“จุรินทร์” ชู 4 มาตรการดันส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง-แปรรูป “พลิกโควิดเป็นโอกาส”

สมุทรสาคร – รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ตั้งโต๊ะหารือผู้ผลิต-เกษตรกรกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง-แปรรูป เดินหน้าจัดทำแผนร่วมกัน 4 มาตรการ พลิกโควิดเป็นโอกาส

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ที่บริษัท ซี แวลู จำกัด (มหาชน) ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในการประชุมหารือผู้ผลิตสินค้าและเกษตรกรกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป โดยมี นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย รวมถึง นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย นายกสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย รองอธิบดีกรมประมง กรมปศุสัตว์  สมาคมบรรจุภัณฑ์โลหะไทย สมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย สมาคมกุ้งภาคตะวันออก ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ

นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญในการหารือในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “พลิกโควิดเป็นโอกาส” ที่กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดว่าจะทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้หลักคิด “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ในการเดินทางมาครั้งนี้ ต้องการมารับทราบปัญหาของการผลิต การแปรรูป และการตลาด ของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งของไทย และขอทราบความเห็นของภาคเอกชน และภาคราชการที่จะกำหนดแนวทางร่วมกันสำหรับการจับมือกันเดินหน้าต่อไปในอนาคต เพื่อให้การส่งออกของไทยมีตัวเลขที่ดีขึ้นเป็นลำดับ นำรายได้เข้าประเทศ และส่งผลไปถึงเกษตรกรในที่สุด

โดยภาพรวมของอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปของไทย มูลค่าการตลาดปี 2562 ทั้งหมดประมาณ 172,235 ล้านบาท ผลผลิตทั้งหมด 1,188,523 ตัน บริโภคในประเทศร้อยละ 22 ส่งออกร้อยละ 78 โดยประมาณการส่งออกปีที่แล้วทั้งหมด 173,961.78 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.28 ของการส่งออกของไทยทั้งหมด สำหรับไตรมาสที่ 1 ยอดส่งออกทั้งหมด 37,910 ล้านบาท ติดลบร้อยละ 9.77 จากการหารือร่วมกันกับภาคเอกชนในครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงศักยภาพการส่งออกของไทยไม่ดี แต่เกิดจากการล็อคดาวน์ของประเทศคู่ค้าหลายประเทศ จึงส่งผลกระทบต่อตัวเลขดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้หารือร่วมกันทั้งกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนว่าโอกาสที่จะพลิกฟื้นตัวเลขกลับมาเป็นบวกก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะร่วมกันในการทำตัวเลขที่ดีขึ้น คาดว่าในไตรมาสที่ 3 และ 4 จะเพิ่มตัวเลขกลับมาเป็นบวกได้

สำหรับตลาดหลักในการส่งออก ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 21.4, ญี่ปุ่น ร้อยละ 20.7, จีน ร้อยละ 6.3 และออสเตรเลีย ร้อยละ 5.4 โดยผลิตภัณฑ์สำคัญมีอยู่ด้วยกัน 5 ชนิด คือ ปลาทูน่ากระป๋องหรือปลาซาร์ดีนกระป๋อง, อาหารสัตว์เลี้ยงที่ทำจากทูน่า, กุ้ง, ปลาหมึก และปลา ที่สำคัญคือทูน่ากระป๋องซึ่งประเทศไทยส่งออกเป็นลำดับหนึ่งของโลก มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 28.5 มูลค่าการส่งออกปีที่แล้ว 67,673.3 ล้านบาท สำหรับปีนี้สามารถทำยอดออกมาเป็นบวกได้ร้อยละ 3 ส่วนไตรมาสที่ 2 ภาคเอกชนประเมินว่าจะสามารถทำตัวเลขเป็นบวกได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยตลาดหลักมีสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

 

นายจุรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ได้มีการจัดทำแผนที่จะเดินหน้าร่วมกัน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน กำหนดเป้าหมายว่าในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีนี้ จะพยายามช่วยกันให้ตัวเลขการส่งออกเป็นบวก โดยมีการดำเนินการร่วมกันใน 4 มาตรการ คือ

1. การลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะกระป๋อง ส่วนใหญ่ต้องรับซื้อจากในประเทศซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างสูง กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาผู้ผลิตเหล็ก ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ผู้แปรรูปและผู้ส่งออกในเรื่องอาหารทะเล เพื่อหาทางร่วมกันในการที่จะลดต้นทุน

2. กระทรวงพาณิชย์จะเร่งรัดเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร และอาจจะเดินหน้าทำ FTA กับแอฟริกาและกลุ่มประเทศยูเรเซีย รวมทั้งการผลักดันให้เกิดการลงนามในข้อตกลงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้ได้ในปีนี้

3. กระทรวงพาณิชย์จะจับมือกับภาคเอกชนในการเดินหน้าหาส่วนแบ่งเพิ่มเติม ประกอบด้วย 4 ตลาด คือ จีน, รัสเซีย, แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศฯ ก็จะไปทำแผนงานที่เป็นรูปธรรมออกมา

4. ภาครัฐกับเอกชนจะร่วมมือกันในการช่วยทำประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับของชาวโลกมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยของอาหารในช่วงวิกฤติโควิด-19 เพื่อให้คนทั้งโลกมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศไทยที่ส่งออกไปนั้นปลอดจากโควิด-19

โดยจะร่วมทำ MOU ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ในการให้หนังสือรับรอง “COVID-19 Free Certificate” ว่าผลิตภัณฑ์จากโรงงานได้ปลอดจากเชื้อโควิด-19 ได้ 100% เพื่อที่จะใช้เป็นเอกสารหนึ่งในการโฆษณาอาหารไทยกับตลาดโลกต่อไป เพื่อทำตัวเลขในไตรมาสที่ 3 และ 4 ให้ดีขึ้นสำหรับหมวดอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็ง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรสาคร กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น