เทรลเลอร์บรรทุกเหล็กเกินตัวรถไม่ติดไฟเตือนรอเลี้ยวกลับรถสาวควบกระบะชนปลายเหล็กพังยับ

กล้องหน้ารถยนต์กระบะได้บันทึกภาพเหตุการณ์ระทึกจังหวะที่บรรทุกเทรลเลอร์ขนาดใหญ่บรรทุกเหล็กเกินตัวรถออกมากว่า 2 เมตร ไม่มีการติดสัญลักษณ์ไฟเตือน รอเลี้ยวกลับรถอยู่บริเวณจุดกลับรถเกาะยอ ถนนศรนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สาวควบกระบะเบรกไม่ทันชนเข้ากับปลายเหล็กพังยับ ส่วนรถบรรทุกคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไป

ภาพกล้องหน้ารถยนต์กระบะ ยีห้ออีซูซุ สีเขียว-ดำ ทะเบียน ฎส  4835  กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนางสาวกมลวรรณ มีสม อายุ 34 ปี ขับมาตามถนนศรีครินทร์ ในช่องทางด้านขวาขาเข้านครบาลมุ่งหน้าบางนา เพื่อไปทำงาน ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ระทึกจังหวะที่บรรทุกเทรลเลอร์ขนาดใหญ่สีขาว ที่บรรทุกเหล็กขนาดใหญ่ ยาวเกินท้ายรถออกมากว่า 2 เมตร และไม่มีการติดสัญลักษณ์ไฟเตือน ซึ่งรถบรรทุกคันดังกล่าวกำลังจอดรอเลี้ยวกลับรถ อยู่บริเวณจุดกลับรถเกาะยอ ถนนศรนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยเหล็กที่ยาวเกินท้ายพ่นตัวรถออกมายาวกว่า 2 เมตรได้โผล่ออกมาขวางทางด้านเลนขวาไปเกือบครึ่งเลน โดยก่อนหน้ามีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนไปก่อนแล้ว แต่รถยนต์กระบะที่ติดกล้องหน้ารถ เบรกไม่ทันได้ชนเข้ากับปลายเหล็กดังกล่าวเป็นคันที่ 2 ทำให้รถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนรถบรรทุกคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 05.30 น ของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุเจ้าของรถได้เดินทางแจ้งความไว้ที่ สภ สำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ แล้ว

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อนางสาวกมลวรรณ มีสม อายุ 34 ปี คนขับรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามเหตุการณ์ แต่นางสาว กมลวรรณ ไม่สะดวกจึงได้สอบถามทางโทรศัพท์ โดยนางสาว กมลวรรณ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปงานย่านอำเภอบางพลี โดยขับมาในเลนขวาสุดตามหลังรถเก่งสีขาว โดยตนเองเห็นรถเก่งหลบออกด้านซ้าย เราก็คิดว่าเขาหลบออกทำไม ส่วนตนเองก็จะหักออกเหมือนกัน แต่ไม่ทันรถของตนถึงท้ายรถบรรทุกแล้ว ก็ได้ชนเหล็กที่ยื่นออกมาจากท้ายรถบรรทุกอย่างจัง จนทำให้กระจกแตก เหล็กเกี่ยวจากหน้ารถถึงหลังรถพักยับเยิน โดยหลังจากชนตนเองจึงตั้งสติได้ ได้ขับรถติดตามรถบรรทุกคันดังกล่าว แต่ช่วงเวลาดังกล่าวรถใช้ทางเยอะจึงไม่เจอรถบรรทุกคันดังกล่าว ตนเองจึงขับรถมาจอดที่จุดที่ชน ซึ่งจุดดังกล่าวได้มีรถยนต์ที่เสียหายทั้งหมด 3 คัน ซึ่งเป็นรถตนเอง 1 คัน รถเก่งคันข้างหน้า 1 คัน และรถที่ตามหลังมา 1 คัน ซึ่งรถที่ขับตามหลังมาได้เห็นเหตุการณ์จึงหักหลบได้ แต่ไปเจอรถเก๋งคันแรกที่กำลังเลี้ยวเข้าจอดตรงเลนซ้ายพอดี จึงพุ่งชนรถเก๋งเข้าไปชนกำแพงบ้านอีก ส่วนตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะคาดเข็มขัดนิรภัย มีแค่เศษกระจกที่มาโดนตามตัวเท่านั้น

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน