แถลงด่วนชัยภูมิยันถูกเจาะไข่แดงแตกแล้วพบติดโควิด-19 รายแรกเป็นนศ.สาวกลับจากกรุงฯ(คลิป)

ชัยภูมิ – ผู้ว่าฯนำคณะกรรมการโรคติดต่อฯ เปิดแถลงด่วนยันสุดป้องเมืองทำอย่างเต็มที่แล้ว หลังพยายามช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดโควิด -19 ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ได้จนกลายเป็นจุดไข่ดาวกลางภาคอีสานจังหวัดอีกไม่กี่จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ล่าสุดพบนักศึกษาสาว วัย 20 ปี เดินทางกลับจากกรุงเทพฯมาบ้านที่ชัยภูมิติดเชื้อโควิด -19 เป็นรายแรกของจังหวัดแล้ว และขอให้ปชช.ทุกคนช่วยกันก่อนจะออกจากบ้านสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกราย!

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 ม..ค.63 นายณรงค์  วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยสาธารณสุขจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยภูมิ เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ ถึงสถานการณ์ความคืบหน้าในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด -19 ในพื้นที่ หลังทางจังหวัดชัยภูมิ ได้ระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่อช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดมาต่อเนื่องนานนับเดือนจนถึงวานนี้วันที่ 25 มี.ค.63 ที่จ.ชัยภูมิ ยังไม่พบมีผู้ติดเชื้อในพื้นที่จ.ชัยภูมิแต่อย่างใด

ซึ่งจ.ชัยภูมิ ถือเป็นจังหวัดอีกไม่กี่จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ และในขณะนี้ที่จ.ชัยภูมิ ตามแผนที่ประเทศไทยถือเป็นจุดใจกลางไข่ดาวของอีกหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยการพบผู้ติดเชื้อแล้วหลายรายของภาคอีสานในขณะนี้

แต่ล่าสุดวันนี้ที่ 26 มี.ค.63 จากการตรวจสอบติดตามเฝ้าระวังของจ.ชัยภูมิ ในล่าสุดวันนี้ว่ามีผลยืนยันการตรวจออกมาแล้ว ว่ามีการพบผู้ติดเชื้อแล้วเป็นรายแรกของจังหวัดชัยภูมิ หลังจากมีการติดตามย้อนหลังของผู้ติดเชื้อชาวชัยภูมิ รายนี้ไปประมาณ 14 วัน ที่ผ่านมาพบว่ามีนักศึกษาสาวรายหนึ่ง อายุ 20 ปี  ซึ่งเป็นชาวอ.ภูเชียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นนักศึกษาอาชีวะขอนเก่นไปฝึกงานที่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กทม. ตั้งแต่ เตือนกันยายน 2562 – 20 มีนาคม 2563 ขณะฝีกงานอาศัยอยู่อารียาเฮ้าท์ เขตเจริญนคร ซอย 8 กทม. ซึ่งล่าสุดพบติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันเป็นรายแรกของจ.ชัยภูมิ ในครั้งนี้

ซึ่งจ.ชัยภูมิ ได้ติดตามประวัติย้อนหลังเพื่อช่วยกันควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ มาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2563 ว่ามีประวัติเคยไปอยู่กับใครบ้างทั้งหมดที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่เข้างาน 14.00 -00.00 น.วันที่ 12 มี.ค.63 ทำงานที่ห้องอาหารออเทอร์เล้าจ์  โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กทม.

ต่อมาด้วย วันที่ 13 มีนาคม 2563 หยุดงาน อยู่หอพักกับเพื่อนกี่คน และต่อมาเข้างาน 06.00 – 16.00 น.ที่โรงแรมดังกล่าว ในวันที่ 14 มี.ค.63 จนมาถึงวันที่ 23 มี.ค.63 ที่ผ่านมา ได้พากันเดินทางกลับบ้านที่จ.ชัยภูมิ ด้วยรถตู้ออกจาก กทม.มาด้วยกันกับเพื่อนรวมทั้งหมด 11 คน อยู่ในพื้นที่จ.สกลนคร และจ.ขอนแก่น

