หนุ่มใหญ่วัย 48 ร้องสื่อถูกชายหัวร้อนขับเก๋งปาดหน้าก่อนจะลงมาทำร้ายผ่านมาสองปี คดีไม่คืบ

หนุ่มใหญ่วัย 48 ปี ร้องสื่อ ถูกชายหัวร้อนขับเก๋งปาดหน้าก่อนลงจากรถ วิ่งมาที่รถของหนุ่มใหญ่จะทำร้ายร่างกาย ผ่านมาสองปี คดีไม่คืบ ด้าน ผู้กำกับ สภ.บางแก้ว ได้กล่าวว่า เจ้าของคนรถได้ให้เพื่อนยืมไป ซึ่งได้โทรไปหาคนขับรถเมื่อวันที่เกิดเหตุมาพบพนักงานสอบสวน  แต่ก็ไม่มา และได้ติดต่อไปอีกครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ในวันนี้ เบื้องต้นได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับ เพื่อนำตัวคนขับรถเมื่อวันที่เกิดเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 มีนาคม 2563 นายชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ได้นำภาพจากกล้องหน้ารถเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่าเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2561  เวลาประมาณ 19.39 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถยนต์กระบะเพื่อที่จะกลับบริษัทแห่งหนึ่งที่ตังอยู่ริมถนนบางนาตราด หลักกิโลเมตรที่ 15 ตำบลบางพลี  อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการอยู่ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ เซฟโรเลต สีบรอน ที่ขับตามหลังมาด้วยความเร็ว ในช่องทางด่วนกำลังจะออกทางคู่ขนานเพื่อที่จะเตรียมเลี้ยวเข้าโรงงาน ระหว่างทางไม่นานรถเก๋งคู่กรณีได้ขับเบียดซ้ายเข้ามาแต่เข้าไม่ได้และโยกแซงขวาเบียดปาดหน้าเข้ามาใส่รถคัน ก่อนจะเบรกใส่หลายครั้งแต่ตนโยกแซงหลบออกมาทัน และเหตุการณ์ทำท่าเหมือนจะจบด้วยการแยกย้ายกันไป แต่ฝ่ายรถเก๋งคู่กรณีได้ขับตามหลังมาก่อนจะปาดหน้ารถตนอีกครั้งและจอดขวางหน้า ก่อนที่จะมาชายที่เป็นคนขับจะเปิดประตูลงมาจากรถและเดินปรี่เข้าต่อว่าตนและมีท่าทางที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกาย ก่อนที่จะมีชายและหญิงคู่หนึ่งได้เปิดประตูรถลงมาห้ามปราม ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดกล้องที่ติดอยู่หน้ารถของตนบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด หลังเกิดเหตุตนจึงนำภาพจากกล้องหน้ารถซึ่งบันทึกภาพเอาไว้ได้มาเป็นหลักฐานก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปกว่า 1 ปี คดีไม่มีความคืบหน้าและเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวชายคนขับรถเก๋งคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้  วันนี้นายชาติ ผู้เสียหายจึงเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ. ประสาทพร ศรีสุขโข ผกก. สภ บางแก้ว สมุทรปราการ ผู้กำกับป้ายแดงที่พึ่งเดินทางมารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 3 เดือน เพื่อสอบถามความคืบหน้า โดย พ.ต.อ. ประสาทพร ได้กล่าวว่า ตนเองพึ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน แต่จากการสอบถามพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้รายงานมาว่า หลังจากที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในวันรุ่งขึ้นก็ได้ดำเนินการตรวจสอบทะเบียนรถ ที่กล่องหน้ารถบันทึกไว้ได้ จนทราบตัวเจ้าของรถเก๋งคันดังกล่าว และได้เชิญตัวมาทำการสอบปากคำแล้ว เจ้าของรถเก๋งคันดังกล่าว ได้ยอมรับว่ารถเก๋งคันดังกล่าวเป็นของตนจริง แต่ในวันและเวลาที่เกิดเพื่อนได้มายืมรถของตนไป ประกอบกับผู้เสียหายได้มายืนยันแล้วว่าคนที่ลงมาก่อเหตุไม่ใช่ชายที่เป็นเจ้าของรถ โดยที่เจ้าของรถได้ให้เบาะแสและชื่อของเพื่อนคนที่ยืมรถไปขับในวันที่เกิดเหตุ พร้อมเบอร์โทรซึ่งในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้โทรไปติดต่อกับชายคนดังกล่าวได้แล้วและตกลงว่าจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน แต่ก็ไม่มา พอพนักงานสอบสวนติดต่อไปอีกครั้งก็พบว่าติดต่อไม่ได้แล้ว และจากการตรวจสอบจากทะเบียนราษฎร์พบว่าชายคนดังกล่าวมีบ้านพักอาศัยอยู่ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แต่พอเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงกลับพบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกรื้อไปแล้วเหลือเพียงเลขที่บ้านเท่านั้น โดยมีผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกรื้อไปนานแล้ว แต่ไม่มีการแจ้งยกเลิกเลขที่บ้าน จึงไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาได้ โดยหลังจากนี้ได้สังการให้พนักงานสอบสวน รวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานความผิด ตามมาตรา 43 ( 8 ) ขับรถโดยรถประมาทโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท และมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งคาดว่าจะขออนุมัติหมายจับได้ไม่เกินอาทิตย์หน้า

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น