X
ทุบรถ 4

ป้าทุบรถยันไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ จวกผู้ว่าฯกทม.-ผอ.เขตละเลย

คุณป้าทุบรถผู้ที่มาจอดขวางหน้าบ้าน ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ยืนยันว่าไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุและเป็นเรื่องสุดวิสัย ต้องปกป้องสิทธิของตัวเอง  จวก ผอ.เขตประเวศ-ผู้ว่าฯกทม. ละเลยไม่สนใจความเดือนร้อนของประชาชน

น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และ น.ส.ราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี  เจ้าของบ้านหรูในซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า แยก 2 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ  ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  หลังมีคลิปคุณป้าใช้ขวานทุบรถกระบะ ทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.รชนิกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี  ที่มาจอดขวางหน้าบ้าน จนพังเสียหาย

ทุบรถ 1

โดยคุณป้า ยืนยันว่า เป็นเหตุสุดวินัย และไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ  เพราะพยายามทำตามขั้นตอนแล้ว ทั้งกดแตรให้สัญญาณตามหาเจ้าของรถเกือบครึ่งชั่วโมง พยายามเข็นรถ แต่ไม่ได้ เพราะล็อคเบรกมือ  พยายามโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและตำรวจ แต่ไม่มีใครมาช่วยเหลือ   นอกจากนี้ เมื่อเจ้าของรถมาถึงแล้ว ก็ไม่รีบเลื่อนรถให้ทันที แต่กลับยืนรีรออีกนาน และบอกว่า “ได้ยินเสียงแตรแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ”

คุณป้าเจ้าของบ้าน บอกว่า สิบกว่าปีที่ผ่านมา ได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากตลาดที่มาสร้างติดพื้นที่หมู่บ้านทั้งด้านซ้ายและขวา  แถมหน้าบ้านหลังบ้าน ก็ยังเป็นลานจอดรถ  ทุกวันมักจะมีรถมาจอดขนถ่ายสินค้าเป็นประจำหลายคัน รวมทั้งมีรถของคนที่มาตลาด ก็มักจะจอดขวางหน้าบ้าน แม้จะมีทั้งป้ายเตือนป้ายแช่ง ติดอยู่หน้าบ้าน ห้ามจอดขวางหน้าบ้าน และห้ามขนถ่ายสินค้า  แต่กลับถูกละเมิดเรื่อยมา

ทุบรถ 3

คุณป้าเจ้าของบ้าน ยังแสดงเอกสารการจัดสรรที่ดินเป็นบ้านเดี่ยว ตามหมายเลขที่ 70/2556 ให้เป็นที่ดินจัดสรร เป็นหมู่บ้าน  ไม่มีการพาณิชย์ ไม่มีการอุตสาหกรรม  แต่ทาง กทม.และทางเขตประเวศ กลับอนุญาตให้เปิดตลาดภายในพื้นที่หมู่บ้านจัดสรร สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในหมู่บ้าน เพราะนอกจากกรณีจอดรถขวางหน้าบ้านแล้ว  ยังมีการทิ้งขยะ ทิ้งน้ำเสีย เสียงดังรบกวนทั้งกลางวันกลางคืน  รวมทั้งยังเคยมีกรณีแอบอ้างบ้านเลขที่ไปเปิดบัตรเครดิต หรือทำธุรกรรมอื่นๆด้วย

 

หน้าบ้านป้าทุบรถ 1
ภาพ : Daechanut Charoenvorakulkit
หน้าบ้านป้าทุบรถ 2
ภาพ : Daechanut Charoenvorakulkit

ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณป้าได้ทำเรื่องฟ้องร้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ,ผู้อำนวยการเขตประเวศ ,สำนักงานเขตประเวศ ,กรุงเทพมหานคร ทั้งคดีดำและคดีแดง ฉบับคำพิพากษา ปี 2556  แต่ก็ยังมีตลาดเต็มหมู่บ้าน แม้ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครอง แต่ก็ไม่ได้รับการบรรเทาทุกข์ใดๆ  ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถกระบะที่ถูกทุบ ทาง ผอ.เขตประเวศ และผู้ว่าฯ กทม.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

“เราออกจากบ้านไม่ได้เลย กดแตรเป็นชั่วโมง  ถามว่าผิดหรือไม่ คนที่มาเป็นผู้บุกรุกขวางไม่ให้เราออก จะให้ทำอย่างไร โทรไปหาตำรวจ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ไม่มา ทุกคนในตลาดก็ยืนดู  ยืนยันว่าไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ แต่เป็นความชอบธรรมที่ต้องทำ  เป็นการปกป้องตัวเอง ถ้าเป็นบ้านคุณๆจะทำอย่างนี้หรือ”

คุณป้ายังชี้แจง กรณีมีกระแสข่าวว่า คุณป้าสูญเสียพ่อเนื่องจากมีคนจอดรถขวางหน้าบ้านนั้น ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเรื่องที่เกิดกับเพื่อนบ้าน  ส่วนคุณป้าเป็นเรื่องที่เกิดกับคุณแม่ที่ล้มป่วย แต่ไม่ได้รับความสะดวก เพราะมีรถขวางหน้าบ้าน จนต้องอพยพไปอาศัยนอนที่โรงพยาบาล  นอกจากนี้ ยังมีลูกบ้านในหมู่บ้านดังกล่าว ที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน มาร่วมแถลงข่าวด้วย

ลูกสาวป้าทุบรถโพสต์เสียใจ บ้านแต่กลายเป็นตลาด

ด้านผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ที่ระบุว่าเป็นลูกสาวของคุณป้าทุบรถ โพสต์ภาพ และคลิป พร้อมกับข้อความระบุว่า เสียใจที่สุดคือการที่ครอบครัวมาสร้างบ้านไว้ที่นี่  เพราะเลือกที่ดิน เลือกหมู่บ้าน และสถานที่ที่น่าจะไม่มีโอกาสกลายเป็นชุมชนพลุกพล่าน เพราะต้องการอยู่อย่างร่มเย็นสงบสุข แต่เพียงไม่กี่ปีก็มีตลาดมาเปิดทั้งซ้ายและขวา ปัจจุบันกลายเป็นมีตลาดใหญ่ในหมู่บ้าน รายล้อมบ้านของตัวเองมากถึง 9 ตลาด และผู้ที่ถ่ายคลิปก็ยังเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่เห็นด้วยกับคนที่มาจอดรถขวาง

เฟสลูกสาวป้าทุบรถ

สำหรับความคืบหน้าคดี  พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการ สน.ประเวศ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเจ้าของรถ แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ที่ทุบรถมารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้  รวมทั้งแจ้งข้อหากับผู้ที่ถือขวาน ในข้อหาพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย

ขณะผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น เจ้าของบ้านสามารถแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดลหุโทษ ข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ  โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ด้านนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ชี้แจงว่าการฟ้องร้องคดีที่เกิดขึ้น ระหว่างสำนักงานเขตกับเจ้าของบ้าน เพื่อคุ้มครองเจ้าของบ้านจากการขายของบนทางเท้า ซึ่งสำนักงานเขตได้จัดระเบียบผู้ค้าให้เข้าไปขายในพื้นที่เอกชน

จากนั้นปี 2559 มีการฟ้องศาลปกครองไม่ให้มีตลาด รวมทั้งดำเนินคดีเรื่องการไม่ขออนุญาตจัดตั้งตลาดและการอนุญาตก่อตั้งอาคาร  ซึ่งศาลได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของตลาด  จากนั้นมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องแล้ว 3 ตลาด เหลือเพียงตลาดรุ่งวานิช ที่ศาลปกครองสูงสุดส่งเรื่องกลับมาให้ศาลปกครองกลางทบทวน

ซึ่งขณะนี้สำนักงานเขตประเวศทำได้เพียงควบคุมความสะอาดและไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ส่วนการจอดรถริมทาง เป็นหน้าที่ของตำรวจนครบาลเป็นผู้ดูแล และระบุห้ามจอด 2 ช่วง คือ ห้ามจอดตั้งแต่ 05.00 – 10.00 น. และ 16.00 – 20.00 น.

เปิดคำสั่งศาลปกครองปิดตลาดนัดในหมู่บ้านเสรีวิลล่า

คำพิพากษาบ้านป้าทุบรถ 5
ภาพ : Daechanut Charoenvorakulkit

เมื่อสืบประวัติย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีก่อน  พบว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2553 นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด  ในฐานะตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดและคณะ มีคำสั่งให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในขณะนั้น และนายสมชาย ฉัตรสกุลเพ็ญ ผู้อำนวยการเขตประเวศ ในขณะนั้น ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.อื่นที่เกี่ยวข้อง  ไม่ให้เจ้าของตลาดนัด 2 ราย ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินเปล่าข้างบ้าน น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ  ซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.  ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากการจัดตั้งตลาดแก่เจ้าของบ้านไว้ชั่วคราว ก่อนการพิพากษาหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

คำพิพากษาบ้านป้าทุบรถ 1
ภาพ : Daechanut Charoenvorakulkit

การฟ้องร้องครั้งนี้ สืบเนื่องจาก น.ส.บุญศรี พร้อมพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้อง ผู้ว่าฯ กทม., ผอ.เขตประเวศ, สำนักงานเขตประเวศ และ กทม. ต่อศาลปกครองกลาง ว่าร่วมกันดำเนินการโดยไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และละเลยต่อหน้าที่  ปล่อยให้มีการดำเนินกิจการตลาดนัดข้างบ้านของตน  จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญไม่สามารถอยู่ได้อย่างปกติสุข เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองระงับการดำเนินกิจการตลาดนัดดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษา

 

คำพิพากษาบ้านป้าทุบรถ 3
ภาพ : Daechanut Charoenvorakulkit
คำพิพากษาบ้านป้าทุบรถ 4
ภาพ : Daechanut Charoenvorakulkit

ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า คดีนี้มีมูลและมีเหตุผลเพียงพอที่จะนำมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวมาใช้ได้  เนื่องจากน.ส.บุญศรี และพวก  ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากการละเลยต่อหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม. ,ผอ.เขตประเวศ , สำนักงานเขตประเวศ และ กทม. ที่ปล่อยให้เจ้าของตลาดนัดทั้ง 2 ราย ดำเนินกิจการตลาดนัด

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน