รอง ผบ.ตร.สั่งปิดโรงงานคัดแยกขยะ อิเล็กทรอนิคส์เถื่อนย่านคลองด่าน ที่ลอบนำเข้าจากต่างประเทศ

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.สั่งปิดโรงงานคัดแยกขยะ อิเล็กทรอนิคส์เถื่อนย่านคลองด่าน ที่ลอบนำเข้าจากต่างประเทศ หลังจากเมื่อวานนี้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและกอรมน. เข้าตรวจค้น และพบว่ายังคงทำงานอยู่ 

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 มิถุนายน 2561 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อม นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน ผกก.สภ.คลองด่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจสอบเข้าตรวจค้นภายในโรงงาน ไม่มีชื่อ เลขที่ 818 หมู่ที่ 1 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ หลังตรวจพบว่ามีการสั่งนำเข้าขยะอิเล็คทรอนิคส์ จากต่างประเทศจำพวก ชิ้นส่วน แผงวงจรโทรศัพท์มือถือและแผงวงจรคอมพิวเตอร์ บรรจุใส่ในถุงบิ๊กแบ๊คเป็นจำนวนมาก กว่า 1 พันตัน และจากการตรวจสอบพบว่าโรงงานแห่งนี้ได้มีนายนายแคะฮิน  แซ่แจ๋ว ชาวจีนสัญชาติไทย เป็นผู้ขออนุญาตประกอบกิจการทำวัตถุดิบสำหรับผลิตเส้นใยสังเคราะห์ เมื่อปี  2557 และถูกสั่งปิดกิจการไปนานแล้ว แต่ในปัจจุบันกลับมาการเปิดดำเนินกิจการต่อ ซึ่งจากการตรวจค้นได้พบนายซง คุณ (Mr.Song Kun) อายุ 50ปี อ้างตัวว่าเป็นผู้ดูแลโรงงานดังกล่าว

ผลการตรวจค้นภายในโรงงานดังกล่าวได้พบขยะอิเล็คทรอนิคส์ ที่สั่งเข้ามาจากต่างประเทศเข้าทางด้านท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี วางกองอยู่ภายในโรงงานจำนวนนับพันตัน  และมีแรงงานต่างด้าวชาวจีนแผ่นดินใหญ่กำลังทำการคัดแยกขยะอิเล็คทรอนิคส์ อยู่จำนวน 18 คน  จึงได้ทำการตรวจสอบเอกสารพบว่าทั้งหมดเข้าทำงานที่ประเทศไทยโดยผิดกฎหมายเนื่องจากใน พาสปอร์ตระบุว่าเข่ามาเพื่อการท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิด 3 เดือน แต่จากการตรวจสอบพบว่าอยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด  ในส่วนของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ตรวจพบในโรงานแห่งนี้ก็มีความผิดเช่นกัน จึงมอบหมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบและสวบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นโรงงานแห่งนี้เนื่องจากได้รับแจ้งจากกำนัน ต.คลองด่าน  ว่าพบโรงงานลักลอบหลอมขยะอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งมาการนำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงเข้าตรวจสอบ ได้พบขยะอิเลคทรอนิกส์ จำนวนมากวางกองอยู่รอบโรงงาน โดยมีการลักลอบนำขยะอันตรายเหล่านี้เข้ามาเพื่อทำการหลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต  ซึ่งจากการตรวจสอบนอกจากแผงวงจรจำนวนมากแล้ว ยังมีพลาสติกที่เป็นส่วนของประกอบของโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ และอื่น ๆ อีกจำนวนมากเช่นกัน  ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นอันตรายหรือไม่ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง  2 ข้อหาแก่นายซง คุณ ประกอบด้วย นำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้ามตาม มาตรา 20  ตามพ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522,  ครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 23 วรรค1 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และในส่วนของอุตสาหกรรมจังหวัดแจ้งอีก 3 ข้อหา ที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.กรมโรงงานอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ประกอบกิจการคัดแยกชิ้นส่วนขยะอิเลคทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต  ไม่แจ้งประกอบกิจการตามใบที่ได้รับอนุญาต และครอบครองวัตถุอันตราย รวมทั้งหมด 5 ข้อหา ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่จะดำเนินการหาตัวเจ้าของโรงงานมาสอบปากคำและตรวจสอบหาผู้นำเข้าขยะอิเลคทรอนิกส์ล็อตนี้มาดำเนินคดีต่อไป

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำนายซง คุณ ที่อ้างว่าเป็นคนดูแลบริษัทเท่านั้น ได้โทรศัพท์เข้าที่เครื่องของนายซง  คุณ ซึ่งเสียงจากปลายสายมีลักษณ์ชายสูงอายุ สำเนียงคล้ายชาวจีน ได้โทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์ของนายซง  คุณ พูดคุยในลักษณะข่มขู่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าตรวจค้น ว่า ในนั้นเราไม่ผิดอะไร เจ้าของตกใจขึ้นมา พวกคุณต้องรับผิดชอบ  ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันทางสำนักงานอุสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีคำสั่งปิดกิจกรรมขอองโรงงานแห่งนี้อย่างถาวร  พร้อมคุมตัวนายซง คุณ ที่อ้างตัวเป็นผู้ดูแลโรงงานแห่งนี้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองด่าน เพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น