นทท.ฝรั่งเศส แนะผู้นำไทย ควร”ปิดประเทศ” สู้ภัย’โควิด’ ยิ่งนานยิ่งพัง

นครศรีธรรมราช: ชาวต่างชาติชี้คนไทยไม่ตกใจโควิด-19 พบเพียง 10% ปิดหน้ากาก แนะ รบ.ปิดประเทศระยะสั้น สถานการณ์จะดีขึ้น หากไม่รีบตัดสินใจ ประเทศไทยจะพัง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ชี้ชัด 10 วัน ใช้เงินแสน มาปีนี้ 3 อาทิตย์ 5 หมื่นไม่หมด แย่กว่านั้นธนาคารกลับไม่ให้แลกเปลี่ยนเงิน การใช้จ่ายจึงมีข้อจำกัดMr. Peter John นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส วัย 62 ปีที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยในช่วงสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ให้สัมภาษณ์ประเด็นด้านมาตรการความปลอดภัยรวมถึงการควบคุมโรค หลังจากที่เดินทางมาท่องเที่ยวครบ 3 อาทิตย์ และจะนั่งรถไฟจากนครศรีธรรมราชไปยัง กทม.เพื่อเดินทางกลับประเทศในวันพรุ่งนี้Mr.Peter เผยว่า กว่าตนจะถึงประเทศไทย จะต้องผ่านจุดคัดกรองหลายต่อหลายชั้น นั่นคือความเข้มข้นของนานาประเทศที่เห็นโควิดเป็นภัยที่ร้ายแรงประชากรชาติ แต่เมื่อตนมาถึงประเทศไทย กลับพบว่ามาตรการความปลอดภัยมีน้อยมาก โดยเฉพาะจุดคัดกรองแทบไม่มีเลย ซึ่งภาพรวมที่ตนเห็นตลอด 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีเพียง 10% เท่านั้นที่ประชาชนคนไทยจะคิดป้องกันตนเองด้วยการนำหน้ากากมาสวมใส่ เพื่อให้รอดพ้นจากเชื้อโรค มีเพียงชาวต่างชาติเท่านั้น ที่ให้ความสำคัญเมื่อออกสู่สังคมหรือเดินไปบนท้องถนนที่ต้องสวนทางกับผู้อื่น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือหน้ากากผ้าป้องกันเชื้อจะมีคาดไว้ทุกครั้งและทุกคน เพราะทุกคนรู้ว่าโรคดังกล่าวมันน่ากลัวอย่างมาก กว่าจะเดินทางเข้ามาได้ แต่ละชาติทุกคนจะต้องผ่านการคัดกรองไม่รู้ต่อกี่ชั้น

ทุกๆ ปีตนจะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย เมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีธรรมชาติที่น่าเที่ยว เหมาะกับการพักผ่อน คนไทยทุกคนมีน้ำใจ และตนก็หลงรักเมืองไทยมานานหลายปีแล้ว มาปีนี้ต้องมาพบกับสถานการณ์ที่เลวร้ายด้วยพิษของเชื้อไวรัสโควิด-19 การมาพักผ่อนในปีนี้จึงไม่แฮปปี้เหมือนปีก่อนๆ

ทุกครั้งที่มามักจะไปเที่ยวใช้จ่ายมากที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยการดื่มกินตามสถานบันเทิงและบริการต่างๆ เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งกับภรรยาคนไทย มาปีนี้ต้องงดทุกประเภท ไม่เดินห้าง ไม่เข้า Market ไม่เที่ยวสถานบันเทิง ไม่อยู่ในสถานที่หมู่มาก ไม่นั่งรถที่ติดแอร์ ไม่นั่งรถโดยสาร หมายถึงการใช้จ่ายก็จะไม่เกิดขึ้น ไปพื้นที่ไหนก็จะมีแต่ความเงียบเหงา สมุยเมืองที่เคยสนุกครึกครื้น ตอนนี้กลับสงบนิ่งยิ่งกว่าเมืองร้าง วังปลาแงะ นครศรีธรรมราช ที่มีแต่ผู้คนมาเล่นน้ำวันนี้กลับเงียบเหงาอีกปัจจัยหนึ่งก็เกิดจากทางธนาคารที่ไม่ยอมแลกเปลี่ยนเงินตราจากเงินยูโรมาเป็นเงินบาทให้กับตน การใช้จ่ายจึงเกิดข้อจำกัดขึ้นในทันที โดยปกติแล้วภายใน 10 วัน ตนจะหมดเงินหลักแสนบาท มาปีนี้ 3 สัปดาห์แล้ว ตนใช้เงินไปเพียง 5 หมื่นบาทเท่านั้น สิ่งที่เห็นเด่นชัดและน่าเป็นห่วงอย่างมากคือผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวกำลังขาดความมั่นใจในความปลอดภัย และนี่คือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อประเทศไทยไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายเงิน ก็จะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักลงไปด้วยเช่นกัน

สิ่งสำคัญที่ผู้นำประเทศต้องเร่งทำในวันนี้คือการปิดประเทศ ปิดเมือง คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า ทำแค่เพียงระยะสั้นๆ หยุดความเคลื่อนไหว ทำความสะอาดบ้านเมือง ขณะที่ประชาชนหยุด รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐก็ควรหาวิธีการและมีมาตรการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทุกอย่างจะมีผลกระทบแต่ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามก็ขอให้ทุกๆคนปลอดภัย ไม่ประมาทกับเชื้อโรคดังกล่าว ให้รู้จัก Safety ตัวเองให้มาก และขอให้วิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและรวดเร็วที่สุด ตนยังรักประเทศไทย และยืนยันว่าจะกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้นำประเทศ ว่าจะสามารถนำพาคนไทยผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยวิธีการรูปแบบใด หากไม่เร่งรีบคิดแก้ไขปัญหาตั้งแต่วันนี้ ความเสียหายก็จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ การฟื้นกลับมาเหมือนเดิมก็จะยืดระยะยาวนานออกไปอีก Mr.Peter กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น