X

ผู้บัญชาการภาค 1 รุดแถลงผลการจับกุมแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการภาค 1 รุดเดินทางมา สภ.พระประแดง สมุทรปราการ แถลงข่าวผลการดำเนินการจับกุมแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน และพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 ที่ลานหน้าโรงพัก สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชุมพล พุ่งพวง ผบ.ภ.จว.สมุทรปราการ  พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล ผกก. สภ.พระประแดง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมสองผู้ต้องหาแก๊งลักรถจักรยานยนต์ ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน และติดสินบนเจ้าพนักงาน ประกอบด้วย 1.นายชุมพลหรือหมู เกิดแก้ว อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ต้องหาในคดี แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ่พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย  2.นาย.ภาณิวิชญ์ รัตนศรี อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ต้องในคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน พร้อมด้วยของกลางเงินสดที่ใช้ติดสินบนเจ้าพนักงานจำนวน 200,000 บาท รถยนต์กระบะแบบตู้ทึบจำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์สภาพใหม่จำนวน 12 คัน ที่ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์กระบะทั้ง 3 คัน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมานายชุมพล หรือหมู เกิดแก้ว ได้มาพบเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง โดยแจ้งว่ารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊ก สีน้ำเงิน ทะเบียน 7กพ 3024 กรุงเทพมหานคร ที่จอดรถไว้ที่บริเวณกลางซอยวัดราษฎร์รังสรรค์ ต.บางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้ถูกคนร้ายลักไป ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง กลับไม่พบว่ามีเหตุการณ์ลักทรัพย์รถจักยานยนต์เกิดขึ้นแต่อย่างใด จึงได้เรียกนายชุมพล ผู้แจ้งมาทำการสอบถามอีกครั้งจนกระทั่งนายชุมพล ยอมรับสารภาพ ว่าจักรยานยนต์ของตนไม่ได้หายไปไหน แต่ตนเอาไปขายให้กับนายมานะ ปัญญา ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊กหรือเพจ เจ๊ฟู เนื่องจากนายมานะ ได้ประกาศรับซื้อรถหนีไฟแนนซ์ และรถหลุดจำนำ โดยขายได้ในราคา 10,500 บาท หลังได้รับเงินนายชุมพล จึงได้เดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารถจักรยานยนต์ได้หายไป ซึ่งเป็นการแจ้งความเท็จ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้เพื่อสอบสวนขยายผล

โดยวางแผนให้นายชุมพล  ติดต่อขอรับรถคืนจากนายมานะ โดยนายมานะ ได้นายมานะ ได้ให้นายชุมพลโอนเงินคืนไปยังบัญชีของนายมานะ และมีการนัดมายคืนรถกันในวันที่ 30 ตุลาคม เวลาประมาณ 13.00 น.ที่บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อหน้าตลาดสดหนองแฟบ ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี พอถึงเวลานัดหมายนายมานะได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวส่งมอบให้นายชุมพล ผู้ต้องหาที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวน ที่โรงพัก สภ.พระประแดง โดยนายมานะ ได้ให้การรับสารภาพว่ายังมีรถจักรยานยนต์อีก 3 คัน จอดอยู่ในบ้านพักซึ่งเป็นรถที่ตนรับจำนำไว้ เพื่อนำไปจอดรวบรวมไว้ที่บ้านนายภาณิวิชญ์  รัตนศรี ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในย่าน ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อขนส่งต่อไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้าน

จากการสืบสวนยังทราบว่าในวันเดียวกันนายภาณิวิชญ์ หรือวิชญ์ และพวกกำลังขับรถยนต์กระบะแบบตู้ทึบนำรถจักรยานยนต์ ไปส่งขายชายแดนในจังหวัดอุบลราชธานี โดยบรรทุกไว้ในตู้ทึบของรถยนต์กระบะทั้ง 3 คัน คันแรกเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อ เชฟโรเลต สีแดง ทะเบียน ผร 9067 ขอนแก่น คันที่ 2. เป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีขาว ทะเบียน ผธ 9113 อุดรธานี  ส่วนคันที่ 3. รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซู รุ่นดีแม็ก สีขาว ทะเบียน บว 1752 ลพบุรี โดยรถทั้งสามคันกำลังมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ ต.หายโศก อ.พุธไธสง จ.บุรีรัมย์ จึงได้ประสานตำรวจพื้นที่เข้าสกัดจับกุมรถยนต์กระบะทั้งสามคันเอาไว้   จากการตรวจสอบพบว่ามีรถจักรยานยนต์จำนวน 12 คันอยู่ในตู้ทึบท้ายรถยนต์กระบะทั้ง 3 คัน จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ และนำกลับมาเพื่อตรวจหาผู้ครอบครองรถและตรวจสอบรถจักรยานยนต์ทั้งหมดว่าถูกโจรกรรมมาหรือไม่  ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบรถอยู่นั้นนายภาณิวิชญ์ ได้เจรจาต่อรองโดยการเสนอเงินให้จำนวน 200,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวและรถของกลางทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ซ้อนแผน หลอกล่อให้ในภาณิวิชญ์ ส่งมอบเงินสดให้ ก่อนทำการจับกุมตัวนายภาณิวิชญ์ ในข้อหา ติดสินบนเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน