สุวรรณภูมิยังคงคุมเข้มมาตรการคัดกรอง หลังพบผู้โดยสารติดเชื้อโควิด ขึ้นเครื่อง เดินทางไปนครศรีธรรมราช

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังคงคุมเข้มมาตรการคัดกรองผู้ที่เข้ามาใช้บริการสนามบิน หลังมีการพบผู้โดยสารติดเชื้อโควิด 19 ขึ้นเครื่องบิน เดินทางจากสนามบินดอนเมือง ไปลงสนามบินนครศรีธรรมราช

จากกรณีที่ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ออกมาเปิดเผยว่ามีผู้โดยสารซึ่งเป็นหญิงที่ป่วยติดเชื้อโควิดที่เดินทางมาจากท่าอากาศยานดอนเมือง มาที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 เมษายน 2564 ซึ่งในระหว่างการเดินทางตัวผู้ป่วยเองได้ประสานไปทางโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ให้ส่งรถพยาบาลมารับที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช  จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันบนโลกโซเชียลกันเป็นจำนวนมากมากเกี่ยวกับมาตรการคัดกรองของท่าอากาศยานแต่ละแห่ง

นายกิตติพงศ์  กิตติขจร  รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) ได้กล่าวว่า การที่ผู้โดยสารจะเดินทางเข้ามาในท่าอากาศสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารต้องผ่านกระบวนการตรวจวัดอุณหภูมิตั้งแต่แรก ตั้งแต่หน้าประตูซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายแพทย์นั่งคอยคัดกรอง และถ้าพบอุณหภูมิเกิน เราก็จะมีจุดเซฟตี้โซนคือเป็นจุดให้นั่งพักรอตรวจวัณอุณหภูมิรอบสอง ซึ่งถ้าวัดรอบสองแล้วอุณหภูมิยังเกินเราก็จะเชิญให้กลับบ้านหรือให้ไปพบแพทย์เพื่อไปทำการตรวจก็คือไม่ให้เดินทาง เพราะถ้าอุณหภูมิเกินเราปฏิเสธการให้ขึ้นเครื่องอยู่แล้ว คือไม่ต้องเข้าไปถึงเคาน์เตอร์เช็คอิน ถ้าอุณหภูมิเกินตั้งแต่ทางเข้าประตูเราก็ไม่ให้เข้าเทอมินอลอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นบุคคลสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปแพร่ให้ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ได้ เพราะฉะนั้นเราจะคัดกรองไว้ด้านหน้า ส่วนเรื่องโซเชียล ดิสแทนซิ่ง ด้านในโชว์รูมที่นั่งพักรอขึ้นเครื่องเราก็มีการจัดระเบียบโดยการติดเครื่องหมายไว้ที่เก้าอี้ว่าตรงไหนนั่งได้ตรงไหนนั่งไม่ได้ ซึ่งทุกอย่างเราก็ปฏิบัติมาตั้งแต่แรก ในส่วนกรณีผู้ที่รับเชื้อมาแล้วแต่ยังไม่แสดงอาการเราก็ไม่สามารถรู้ได้เพราะทุกอย่างยังเป็นปกติไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกายและอาการต่าง ๆ ซางยังเป็นปกติอยู่เราก็ไม่สามารถตรวจได้ เพราะเราตรวจได้แค่อุณหภูมิ เพราะเราเป็นแค่สนามบินเราไม่ใช้โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเราจะไม่สามารถตรวจรู้ได้เลยว่าคนไหนติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อเราทำได้แค่วัดอุณหภูมิร่างกายเท่านั้น ซึ่งเป็นมาตรการของกระทรวงสาธารณะสุขโดยเคร่งคัดอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ที่ติดเชื้อแล้วไม่แสดงอาการ ในฐานะสนามบินทุกแห่งเราไม่มีทางรู้เลย

ในส่วนของผู้โดยสารรายนี้เชื่อว่าเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ทางสนามบินจึงตรวจเช็คไม่พบ แต่ทางเจ้าตัวไม่ตรวจแล้วพบว่าตนเองติดเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการจึงได้เดินทางมาขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปรักษาตัวที่บ้านเกิดได้ ซึ่งระหว่างที่ผู้โดยสารรายนี้เดินทางไปยังสนามบินปลายทางได้มีการโทรศัพท์แจ้ประสานไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้มารับไปรักษาด้วยตัวเอง ซึ่งจากเหตุการณ์แบบนี้เราก็ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้โดยสารรายนี้ติดเชื้อ เพราะผ่านกระบวนการคัดกรองของสนามบินตรวจวัดอุณหภูมิร่ากายทุกอย่างเป็นปกติ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ล้วนแต่ไม่แสดงอาการเกือบทั้งนั้น ซึ่งตนยืนยันว่าสนามบินทุกสนามบินปฏิบัติตามมาตรการคัดกรองของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งคัดอยู่เสมอ แต่ในรายที่ติดเชื้อแล้วไม่แสดงอาการเราไม่สามารถรู้ได้ ก็อยากจะขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนไม่มีความจำเป็นในการเดินทางก็ขอให้อยู่แต่ในบ้าน ซึงเป็นสถานที่ ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 หรือถ้ามีความจำเป็นต้องออกมาด้านนอกก็ต้องระวังตัวต้องปิดแมสก์ล้างมือตลอดเวลา สิ่งที่ทางสนามบินทุกแห่งจะทำได้ก็คือของให้ประชาชนที่มาใช้บริการสนามบินทุกแห่งให้ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐอย่างเคร่งคัดและต้องสวมแมสตลอดเวลาในขณะที่เข้ามาใช้บริการและหมั่นล้างมือให้บ่อยขึ้นนี่คือสิ่งที่เราป้องกันได้เท่านั้น ซึ่งถ้าหากผู้โดยสารท่านใดไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองก็จะถูกปฏิเสธการให้เข้าภายในสนามบิน

ในส่วนมาตรการของทางสนามบินเองโดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ เราก็ถือปฏิบัติมาตั้งแต่ต้นแล้วโดยมีการพ่นยาฆ่าเชื้อภายในอาคารผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก และจัดแม่บ้านค่อยทำความสะอาดจุดสัมผัสทุกจุดภายในอาคารโดยเฉพาะในห้องน้ำทางเราได้มีการเพิ่มรอบให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดบ่อยขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่คนเข้าไปใช้กันมากที่สุด ราวจับต่าง ๆ ลิฟท์โดยสารบันใดเลื่อน และจุดอื่น ๆ ที่ผู้ที่เข้าไปใช้บริการสัมผัสบ่อย ๆ

หมายเหตุ : ภาพประกอบเป็นแฟ้มภาพเก่า

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน