สามีเล่าทั้งน้ำตาหลังภรรยาผูกคอตายเนื่องจากไม่เคยได้เงินเยียวยาจากรัฐ

วันที่ 29 ส.ค. 63 พ.ต.ท.สันต์ภพ พลเรือง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอตายที่บ้านเช่าที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 6 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม ลพบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม นคร 88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม

เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าพนักงานโรงงานบริษัท ภายในห้องน้ำพบศพนางไสว เกตุมาชม อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240 หมู่ 4 ต.เพนียด อ.โคกสำโรง ลพบุรี สภาพศพลักษณะกึ่งนั่ง ผู้ตายใส่เสื้อคอกระเช้าสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีดำพับขา มีรองเท้าแตะสีดำวางอยู่ 1 คู่ โดยผู้ตายใช้สายไฟสีขาว ผูกโยงกับขื่อห้องน้ำ รัดคอตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างลงมาเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6-7 ชั่วโมง

จากการสอบถามนายสุวรรณ ขันซ้าย อายุ 56 ปี สามีผู้เสียชีวิตเล่าว่าอยู่กินกับภรรยามานานกว่า 6 ปี ซึ่งต่างคนต่างเคยมีครอบครัวกันมาก่อน ตนเองทำงานเป็น รปภ.ภรรยาไม่ได้ทำงาน หลังเลิกงานกลับบ้านไม่พบนางไสว จนค่ำเวลาประมาณ 19.30 น. ภรรยากลับมาด้วยอาการเมาสุรา จึงได้ต่อว่า ก่อนมีการถกเถียงกันเล็กน้อย ซึ่งเป็นเช่นนี้ประจำเมื่อกลับมาจากกินเหล้า จนเวลาประมาณ 21.00 น. นางไสวภรรยาตนเองได้กล่าวก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอนว่า”บ่นจังพรุ่งนี้มึงก็ไม่ต้องมาเจอกับกูแล้ว” ซึ่งนายสุวรรณไม่ได้คิดอะไร หายเมาคงจะผ่อนคลาย จนรุ่งเช้าเวลาประมาณ 05.00 น. ตนเองจะเข้าห้องน้ำเพื่อแต่งตัวไปทำงาน เมื่อเปิดประตูต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าภรรยาตนเองผูกคอตายแล้ว ทั้งนี้สารวัตรเวรสอบสวนได้นำร่างนางไสวส่งพิสูจน์ที่ รพ.พัฒนานิคม ก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ส.ค. 63 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดช่องสาริกานอก ต.ช่องสาริ อ.พัฒนานิคม ลพบุรี พบว่าศพของนางไสว เกตุมาชม เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้นำมาพร้อมหีบศพเพื่อรอทำพิธี รดน้ำศพในเวลา 15.00 น. วันนี้ โดยมีญาติเพียงไม่กี่คน จัดเตรียมสถานที่อยู่ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พบกับนายสุวรรณ ขันซ้าย อายุ 56 ปี สามี ที่อยู่ในอาการหมองเศร้า โดยขอเวลาให้พาไปยังบ้านที่เกิดเหตุ

ซึ่งบ้านหลังเกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นสภาพเก่าที่ชั้นล่างพบ ราวเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้วางอยู่ มีเตียงนอน และเตียงนั่งเล่นอยู่ติดกัน ในจำนวนนี้มีข้าวโพดเหลืองที่ปลอกเปลือกแล้วเพื่อต้มขาย มะละกอดิบจำนวน 2 ถุง โดยนายสุวรรณเล่าว่าเป็นของนางไสว ภรรยาที่นำออกตระเวนเร่ขายตามหมู่บ้าน โดยบรรทุกใส่รถจักรยานยนต์ไป หลังจากนั้นได้พาเดินไปดูห้องน้ำที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากเตียงนอนประมาณ 20 เมตร

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าเมื่อเปิดห้องน้ำเข้าไปพบว่าภรรยาผู้คอตายแล้วมีความรู้สุกเช่นไร นายสุวรรณถึงกับร้องให้โฮ น้ำตาไหลพราก โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ปนสะอื้นว่า เข่าทรุดหมดแรง หลังจากผ่อนคลายได้ถามต่อไปว่าประเด็นสาเหตุสำคัญของภรรยาที่ผูกคอตายมาจากอะไร นายสุวรรณตอบว่าเรื่องเงินที่ไม่ค่อยพอกินพอใช้ และที่สำคัญความหวังว่าจะได้เงินเยียวยาสำหรับการดำรงชีพ 3 เดือน ที่ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ ชาวเมืองเขาได้รับกัน แต่ครอบครัวตนเองไม่เคยได้รับสักครั้งเดียว รวมถึงบัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็เช่นกัน เงินลงทุนที่เก็บหอมรอมริบ ในช่วงโควิด-19 ก็ต้องเบิกออกมาใช้จนหมด จนเป็นเหตุให้มีความเครียด ทะเลาะกันบ่อยครั้ง ภรรยาจากเคยดื่มเหล้าเพียงในเทศกาล ก็หันมาดื่มทุกวันจนติด

นายสุวรรณเล่าต่ออีกว่าก่อนเกิดเหตุ ได้ทะเลาะกันแต่ไม่รุนแรง ซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อเมาเหล้ามา ตนเองเพียงแต่ตักเตือนว่าได้เงินมาก็กินเหล้าหมด แล้วจะเอาทุนที่ไหนไปซื้อของมาขาย มาใช้หนี้ใช้สินเขาตอนสิ้นเดือน หลังจากนั้นก็แยกไปนอนที่เตียง โดยมีภรรยานั่งอยู่ที่เตียงนั่งเล่น เห็นแต่งตัว ซึ่งคิดว่าคงจะออกไปข้างนอก ก่อนไปได้ยินภรรยาพูดว่า “ถ้าบ่นขนาดนี้พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาเจอกับกูแล้ว” คิดว่าออกไปหาเพื่อน หากหายเมาก็คงผ่อนคลาย จนเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนรุ่งเช้าประมาณ 05.00 น. เดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปเข้ายาม ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าภรรยาผูกคอตายคาห้องน้ำดังกล่าวแล้ว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดลพบุรี กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น