อดีต สท ดีลังเข้าร้องทุกข์แจ้งความสื่อในข้อหาหมิ่นประมาท

จากกรณีความคืบหน้าคดีรุมโทรมหญิงสาวที่ อ.พัฒนานิคม ลพบุรี เมื่อเดือนกันยายน และตุลาคม 2563 เกี่ยวกับคดีที่กลุ่ม วัยรุ่นผู้ก่อเหตุ จำนวน 12 คน รุมโทรมหญิงสาววัย 18 ปี ตามที่ทางด้านของพ่อของผู้เสียหายได้มีการเดินทางเข้าพบกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กรุงเทพฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ และหาแนวทางดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ โดยอ้างคดีไม่มีความคืบหน้านั้น


ซึ่งจากการสอบถาม พ.ต.ท.อรงค์เดช สอาดบัว รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม ยืนยันว่าคดีดังกล่าวมีความคืบหน้าเป็นลำดับ ที่สำคัญข้อมูลที่มีการแจ้งว่าคดีไม่มีความคืบหน้า ตนเองยืนยันว่าคดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก และตำรวจได้มีการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมดแล้ว พร้อมกับมีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากลับผู้ก่อเหตุทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พ.ต.ท.อรงค์เดช ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดขึ้น 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกผู้ก่อเหตุได้ก่อเหตุเมื่อ ช่วงต้นเดือนกันยายน 2563 ครั้งที่สองเกิดเหตุเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 2563 แต่ผู้เสียหายมาดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งหลังจากที่ได้รับแจ้งความ ไว้ก็ได้มีการประสานให้ชุดสืบสวนเร่งรัดและติดตาม ผู้ก่อเหตุทั้งหมดในทันที พร้อมทั้งได้มีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุทั้งหมดฐานความผิดร่วมกัน ก่อเหตุลักษณะโทรมหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากที่ นายแดง (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี พ่อค้าขายลูกชิ้นทอด ชาว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี พาลูกสาวเข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ช่วยเหลือติดตามคดีที่ลูกสาวถูกคนในหมู่บ้านเดียวกัน 11 คน ลวงไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า เพราะหนึ่งในผู้ก่อเหตุเป็นถึง อดีตสมาชิกเทศบาล (ส.ท.) ในพื้นที่ ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม นั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งในชั้นการสอบสวนมีความคืบหน้าพอที่จะสรุปสำนวนได้ไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นี้


ล่าสุดเวลา 12.30 น. วันที่ 9 ก.พ.64 นายพนม (ขอสงวนนามสกุล) อดีต สท.เทศบาลตำบลดีลัง อ.พัฒนานิคม พร้อมด้วยนายดนุเดช ศิริวงษ์ตระกุล ทนายความ ได้เดินทางมายัง สภ.พัฒนานิคม เพื่อเข้าพบกับ พ.ต.อ.กริช แสงพล ผกก.สภ.พัฒนานิคม และพนักงานสอบวน สภ.พัฒนานิคม ในฐานะพยาน ที่มีผู้สื่อข่าวบางสำนักนำชื่อ สกุล ของตนไปนำเสนอข่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุด้วยนั้น ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ตนเองยืนยันไม่เคยเกี่ยวข้องและไม่ทำเรื่องเช่นนี้แน่นอน พ่อของเด็กและตนเองก็เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ระยะหลังไม่ค่อยจะถูกกัน จึงอาจเป็นไปได้ว่าพ่อผู้หญิงสาว จะโยงความผิดมาให้ ซึ่งทำให้ตนเสียหายด้วยซึ่งก็คงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปเช่นหัน ตนเองขอยืนยันในความบริสุทธิ์

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน