โหดเหี้ยม!! ผู้ใหญ่บ้านยิงพระนักพัฒนากับลูกศิษย์ดับ 2 ศพ ต่อหน้าปลัดอำเภอปมขัดแย้งเรื่องตีผึ้ง

สุราษฎร์ธานี-โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น.วันนี้ (7 เม.ย.63 )ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 2 ศพที่บริเวณป้ายทางเข้าสำนักสงฆ์ถ้ำเขาเพ-ลา ม.9 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐิติวัชร์  สุฐิติวนิช ผกก.สภ.ท่าชนะ/เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 8 /นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ พบผู้ถูกยิงเสียชีวิตเป็นพระทราบชื่อคือ พระชลธาร ถาวโร กาญจนบุตร  อายุ 49 ปีเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ถ้ำเขาเพ-ลา และเป็นพระนักพัฒนาชื่อดังของ จ.สุราษฎร์ธานี สภาพศพถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าที่บริเวณท้ายทอย 1 นัดสีข้างขวา1นัด มรณภาพคาที่ ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบศพผู้เสียชีวิตอีกรายทราบชื่อนายชูรัตน์ พงษ์คล้าย  อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/11 ม.18 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานีถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่หน้าอก เสียชีวิตบนท้ายรถกระบะ มิตซูบิชิ สีขาว ใกล้ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 3 ปลอก

โดยผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายมานพ  โกปิน อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ท่าชนะ

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.พระชลธาร ถาวโร กาญจนบุตร ได้บอกให้นายชัยสิทธิ์ ไปตีผึ้งเพื่อเอาน้ำผึ้งไปฝากลูกศิษย์ ซึ่งมีผึ้งทำรังอยู่ตรงป้ายทางเข้าสำนักสงฆ์จำนวนมากและตั้งอยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์ ก่อนเกิดเหตุได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านเพราะเห็นแสงไฟ ผู้ใหญ่บ้านจึงมาตรวจสอบและห้ามปรามไม่ให้มีการตีผึ้ง และพูดคุยกันกับพระชลธาร ถาวโร กาญจนบุตร แต่พูดกันไม่รู้เรื่อง จึงโทรศัพท์ตามนายปัญพร วัฒนปราโมทย์ ปลัดอำเภอซึ่งเป็นปลัดอาวุโส นำกำลังมา14 นาย และระหว่างที่พูดคุยกันนั้นเกิดการทะเลาะกันขึ้น และเป็นช่วงจังหวะที่ปลัดอำเภอโทรศัพท์รายงานเหตุการณ์กับนายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ นายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่พระชลธาร ถาวโร กาญจนบุตรเข้าทางด้านหลัง มรณภาพคาที่และยิงใส่นายชูรัตน์ เสียชีวิตอีกคนเป็นศพที่ 2 ต่อหน้าปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็ว14 นาย ส่วนลูกศิษย์พระชลธาร ถาวโร กาญจนบุตรและชาวบ้านที่มาร่วมตีผึ้งอีกประมาณ 5 คนวิ่งหนีหลบกระสุนได้ทัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ใหญ่บ้านจอมโหดไปสอบสวนที่ สภ.ท่าชนะเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับพระชลธาร ถาวโร กาญจนบุตร นับว่าเป็นพระนักพัฒนาที่รู้จักกันดีของชาวบ้านใน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ริเริ่มและชักชวนชาวบ้านให้หันมาอนุรักษ์ป่าหวงแหนธรรมชาติแทนการบุกรุกป่า และยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการชักชวนชาวบ้านทำฝายมีชีวิตแก้ปัญหาน้ำหลากและมีน้ำใช้ตลอดปีในช่วงหน้าแล้งและเคยได้รับรางวัลแทนคุณแผ่นดินปี 2561 โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล
ด้านนายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ กล่าวว่าในเบื้องต้นจากการสอบถามนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้านมือยิง ให้การว่า ในระหว่างควบคุมตัวนั้นพระชลธาร ฯได้ชักปืนพกออกมาจากตัว และนายชูรัตน์ พงษ์คล้าย คว้ามีดออกมาเพื่อจะทำร้าย ตนเองจึงได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ทั้งคู่จนเสียชีวิตดังกล่าว ช่วงเกิดเหตุปลัดอาวุโสกำลังคุยโทรศัพท์กับนายอำเภอ
ขณะที่นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้นายจเร ขวัญเกิด ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานีลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดที่ อ.ท่าชนะอย่างเร่งด่วน ส่วนเรื่องของคดีให้ว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย ทั้งนี้ ผวจ.สุราษฎร์ธานีได้กล่าวย้ำเรื่องการฝ่าฝืนเคอร์ฟิวในช่วงเฝ้าระวังไวรัส โควิด-19 ว่า หากมีชาวบ้านฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจริงจนมีการยิงกันขึ้น หากตรวจสอบพบว่าเป็นความจริงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไปตามกระบวนการกฎหมายเช่นกัน                       อย่างไรก็ตามขอย้ำไปยังประชาชนทั่วไปว่า ตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 2) ดังนี้ข้อ 1. ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหะสถานระหว่าง 22.00 – 04.00 น. ผู้ใดฝ่าฝืนข้อนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เว้นแต่มีความจำเป็น หรือเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตการเกษตร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก การขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ การเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืนตามปกติ หรือการเดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยาน โดยมีเอกสารรับรองความจำเป็นหรือเอกสารเกี่ยวกับสินค้าหรือการเดินทาง และมีมาตรการป้องกันโรคตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 1) หรือเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่างๆ ของทางราชการ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น