X

ศึกสามเส้าชิง”เลขาธิการ”พรรคพลังประชารัฐ กระทบฉิ่งถึงหัวหน้าพรรค…! ;นายหัวไทร

ศึกสามเส้าชิงเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กระทบชิ่งถึงหัวหน้าพรรค…! ;นายหัวไทร

ในการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ในวันเสาร์นี้นอกจากเป็นการกนะชับความสัมพันธ์ระหว่าง ส.ส. รัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรคแล้ว จะมีการเสนอให้มีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคด้วย เพื่อเตรียมพร้อมรับศึกการเมืองร้อน

ตำแหน่งสำคัญที่ถูกเพ่งมอง คือตำแหน่ง “แม่บ้าน” เลขาธิการพรรค ที่เวลานี้ “น้าสน-สนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ ทำหน้าที่อยู่ และเป็นการทำหน้าที่คู่ขนาน-เคียงกายมากับ “อุตตม สาวนายน” ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค พร้อมๆกับสี่ยอดกุมาร

การเข้ามาของกลุ่มสามมิตร โดยสมศักดิ์ เทพสุทิน สุขาติ ตันเจริญ และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เหมือนมีเงามาทาบทับกลุ่มสี่ยอดกุมาร เพราะกลุ่มสามมิตรเป็นกลุ่มการเมืองเก่า ที่มีขุมข่ายกว้างขวางกว่า สามมิตรจึงเดินสายทาบทามกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐได้จำนวนมาก รวมถึงกลุ่มของ “อนุชา นาคาศัย”แห่งเมืองชัยนาทด้วย

ในการประชุมเลือกกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน จึงมีชื่อของ “อนุชา นาคาศัย” เป็นคาดิเดต เลขาธิการด้วย แต่มีการเจรจาประนีประนอมยอมให้ “สนธิรัตน์”นั่งเป็นเลขาธิการพรรค ทำงานควบคู่กับ “อุตตมะ”ต่อไป

อุตตม สนธิรัตน์ และกลุ่มสี่ยอดกุมาร เป็นฝ่ายกำหนดยุทธศาสตร์หลักในการเลือกตั้ง 20 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มี ส.ส.น้อยกว่า พรรคเพื่อไทย แต่เดินเกมช่วงชิงการนำในการจัดตั้งรัฐบาล ด้วยการรวบรวมเสียงได้มากกว่า จึงเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ในเกมจัดตั้งรัฐบาลก็มีการช่วงชิงตำแหน่งรัฐมนตรีกับระหว่างกลุ่มสี่ยอดกุมารกับกลุ่มสามมิตร จน “สุชาติ ตันเจริญ”แก่งบ้านริมน้ำ ต้องไปรับตำแหน่งรองประธานสภาฯ

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่กลุ่มสามมิตรวางตัวให้ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ”เข้าไปนั่งบริหาร แต่กลุ่มสี่ยอดกุมาร ก็ส่ง “สนธิรัตน์”เข้าไปดูแลด้วยเช่นกัน ชื่อของรัฐมนตรีพลังงานจึงเปลี่ยนรายวันตามการต่อรอง แต่ที่สุดแล้ว “น้าสน-สนธิรัตน์” ก็คว้ามาครองในโค้งสุดท้าย

มาถึงศึกชิงเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐรอบใหม่ เพื่อดูแล ส.ส.ให้ทั่วถึงและดีกว่า “อนุชา นาคาศัย” จึงปรากฏชื่อขึ้นมาอีกครั้งภายใต้การเสนอของกลุ่มสามมิตรนั้นเอง แค่กลุ่มสี่ยอดกุมารยังยืนยันให้ “สนธิรัตน์”ทำงานในตำแหน่งเลขาธิการพรรคต่อไป

ตำแหน่งเลขาธิการพรรค หัวหน้าพรรคต้องเป็นคนเสนอชื่อ เพื่อทำงานคู่กันไป ซึ่งถ้าหัวหน้าพรรคยังเป็นอุตตม ก็น่าจะเสนอชื่อสนธิรัตน์ เว้นแต่จะมีการเจรจาต่อรองกันจบก่อนการประชุม ถ้าเจรจากันจบก็น่าจะให้สนธิรัตน์ลาออกก่อนประชุม เพื่อไม่ให้หักหน้ากันในที่ประชุม และเปิดทางให้อนุชาเข้าสู่เวทีการโหวตเลือก

ถ้าตำแหน่งหัวหน้าพรรคเปลี่ยนก็จะกระทบต่อตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วย คงจำกันได้ว่าหลังเลือกตั้งมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าพรรคพลังประชารัฐจะเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ข่าวนี้ก็เงียบหายไป ยังไม่รู้ว่าในการประชุมใหญ่ครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคด้วยหรือไม่

ในศึกชิงเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่มีแค่ “สนธิรัตน์-อนุชา”เท่านั้น แต่ยังมี “สุชาติ ชมกลิ่น” ลูกชายกำนันผู้กว้างขวางแห่งชลบุรีอีกคนขึ้นมาทาบรัศมี และถือเป็นกลุ่มขั้วอำนาจทางการเมืองใหม่ในพลังประชารัฐ ซึ่งในช่วงจัดตั้งรัฐบาลก็มีชื่อของสุชาติ ชมกลิ่น ติดโผรัฐมนตรีด้วย แต่มาหลุดไปในช่วงโค้งสุดท้าย ศึกชิงเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จึงไม่ควรมองข้าม “สุชาติ ชมกลิ่น”อีกคนหนึ่ง

ยังมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ตั้งแท่นรออยู่เหมือนกัน เพียงแต่มาเจอปัญหาภาพลักษณ์ เรื่องทหารสายทรงอิทธิพล /เรื่องคดียาเสพติด จึงต้องฟื้นภาพลักษณ์กันต่อไป แต่แน่นอนว่า เขาเป็นมือประสานการเมืองให้รัฐบาลในหลายเรื่อง

สาย กปปส.ในพลังประชารัฐ นำโดย “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ต่อแถวเข้ามาแล้ว แต่ท่าทียังไม่ชัดเจน ไม่รู้ใครสนับสนุนบ้าง ผลงานในกระทรวงศึกษา ที่บอกว่าเป็นงานถนัดก็ยังไม่เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม ผิดกับสนธิรัตน์ ผลงานเริ่มปรากฏชัด ทั้งเรื่อง B 10 ดันราคาปาล์มทะลุเป้าทำนิวไฮแล้ว ยังมีเรื่องโรงไฟฟ้าชุมชน พลังงานชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และอีกหลากหลายผลงาน เพียงแต่เป็นผลงานที่ต้องหมั่น ขยันอธิบายเท่านั้นเอง

วันเสาร์นี้ก็จะทราบแล้วละครับว่า ศึกในพลังประชารัฐจะออกหัวหรือออกก้อน และหวยจะออกที่ใคร แต่วงในบอกว่า ออกเลขเดิม “สนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์”

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
18 ธันวาคม 2562

ถูกใจข่าวนี้ไหม?

คลิกที่ดาวเพื่อโหวต

ความนิยมข่าวนี้ / 5. จำนวนโหวต:

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน