รวบสาวจีนแสบสวมบัตรประชาชนไทย ทำงานเป็นมัคคุเทศก์นานกว่า 10 ปี

พล.ต.ท.เชษฐา  โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. แถลงข่าวรวบตัวสาวจีนแสบสวมบัตรประชาชนของคนไทยที่ไม่ตกสำรวจ ทำงานเป็นมัคคุเทศก์นานกว่า 10 ปี

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 3 ตุลาคม 2562 ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ พล.ต.ท.เชษฐา  โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พล.ต.ต.คัชชา  ธาตุศาสตร์ พล.ต.ต.อังกูร  คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นางเหยี่ยน อายุ 43 ปี สัญชาติจีนผู้ต้องหาตามหมายจับชองศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.521 / 2562 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2562 โดยจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย สวมบัตรประชาชนผู้อื่นเพื่อให้มีสัญชาติไทย  โดยจับกุมได้ที่ รีเจนท์โฮมคอนโด ซอยสุขุมวิท 81 แขวงอ่อนนุช  เขตสวนหลวง  กทม.

ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รับแจ้งจากสายลับว่าหญิงคนดังกล่าวที่ใช้ชื่อ นางสาวทรรศนีย์  หรือ ปทุม  เอี่ยมศรี ซึ่งทำหน้าที่เป็นไกด์ทัวร์จีน ไม่น่ามีสัญชาติไทยตามที่นำเอกสารมาแสดง ต่อหน่วยงานราชการต่าง ๆ จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ จนกระทั่งพบว่า นางเหยี่ยน ได้นำเอกสารอันเป็นเท็จมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์เพื่อขอมีบัตรประชาชนครั้งแรกในปี 2546 โดยใช้ชื่อนางสาวทรรศนีย์  เอี่ยมศรี ที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ในขณะที่มามีอายุ 27 ปี โดยที่ไม่มีบุคคลหรือเอกสารราชการใดมารับรองขณะทำบัตร และได้นำบัตรประชาชนดังกล่าว มายื่นคำร้องขอเป็นมัคคุเทศก์  ประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์เรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่  8 มิถุนายน 2559 นางเหยี่ยน ได้นำบัตรประชาชนที่ใช้ชื่อนางสาวทรรศนีย์  มาแจ้งย้ายที่อยู่เข้ามาในท้องที่เขตประเวศและขอมีบัตรประชาชนครั้งสุดท้าย ที่สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร  เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงได้ทำการตรวจสอบ พบว่าขั้นตอนการทำบัตรประชาชนครั้งแรกของผู้ต้องหารายนี้ มีขั้นตอนที่ไม่ปกติ มีพิรุธหลายประการ จึงได้ติดตามไปตรวจสอบตามที่อยู่ที่ผู้ต้องหารายนี้แจ้งขอมีบัตรครั้งแรก จนกระทั่งพบเจ้าบ้าน ซึ่งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี และสอบถามาจนกระทั่งทราบว่า นางปทุม เอี่ยมศรี ตัวจริงปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ และได้อาศัยอยู่กับพ่อบุญธรรม ส่วนเหตุที่ไม่ได้ไปแจ้งทำบัตรประชาชนนั้น พ่อของนางปทุม ได้ยกนางปทุม ให้ไปเป็นลูกบุญธรรมของพี่เขย ซึ่งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โดยที่พ่อแท้ ๆ ของนางปทุม ได้แจ้งเกิดไว้เพียงเท่านั้น แต่ไม่ได้พานางปทุมมาทำเอกสารเกี่ยวกับประชาชน ทำให้นางปทุม ไม่มีบัตรประชาชนมาตั้งแต่ในสมัยนั้น จึงไม่สามารถใช้สิทธิ์อย่างอื่น ๆ ได้ จึงไม่ได้สนใจ  จนเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบจึงทราบว่าตนเองถูกสวมชื่อไปขอทำบัตรประชาชน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย สวมบัตรประชาชนผู้อื่นเพื่อให้มีสัญชาติไทย ก่อนควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน