ป่ากิ่วสล่า เหี้ยนอีกพืชเชิงเดี่ยวจูงใจทิ้งวนเกษตร

กิ่วสล่า บ้านน้ำจ้อม เขตต้นน้ำสำคัญเมืองแพร่ ถูกลอบตัดไม้ใหญ่แบบปูพรมหมดสภาพป่า

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ โดยการอำนวยการของนายจีระ ทรงพุฒิ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ 3 สาขาแพร่ และนายเสน่ห์ แสนมูล ผอ.ศูนย์ป่าไม้แพร่ ลงพื้นที่ร่วมตรวจยึดไม้ของกลางและตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ร่วมสนธิกำลังประกอบด้วยหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแพร่, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.6 7, 8, 9, 13 ชป.พิเศษ สจป.3 สาขาแพร่และศูนย์ป่าไม้แพร่, ชป.ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ,ตร.สภ.ช่อแฮ, ตร.ปทส.ภ.5, ชป.ป้องกัน จ.แพร่, ตชด.32 พะเยา, พยัคฆ์ไพร ชป. 4และ ชป.สายตรวจ สบอ.13 กรมอุทยานฯ, อช.ลำน้ำน่าน ในการตรวจยึดไม้ของกลางเพิ่มเติมตามคดีตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 คดีที่ 68/63 ป่ากิ่วสล่า ในเขตป่าสงวนฯ ป่าแม่ก๋อน-แม่สาย ท้องที่ บ.น้ำจ้อม ม.8 ต.ช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ (เนื่องจากเป็นภูเขาสูงชันเข้าไปชักลากยากลำบากและขาดยานพาหนะและอุปกรณ์ในการชักลาก) สำหรับวันนี้ตรวจยึดไม้กระยาเลย (แดง, ประดู) จำนวน 50 ท่อน ปริมาตร 8.20 ลบ.ม.(ประดู่ 4 ท่อน แดง 46 ท่อน) ร่วมกันบันทึกเรื่องราวนำส่งให้พนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวเพิ่มเติมต่อไป

พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำโซนสำคัญ. แต่มีประชาชนอยู่อาศัยเป็นหมู่บ้านเล็กๆ เช่นบ้านน้ำจ้อม บ้านน้ำกลาย. บ้านห้วยหยวก เป็นต้น. เดิมนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นสวนเมี่ยง. (ต้นชาพื้นเมือง)มีการปลูกผลไม้แซมในพื้นที่ป่าเรียกวิธีการปลูกแบบนี้ว่า “วนเกษตร” แต่ปัจจุบันการปลูกไม้ผลเชิงเดี่ยวให้ผลผลิตสูงมาแรงโดยเฉพาะทุเรียนที่มีราคาสูง รวมทั้งพื้นที่เหล่านี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ. ทำให้มีการขายที่ดินบริเวณดังกล่าว. สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญจูงใจให้โค่นไม้ป่าออก. ขณะนี้ทางราชการยังไม่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจต่อชาวบ้านในพื้นที่ รอให้มีการโค่นแพ้วถางก่อนจึงเข้าจับกุม.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดแพร่ กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น