำผิดเกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป!

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 นงวันที่ 21 ก.ค.63 นายอนุชา  เจริญรักษ์ นายเมืองชัยภูมิ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้เกี่ยวข้องในร้านดังกล่าว หลังเมื่อช่วงเวลา 22.00 – 01.00 น.ที่ผ่านมา ได้สั่งระดมกำลังฝ่ายความมั่นคงโดยนายณรงค์  ชำนิพงษ์  ปลัดอำเภอเมืองชัยภูมิ นำกำลังสมาชิก อส.อ.เมือง บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับ  สวป./จนท.ตร.สภ.เมืองชัยภูมิ ,สรรพสามิตพื้นที่เมืองชัยภูมิ/จนท.สรรพสามิต ออกตรวจจัดระเบียบสังคมร้านอาหารไม่ทราบชื่อ ที่ล่าสุดเมื่อตลอดช่วงขอเปิดกิจการประกอบเป็นร้านอาหารขึ้นใหม่มาตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.63 ที่ผ่านมา และเกิดปัญหามีกลุ่มวัยรุ่นไปมั่วสุมและมีการยกพวกออกมาไล่ตีกันย่านถนนหน้าทางเข้าร้านบ่อยครั้งเป็นจำนวนมาก จนล่าสุดมีสาว วัย 32 ปี ได้รับบาดเจ็บเมื่อกลางดึกของวันที่ 19 ก.ค.63 ที่ผ่านมา

ซึ่งร้านดังกล่าวเคยเป็นอดีตผับดังที่เคยมีคำสั่งจังหวัดชัยภูมิ ให้ปิดกิจการเป็นเวลา 5 ปี ไปแล้วในระหว่างปี 2562-2566  ที่ตั้งอยู่ย่านถนนชัยภูมิ-บ้านเขว้า ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ  ซึ่งหลังจากกรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ค.63 มีกลุ่มวัยรุ่นที่ไปรับประทานอาหารร้านดังกล่าวแล้วได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันหลังจากร้านปิดให้บริการนั้น

ซึ่งจากการขอเข้าตรวจสอบภายในการดำเนินกิจการของร้านอาหารดังกล่าวล่าสุดมาจนถึงช่วง 24.30 น.ที่ผ่านมา จนท.ได้พบพนักงานของร้านนำเครื่องดื่มสุรายี่ห้อแสงโสม 1 ขวด โซดาสิงห์ 2 ขวด มาจำหน่ายให้กับลูกค้าที่โต๊ะ 45 และจากการตรวจสอบพบว่าไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราแสดงให้ดูได้  และตรวจสอบที่เคาน์เตอร์ของร้านพบผู้จัดการร้านดังกล่าว  จนท.ชุดตรวจสอบฯ  จึงได้แจ้งให้ทราบว่าจะต้องถูกจับกุมเนื่องจากจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต  พร้อมกับได้นำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อทำการเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.สุราฯ เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท  พร้อมทั้งได้แนะนำตักเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายที่มีระเบียบตามคำสั่งห้ามที่ถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี อยู่ด้วย

อีกทั้งยังมีการเล่นดนตรีสด แสดงโชว์น้องร้อง ที่ผิดระเบียบในการขอใช้พื้นที่ในการขอกลับเข้ามาดำเนินการเป็นสวนอาหาร แต่ยังเข้าข่ายที่กระทำผิดระเบียบคำสั่งปิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ไม่ให้ประกอบการเป็นลักษณะสถานบันเทิง หรือผับเช่นเดิม ซึ่งหากดำเนินการเป็นอาหารร้านอาหารแบบธรรมดาก็สามารถทำได้ จนท.ไม่ได้ห้าม ซึ่งในการเข้าตรวจครั้งนี้ก็ยังกลับมาขอใช้พื้นที่สั่งห้ามทำคล้ายลักษณะสถานบันเทิงเหมือนเดิมอยู่อีก

ซึ่งล่าสุดทางด้านนายอนุชา เจริญรักษ์ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ กล่าวว่า ซึ่งได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกฎหมายหมายที่พบทั้งหมดต่อไป และหากมีการตรวจพบว่ายังเปิดในลักษณะที่เข้าข่ายสถานบันเทิงดังกล่าวอีก จะต้องถูกสั่งปิดและดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทันทีต่อไป

ขณะที่ทางด้านผู้สื่อข่าวเอง ก็ได้รับพยายามติดต่อ เจ้าของอดีตผับดังกล่าวว่า  เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายในครั้งนี้ด้วยแล้ว แต่หลังมีการนำเสนอข่าวไปที่ผู้ประกอบการรายนี้ได้ออกมาชี้แจงออกไปแล้วว่าวอนขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย แต่ล่าสุดก็กลับกลายเป็นกระแสสังคมที่ยังยอมรับต่อการมาเปิดดำเนินการใหม่ครั้งนี้ที่ยังมีผลกระทบเสียงดนตรีดังรบกวนต่อประชาชนในพื้นที่ด้วย และเจ้าของรายนี้ยังกลับมาต่อว่าสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวว่ากลับทำให้ตนเองเสียหายหนักไปอีก และใครที่นำเสนอภาพที่ตัวเองพูดชี้แจงข้อเท็จจริงจะฟ้องร้องในครั้งนี้ทั้งหมด รวมทั้งใครที่นำเสนอข่าวว่ามีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารใหม่ตนเองในครั้งนี้ตามมาด้วย

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี

น้อมรับการทำหน้าที่สื่อเพื่อประชาชนมายาวนานกว่า25ปีเพื่อชาวชัยภูมิพร้อมเป็นเครือข่ายการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีในนามสมาคมนักข่าวจังหวัดชัยภูมิและชมรมสื่อมวลชนชัยภูมิพร้อมรับใช้ชาวชัยภูมิและเป็นเวทีให้กับประชาชนทุกท่านตลอดไปมีอะไรเดือดเนื้อร้อนใจติดต่อมาที่ทีมงาน77ข่าวเด็ดชัยภูมิเราได้หรือที่[email protected]