X

ทลาย 2 เครือข่ายค้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ยึดของกลางครั้งมโหฬาร กว่า 17 ล้านบาท

กรุงเทพฯ – ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ SMOKELESS บุกทลายโกดัง เครือข่ายค้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ จ.นครปฐม และกรุงเทพฯ จับผู้ต้องหา 2 คน ยึดของกลาง มูลค่ารวมกว่า 17 ล้านบาท

วันที่ 20 มิถุนายน 2567 พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ SMOKELESS บุกทลาย 2 เครือข่ายค้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ยึดของกลางมโหฬาร มูลค่ารวมกว่า 17 ล้านบาท

สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์จับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ต่อมา ได้สืบสวนขยายผล จนทราบข้อมูลเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่ และสามารถรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลออกหมายค้น และนำกำลังเข้าจับกุมเครือข่ายผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ในจังหวัดสงขลาได้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.67 ที่ผ่านมา

ตำรวจพบข้อมูลสำคัญ จึงเฝ้าติดตามสะกดรอยคนร้ายที่ร่วมขบวนการเรื่อยมา กระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายค้นเป้าหมาย 2 จุด ในจังหวัดนครปฐมและกรุงเทพมหานคร

ต่อมา วันที่ 19 มิ.ย.67 พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.1 บก.สอท.2 ระดมกำลังเข้าตรวจค้นทั้ง 2 เป้าหมาย ดังนี้

1.ตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม จับกุมผู้ต้องหา 1 คน คือ นายธนโชติ อายุ 44 ปี โดยกล่าวหาว่า ‘ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า) ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 และซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นสิ่งของต้องห้ามน้ำเข้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560’ พร้อมของกลาง รถกระบะบรรทุก, พอตใช้แล้วทิ้ง หัวพอต ยี่ห้อต่าง ๆ, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเติม รวมของกลางทั้งหมด 53,310 ชิ้น มูลค่า 8 ล้าน 2 แสน 57,100 บาท

2.ตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านย่านแขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหา 1 คน คือ นางสาวณัฐภรณ์ อายุ 30 ปี โดยกล่าวหาว่า ‘ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า) ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 และซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพีงรู้ว่าเป็นสิ่งของต้องห้ามน้ำเข้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560’ พร้อมของกลาง พอตใช้แล้วทิ้ง ยี่ห้อต่าง ๆ และหัวพอต รวม 37,360 ชิ้น มูลค่า 8 ล้าน 9 แสน 50,000 บาท

รวมของกลาง ทั้ง 2 จุด มูลค่า 17 ล้าน 2 แสน 7,100 บาท

สำหรับความผิด กรณีผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กับให้ริบบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใดนั้นด้วย

กรณีผู้ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ หากพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่ สายด่วน 1599

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ลักขณา สุริยงค์

ลักขณา สุริยงค์

ทำหน้าที่สื่อมวลชนมาเกือบ 30 ปี ทั้งงานสายข่าวและจัดรายการทีวี-วิทยุมานับไม่ถ้วน "ไม่เป็นกลาง แต่เป็นธรรม พร้อมนำเสนอความจริง"