X

เปิดเรื่องราว 3 แข้งไทยครั้งไปค้าแข้งกับแมนฯ ซิตี้ ที่อังกฤษ

ย้อนเรื่องราวของ 3 นักเตะไทยที่เคยไปค้าเเข้งกับ”เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ ปรับตัวกันไม่ทันก่อนถูกส่งไปให้ทีมนอกประเทศยืมตัว หมดเงินค่าโทรศัพท์ทางไกลร่วม 2 แสนบาท

ย้อนกลับไปในปี 2550 ขณะนั้นทีม”เรือใบสีฟ้า”แมนฯ ซิตี้ มีเจ้าของเป็นคนไทยที่ชื่อว่า “ทักษิณ ชินวัตร” หลังเข้าซื้อสโมสรได้ไม่นาน ทักษิณ มีแผนการที่จะพานักฟุตบอลทีมชาติไทยไปเฉิดฉายบนเวทีพรีเมียร์ลีก โดยได้เลือกนักเตะดาวรุ่งของไทย 3 คน ประกอบด้วยธีรศิลป์ แดงดา นักเตะของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด(ขณะนั้น), สุรีย์ สุขะ นักเตะของชลบุรี เอฟซี(ขณะนั้น) และเกียรติประวุฒิ สายแวว นักเตะของชลบุรีเอฟซี(ขณะนั้น)

เกียรติประวุฒิ เล่าให้ฟังว่า อรรณพ สิงห์โตทอง ผู้บริหารของทีมชลบุรี เอฟซี โทรศัพท์มาหาเขาและบอกว่าให้เตรียมตัวอีกไม่กี่วันจะต้องเดินทางไปอังกฤษ เมื่อการสนทนาจบลงเกียรติประวุฒิ คาดว่าคงเป็นเพียงแค่การไปเก็บตัวในนามทีมชาติหรือสโมสรเท่านั้น แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเขาก็ได้รู้ว่าการไปอังกฤษครั้งนี้ ไปเพื่อเซ็นสัญญาเป็นนักเตะของทีมแมนฯ ซิตี้ ทำให้เขารู้สึกช็อคอยู่ไม่น้อย

ทั้งเกียรติประวุฒิ, ธีรศิลป์ และสุรีย์ ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะในความดูแลของแมนฯ ซิตี้ และได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ในอังกฤษ เพื่อใช้ชีวิตเป็นนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษอย่างจริงจัง แน่นอนว่าการไปอยู่ยังต่างแดนนักเตะทั้ง 3 ของไทยต้องปรับตัวอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพอากาศ, ภาษา, วัฒนธรรม, อาหารการกิน, ตารางฝึกซ้อม และอื่นๆอีกมากมาย

เวลาดังกล่าวอาจเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลชาวไทยต่างตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้เห็นนักเตะไทยไปอยู่กับทีมระดับพรีเมียร์ ลีก ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลก แต่กลับกันเวลานั้นคือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตค้าแข้งของนักเตะไทยทั้ง 3 เพราะต้องปรับตัวมากมาย และยังต้องแบกน้ำหนักกับการเจอคู่แข่งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมที่มีทักษะชั้นยอด และฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม

การได้ออกมาเจอโลกกว้างในระดับโลกทำให้ทั้ง 3 แทบไม่เห็นวี่แววในการได้ลงเล่นในเวทีพรีเมียร์ลีกเลย ประกอบกับทางพรีเมียร์ลีก ขณะนั้นก็มีกฏไม่อนุญาตให้นักเตะที่มาจากประเทศที่มีอันดับฟีฟ่าเกิน 100 ได้ลงสนามแข่งขันในพรีเมียร์ลีก ซึ่งตอนนั้นอันดับฟีฟ่าของทีมชาติไทยก็อยู่ราวๆที่อันดับ 150 ยิ่งทำให้การได้ลงสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกริบหรี่ลงเรื่อยๆ

หลังใช้ชีวิตอยู่ที่แมนเชสเตอร์ สักพักใหญ่ๆ ทั้ง 3 คนถูกแมนฯ ซิตี้ ปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งาน เพื่อที่จะได้เปิดโอกาสให้นักเตะทั้ง 3 ลงเล่นบ้าง ดีกว่าอยู่ซ้อมกับทีมไปวันๆ แต่ไม่ได้ลงสัมผัสเกมเลย ธีรศิลป์ และสุรีย์ ถูกส่งไปให้ กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค สโมสรในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยืมตัว ส่วนเกียรติประวุฒิ ถูกส่งไปให้คลับ บรูช สโมสรในประเทศเบลเยี่ยม

นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเหงาอย่างแท้จริงของเกียรติประวุฒิ  เพราะต้องแยกจากเพื่อนคนไทยอีก 2 คนไปใช้ชีวิตลำพังที่เบลเยี่ยม เกียรติประวุฒิ เล่าให้ฟังว่าถึงแม้ชีวิตความเป็นอยู่ที่เบลเยี่ยมจะหรูหรา และทางสโมสรให้การต้อนรับที่ดี แต่เขากลับไม่เคยมีความสุขเลยในช่วงเวลาที่ค้าแข้งอยู่กับคลับบรูช เพราะต้องทนเหงาเพียงลำพังและสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมไม่ค่อยเข้าใจนัก

เกียรติประวุฒิ เล่าต่อไปว่า ตอนที่อยู่ที่เบลยี่ยมในปี 2550 เป็นยุคที่อินเตอร์เนตยังไม่มีบทบาทกับการสื่อสารมากนัก ดังนั้นแล้วการจะได้คุยกับคนสนิท หรือคนในครอบครัวคือการโทรศัพท์ทางไกลเท่านั้น ตลอดเวลา 2 เดือนที่เกียรติประวุฒิอยู่ที่เบลเยี่ยม เขาหมดเงินกับการโทรศัพท์กลับมายังประเทศไทยร่วม 2 แสนบาท เพื่อปรับทุกข์กับครอบครัว

วันเวลาที่เบลเยี่ยมผ่านไปอย่างเชื่องช้า ส่วนเกียรติประวุฒิก็นับวันให้แมตช์สุดท้ายของการแข่งขันในลีกมาถึงสักที่ เพื่อที่เขาจะได้กลับบ้านที่ประเทศไทย และเเล้วนัดสุดท้ายของการเเข่งขันบนแผ่นดินเบลเยี่ยมก็มาถึงเป็นเกมที่คลับ บรูช ต้องออกไปเล่นเป็นทีมเยือน ซึ่งต้องนั่งรถไปไกลถึง 5 ชั่วโมง

ทันทีที่การแข่งขันจบลง เกียรติประวุฒิ รีบเดินทางไปยังสนามบินโดยด่วนเพื่อกลับเมืองไทยทันที โดยไม่ได้เก็บของจากห้องพัก มาแม้แต่ชิ้นเดียว และเขาก็ไม่ได้กลับไปที่เบลเยี่ยมอีกเลย

เกียรติประวุฒิ เล่าทิ้งท้ายไว้ด้วยความเสียดายว่า ที่คลับบรูช ที่นั่นเป็นสโมสรแห่งเดียวที่ตัวเขาไม่มีของที่ระลึกเก็บไว้ในความทรงจำเลยสักอย่าง แม้กระทั่งรูปถ่ายสักใบ ซึ่งพอมองย้อนกลับไปมันทำให้เขารู้สึกเสียดายโอกาสดีๆที่ตัวเองได้รับและโยนทิ้งไปแบบไม่เห็นค่า โดยที่คนอื่นอยากจะได้โอกาสนั้นแต่ก็ไม่ได้

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน