ราชกิจจาฯ ออกประกาศผ่อนคลายระยะ 3 พร้อมเอาผิดหักหัวคิวที่กักตัว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 9) ผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรม ระยะที่ 3

1.การห้ามออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 23.00 น.-03.00 น.

2.การผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อม รองรับการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา 2563 ให้ทยอยผ่อนผันเพื่อจัดการศึกษา อบรม ประชุม หรือเพื่อประโยชน์ในการสอบ หรือการคัดเลือกบุคคล

3.การผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้

กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต
♦ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 21.00 น.

♦ศูนย์แสดงสินค้ำ ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ ให้เปิดดำเนินการจัดประชุม การแสดงสินค้า หรือการจัดนิทรรศการได้ โดยจำกัดพื้นที่รวมขนาดไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร และเปิดจนถึงเวลา 21.00 น.

♦สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง ให้เปิดดำเนินการได้โดยงดเว้นการจัดกิจกรรม ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนมาชุมนุมกันหนาแน่นและอาจเกิดภาวะไร้ระเบียบได้

♦ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผมสำหรับบุรุษหรือสตรี ให้เปิดดำเนินการโดยจำกัดเวลา การให้บริการไม่เกินรายละสองชั่วโมง ไม่มีผู้นั่งรอในร้าน

♦ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน ให้เปิดได้เฉพาะการปฏิบัติงานที่จำเป็น จัดสรรและแจกจ่ายเครื่องดื่ม อาหารกลางวัน

กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ
♦คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานบริการ สักหรือเจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย

♦สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย (งดเว้นการอบตัว อบสมุนไพรหรืออบไอน้ำแบบรวมและการนวดบริเวณใบหน้า)นวดฝ่าเท้า ยกเว้น สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อาบ อบ นวด

♦สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส ให้เปิดดำเนินการได้โดยจำกัดจำนวนผู้เล่นในการเล่น แบบรวมกลุ่มและงดเว้นการอบตัวหรืออบไอน้ำแบบรวม

♦สถานที่ฝึกซ้อมมวย โรงยิมหรือค่ายมวย ให้เปิดได้เฉพาะเพื่อการฝึกซ้อมการชกลม โดยไม่มีคู่ชก ต้องไม่เป็นการแข่งขันและไม่มีผู้ชม

♦สนามกีฬา ให้เปิดดำเนินการได้เฉพาะกิจกรรมเพื่อการออกกำลังกายหรือการฝึกซ้อม ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล และวอลเลย์บอล โดยต้องไม่เป็นการแข่งขัน และมีจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมที่อยู่ในบริเวณสนามกีฬา (ไม่นับรวมผู้เล่น) อีกไม่เกินสิบคน

♦สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง สเก็ตหรือโรลเลอร์เบลด เฉพาะเพื่ออกกำลังกายหรือฝึกซ้อม

♦สถาบันลีลาศหรือสอนลีลาศ

♦สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำในบึง เช่น เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ เครื่องเล่น ประเภทบานานาโบ๊ทให้เปิดดำเนินการได้โดยต้องไม่เป็นการแข่งขันและจำกัดจำนวนผู้เล่น

♦โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ ให้เปิดดำเนินการได้ โดยจำกัดจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 200 คน สำหรับโรงมหรสพในระยะแรกนี้ ให้เปิดเฉพาะการจัดแสดงลิเก ลำตัด หรือการแสดงพื้นบ้านอื่น ๆ ก่อน โดยงดเว้นการจัดแสดงดนตรีหรือคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมอื่น ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลและการแพร่กระจ่ายเชื้อ

♦สวนสัตว์หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ จำกัดจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม ในพื้นที่จัดการแสดงที่เป็นการรวมกลุ่ม

4.การกำหนดมาตรการการป้องกันโรคและการจัดระเบียบ ให้เป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น เจ้าของ หรือผู้จัดการสถานที่ ตามคำแนะนำ เงื่อนไข เงื่อนเวลา ที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือที่ราชการกำหนด

5.การผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ผู้เดินทาง รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค หากพบว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค หรือเป็นพาหะนำโรค พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ในการสั่งแยกกัก กักกัน หรือคุม ไว้สังเกตตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ

6.กรณีมีปัญหาว่า สถานที่หรือกิจกรรมใดเข้าข่ายตามข้อกฎหมายหรือ ให้หารือ คณะกรรมการเฉพาะกิจผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกัน ซึ่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหัวหน้าสำนักงาน

7.กรณีมีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ เรียก รับ ยอมรับเงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ หรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ จากการใช้สถานที่ของเอกชนเพื่อการแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต หรือเจตนาแกล้งให้ผู้อื่นมีความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ หรือข้อกำหนดซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตในการเรียกเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน จากการไม่ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด ย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย ผู้ประสบเหตุดังกล่าวให้แจ้งต่อศูนย์ดำรงธรรมได้ทั่วราชอาณาจักร หรือแจ้งต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2563 เป็นต้นไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น