เลือกตั้ง นายก อบจ.โคราช “เดือด” ใส่ไม่ยั้งงานนี้ยอมไม่ได้

สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.โคราช “เดือด”ทุกเบอร์ใส่ไม่ยั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สนามเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาทั้ง 48 เขต 32 อำเภอ มีผู้สมัคร นายก อบจ.รวม 5 คน และ ส.อบจ. กว่า 170 คน ต่างชูนโยบายหาเสียงกันอย่างดุเดือด ตามนโยบายของแต่ละทีม

การเลือกตั้งครั้งนี้ เซียนการเมืองท้องถิ่นต่างลงความเห็นโฟกัสไปที่ ตำแหน่งนายก อบจ. มีผู้เข้าแข่งขัน 5 คนได้แก่ ดร.สาธิต ปิติวรา หมายเลข1 ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล หมายเลข 2 นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก หมายเลข 3 นายวิฑูรย์ ชาติปฏิมาพงษ์หมายเลข 4 และ ดร.ตรีเพชร พรหมนิติพันธ์ หมายเลข 5 ซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ทั้ง 5 คนนี้ เซียนการเมืองต่างก็ปักธงไปที่ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล (คุณหน่อย) ผู้สมัครหมายเลข 2 และ นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก (หมอแหยง)หมายเลข 3 อดีต นายก อบจ. ที่โดน ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี สอยร่วงกลางอากาศเมื่อปี 2555 จนเป็นเหตุทำให้เสียแชมป์ไปแบบน่าเสียดาย คาดว่าการสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.คราวนี้จึงน่าจะใส่กันแบบไม่ยั้ง หมอแหยงได้ใจ อสม.ทั้ง 32 อำเภอ ดร.ยลดา ได้ความสด มาคอยดูว่าความสดกับความเก๋า ใครจะเข้าป้ายคว้าตำแหน่งสำคัญไปบริหารกับงบก้อนโต 4,000,000,000 บาท (สี่พันล้านบาท)

ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล (คุณหน่อย) ผู้สมัคร ตำแหน่งนายก อบจ.หน้าใหม่หลังจากวันรับสมัครได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชน เพื่อพูดคุยรับทราบปัญหาต่างๆของชาวบ้าน ในส่วนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการจัดทำแผนแม่แบบในการพัฒนาตามที่ได้วางไว้ โดยการให้ชาวบ้านได้มีส่วนสร้าง ร่วมคิด ร่วมทำให้เป็น”โคราชโฉมใหม่”  จนถึงขณะนี้ได้เดินทางไปพบกับชาวบ้าน หลายอำเภอ และคิดว่าจะต้องไปให้ครบทุกอำเภอ ที่ผ่านมาทุกที่ที่ไปหาเสียงก็ได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี กับนโยบาย “ร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่”ตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้

ด้านนายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก (หมอแหยง) หมายเลข 3 อดีตนากยก อบจ.ที่หมายมั้นปั้นมือชูนโยบาย”สภาประชาชน”ประกาศต่อหน้าสื่อมวลชน โดยขอกลับมารับใช้พี่น้องประชาชนคนโคราชอีกครั้ง เน้นการปฏิรูป อบจ.ด้วยการจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อให้ประชาชนทั้ง 32 อำเภอได้มีส่วนร่วม กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอำเภอและตำบลให้มีความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน ให้สอดคล้องกับยุค 4.0 เน้นการบริหารพัฒนา การศึกษา ให้เทียบเท่ากับอารยะประเทศ พร้อมทำ”อำเภอสีเขียวการเมืองสีขาว”ให้มีความโปร่งใสต่อพี่น้องชาวโคราช

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทกเปิเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การลงสมัคร นายก อบจ.ครั้งนี้สมัครในนามอิสระ ชื่อ กลุ่ม”รักษ์โคราช” ไม่มีพรรคการเมืองใดหนุนหลังจะขอเป็นมิตรกับ สจ.ทุกคนพร้อมเป็นมิตรกับ สส.ทุกพรรค เราเองต้องการความเป็นอิสระต้องการเป็นการเมืองท้องถิ่นไม่มีการเมืองระดับชาติหนุนหลังยกเว้นส.อบจ.คนใดหรือ สส.ท่านใดเห็นด้วยกับนโยบาย”สภาประชาชน” ก็นำไปประกาศหาเสียงและนำไปแสดงความเห็นด้วยกับนโยบายได้

