‘ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวกและแรงดันลบ’ นวัตกรรมปลอดภัย จาก กฟผ. เพื่อสังคม

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งถูกจัดเป็น ‘โรคติดต่ออันตราย’ ลำดับที่ 14 ของประเทศไทย ที่ยังไม่มีวัคซีนใดป้องกันได้ และยังไม่มียาใดมารักษาให้หายเด็ดขาดได้ ส่งผลให้ผู้คนบนโลกใบนี้เจ็บป่วยล้มตายเป็นใบไม้ร่วง จึงทำได้แค่เพียงร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายและระบาด

‘ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวกและแรงดันลบ’ เป็นอีกหนึ่งผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่คิดค้นออกมาในภาวะโรคระบาดนี้้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัย จากการติดเชื้อระหว่างตรวจรักษาผู้ป่วยมากขึ้น

ฝ่ายโรงงานและอะไหล่ (อรอ.) กฟผ. ที่มีทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์งานช่างนานาชนิด รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานที่มีความชำนาญด้านการซ่อมและบำรุงรักษา เมื่อได้รับการประสานงานให้ออกแบบและผลิตตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวกและแรงดันลบ ภารกิจของช่างซ่อมอุปกรณ์โรงไฟฟ้าจึงแปรเปลี่ยนไป ภายใต้คำแนะนำของ นพ.อนวัช เสริมสวรรค์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และฝ่ายแพทย์และอนามัย กฟผ. เพื่อให้ได้ตู้ที่บุคลากรทางการแพทย์สามารถใช้งานได้สะดวก มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยระหว่างการตรวจโรคมากที่สุด

‘ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวกและแรงดันลบ’ ที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น มีลักษณะสี่เหลี่ยมทรงสูง ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร และสูง 2 เมตร ผลิตจากแผ่นอะคริลิกใส หนา 6 มิลลิเมตร ซึ่งศึกษาแล้วว่ามีความแข็งแรงต่อการใช้งาน สะดวก สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ภายในตู้มีช่องถุงมือปิดซีลอย่างมิดชิด เพื่อใช้เก็บสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

การใช้งาน ‘ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวก’ บุคลากรทางการแพทย์จะปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในตู้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยแพร่กระจายเชื้อสู่บุคลากรทางการแพทย์  ส่วน ‘ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันลบ’ บุคลากรทางการแพทย์จะปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านนอกและผู้ป่วยอยู่ภายในตู้ เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสจากผู้ป่วยไม่ให้แพร่กระจายออกมาในอากาศได้โดยตรง แต่จะมีระบบกรองอากาศและฆ่าเชื้อ ก่อนปล่อยอากาศออกสู่ภายนอก ทำให้ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันลบปลอดภัยมากกว่า สามารถสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างดี

‘ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวกและแรงดันลบ’ ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยง ในการสัมผัสสารคัดหลั่งและจำกัดพื้นที่การฟุ้งกระจายสารคัดหลั่งของผู้ป่วยได้ จึงเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของโรงพยาบาลทั่วประเทศ กฟผ. จึงผลิตตู้เก็บสิ่งส่งตรวจระบบแรงดันบวก จำนวน 10 ตู้ และตู้เก็บสิ่งส่งตรวจระบบแรงดันลบอีก 10 ตู้ ส่งมอบให้แก่โรงพยาบาล โดยส่งมอบให้โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นแห่งแรก

จากนั้น จะกระจายไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และจะผลิตตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันลบเพิ่มอีก 90 ตู้ เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ต้องการต่อไป

ไม่มีใครรู้ว่ามหันตภัยที่จู่โจมมนุษย์โลกครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อย ‘ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวกและแรงดันลบ’ ที่ส่งมอบแทนน้ำใจ กฟผ. ที่อยู่เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤติ จะเป็นตัวช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ของไทยปลอดภัย เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้

ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวกและแรงดันลบมีความแตกต่างกันอย่างไร ?

♦ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันบวก บุคลากรทางการแพทย์จะปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในตู้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สำหรับอากาศหมุนเวียนภายในตู้ จะใช้พัดลมเป่าอากาศเข้าจากปล่องอากาศด้านบน และปล่อยออกทางช่องระบายอากาศด้านล่าง
♦ส่วนตู้เก็บสิ่งส่งตรวจแรงดันลบ บุคลากรทางการแพทย์จะปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านนอก ขณะที่ผู้ป่วยอยู่ภายในตู้ มีการควบคุมแรงดันภายในตู้ให้มีค่าน้อยกว่าแรงดันด้านนอก ทำให้อากาศภายในตู้ที่ผู้ป่วยหายใจ ซึ่งมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค ไม่สามารถหมุนเวียนออกมาสู่ภายนอกได้โดยตรง แต่จะถูกผ่านการกรองด้วยตัวกรองอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กและเชื้อไวรัสโคโรนาได้ พร้อมทั้งมีการฆ่าเชื้อด้วยแสง UVC อีกครั้ง ทำให้อากาศที่ออกมาเป็นอากาศบริสุทธิ์ ปราศจากเชื้อโรค สามารถสร้างความมั่นใจในการลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ลักขณา สุริยงค์

ลักขณา สุริยงค์

ทำหน้าที่สื่อมวลชนมาเกือบ 30 ปี ทั้งงานสายข่าวและจัดรายการทีวี-วิทยุมานับไม่ถ้วน "ไม่เป็นกลาง แต่เป็นธรรม พร้อมนำเสนอความจริง"