ก่อนที่นักศึกษาสาววัย 20 ปี รายนี้ จะเดินทางมาถึงบ้านเกิดที่อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ในเวลา 12.00 น.ของวันที่ 24 มี.ค.63 ที่ผ่านมา เพื่อทำการกักตัวเองอยู่ที่บ้านให้ครบ 14 วัน จนเริ่มมีอาการมีไข้สูงกว่า 39 องศาฯไอมีเสมหะ ปวดกล้ามเนื้อ จึงเดินทางเข้าตรวจที่รพ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา และล่าสุดผลตรวจยืนยันว่าพบมีเชื้อโควิด -19 ครั้งนี้ขึ้น ที่พบเป็นผู้มีเชื้อรายแรกของจ.ชัยภูมิ ซึ่งทางจ.ชัยภูมิ จะได้ประสานกลุ่มเสี่ยงผู้ที่เคยสัมผัสและเกี่ยวข้องกับนักศึกษาสาว วัย 20 ปี ชาวชัยภูมิ ที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงและอยู่ในพื้นที่ทั้งหมดต่อไป เพื่อนำมาสู่ขบวนการคัดกรองกักตัวให้การรักษาเพื่อไม่ให้เกิดการกระจายหรือแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นให้ได้โดยเร็วต่อไป

ซึ่งสรุปล่าสุดจ.ชัยภูมิ พบผู้ติดเชื้อรายแรกแล้ว 1 ราย และมีผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังโรครวม 41 ราย แยกเป็นรายใหม่ 3 ราย ผลตรวจยันยืนไม่พบแล้ว 37 ราย รอผลตรวจยืนยันอีก 4 ราย ติดตามผลกักตัวครบ 14 วันไม่มีเชื้อแล้ว 24 ราย ติดตามเฝ้าระวังยังไม่ครบ 14 วัน อีกรวม 17 ราย

ซึ่งจากนี้ไปทางจ.ชัยภูมิ จะเพิ่มมาตรการเข้มงวดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินให้มากขึ้น ซึ่งก็อยากจะให้ประชาชนช่วยกันตื่นตัวช่วยกันปฏิบัติตัวในการป้องกันเชื้อโควิด -19 ไม่ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นไปกว่านี้ให้ได้ ในช่วงหลังเวลา 20.00 น.-05.000 น.จากนี้ไปไม่ควร หรืองดออกจากบ้าน และในช่วงเวลาออกจากบ้านได้หลังช่วง 05.00 น.ไม่เกิน 20.00 น.ของทุกวัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกคนด้วย รวมทั้งมาตรการตรวจเข้มที่จ.ชัยภูมิ จะมีการตั้งจุดคัดกรองสกัดประชาชนที่เข้าออกภายในเขตรอยต่อพื้นที่จังหวัดชัยภูมิและตั้งศูนย์ควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ทั้งหมดจำนวน 8 จุดหลัก กระจายรอบทุกทิศจุดผ่านทั่วทั้งจังหวัดชัยภูมิตลอด 24 ชม.จากนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ซึ่งวันนี้สิ่งที่จ.ชัยภูมิ เป็นห่วง ปัญหาก็คือจากบุคคลภายนอกที่จะผ่านเข้ามาที่จ.ชัยภูมิ ที่ครั้งนี้ก็ถือว่าจังหวัดชัยภูมิ ช่วยกันเฝ้าระวังภายในจังหวัดมาด้วยดีต่อเนื่องแล้วตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ แต่เชื้อโควิด -19 ที่มาพบในครั้งนี้สาเหตุหลักก็คือจากบุคคลที่ไปทำงานจากต่างพื้นที่กลับเข้ามาในภูมิลำเนาและมีเชื้อมาด้วยเป็นหลัก จึงอยากให้ทุกคนทุกฝ่ายช่วยกันร่วมไม้ร่วมมือในการที่จะช่วยกันป้องกันฝ่าวิกฤตไม่ให้โควิด -19 มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นไปมากกว่านี้ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ต่อไปให้ได้ และขอให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคลี่คลายโดยเร็วต่อไปให้ได้ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือให้ความสำคัญในการช่วยกันป้องกันทุกพื้นที่ให้มากขึ้นจากนี้ไปด้วย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น