มาที่ นายวิฑูรย์ ชาติปฏิมาพงษ์ หรือ”นายกแก้ว ดะด๊าด” ผู้สมัครนายก อบจ.หมายเลข 4 ที่เป็นกระแสวิพากวิจารณ์จนเป็นเหตุว่า เป็นคนของสุวัจน์ ส่งเข้าประกวด แจงไม่ใช่เด็กสุวัจน์ พร้อมขออาสาใช้ความรู้ ความสามรถของตัวเองพัฒนาท้องถิ่น นำประสบการณ์ที่มีพัฒนาท้องถิ่นและทำองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เป็นองค์กรที่มีความโปร่งใสให้ได้กับการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นแบบอย่างที่ดีขององค์กรพัฒนาท้องถิ่นอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อนำร่องให้เป็นองค์กรที่แข็งแกร่ง

ส่วน ดร.สาธิต ปิติวรา หมายเลข 1 ผู้เข้าประกวดชิงตำแหน่งนายก อบจ.อีกคนได้นำนโยบายการหาเสียงมาชิงเก้าอี้นายกอบจ.ในครั้งนี้ มี 5 นโยบายหลักคือ 1.จะนำโรงเรียนมัธยมในสังกัด 58 แห่ง มาบริหารจัดการสถานศึกษาและ ด้านการศึกษา ต้องเปลี่ยนแปลงและขจัดความเหลื่อมล้ำในวงการศึกษาสร้างโอกาสให้เสมอภาคทัดเทียมและพัฒนารูปแบบหลักสูตรให้ทันสมัยและอุปกรณ์การเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ ต้องสนับสนุนงบประมาณด้านนี้ให้มาก 2.พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับเป็นหัวเมืองภาคอีสาน สร้างจุดเชื่อมโยงที่สะดวกสบาย รองรับการขยายตัวของเมืองและโครงการเมกะโปรเจ็กต์รถไฟทางคู่ – ความเร็วสูง ถนนมอเตอร์เวย์และวงแหวนรอบเมือง 3.การบริหารงบประมาณปีละกว่า 3.5 พันล้านบาท ต้องโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ 4.ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการบริหารงบดำเนินการโครงการต่าง ๆในแต่ละปี โดยกระจายให้เท่าเทียมกัน ไม่แบ่งแยกกลุ่มโซนจังหวัด 5.การจัดการขยะ แม้มิใช่ภาระหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงแต่จะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงบทบาทหน้าที่การกำจัดขยะมูลฝอยกับ อปท.ขนาดเล็ก ร่วมจัดการขยะอย่างเป็นระบบถูกหลักวิชาการ ตั้งแต่คัดแยกก่อนทิ้งเพื่อให้ขยะมีมูลค่าไม่สูญเปล่าและแนวคิดตั้งโรงกำจัดขยะไฟฟ้าในพื้นที่ 4 แห่งอยู่รอบเมือง เพื่อรองรับขยะอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการจัดการปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก น้ำแล้งในเขตเกษตรกรรม อุตสาหกรรมสีเขียว การท่องเที่ยวนวัตกรรมใหม่โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่หลากหลายทั้งเชิงนิเวศและวัฒนธรรมมาเป็นจุดขาย

ด้าน ดร..ตรีเพชร พรหมนิติพันธ์ ผู้สมัครหมายเลข 5 ซึ่งเป็นอดีต สส.จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้สมัครในวันที่ 5 เผยเหตุผลว่าอยากได้เบอร์นี้ เพระเป็นเบอร์แห่งคุณภาพ โดยสถานการณ์หลังสมัครไปได้ 2-3 วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน มีการแจกเงินมัดจำหัวคะแนนกันอย่างโจ่งแจ้ง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตนเชื่อว่าถ้า กกต.มีศักยภาพควบคุมการเลือกตั้งอย่างจริงจัง จึงอยากให้มีการตัดสิทธิ์ผู้สมัครนายก อบจ.ที่ทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 นี้ให้เด็ดขาด.