“ฤาษีเลี้ยงลิง ธรรมนัสเลี้ยงกล้วย” รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ซดหูฉลามพุงกางในวันสิ่งแวดล้อมไทย

“ฤาษีเลี้ยงลิง ธรรมนัสเลี้ยงกล้วย” รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ซดหูฉลามพุงกางในวันสิ่งแวดล้อมไทย

ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลผสม 20 พรรค ถูกตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้วว่า เป็นการยากที่จะอยู่กันราบรื่น ชื่นมื่นได้ตลอดยิ่งเป็นรัฐบาล มีส.ส.อยู่ในมือห่างจาก “7 พรรคฝ่ายค้าน” เพียง 3-4 เสียงด้วยแล้ว “พรรคพลังประชารัฐ” ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล จะต้องเจอกับ “การต่อรอง” ที่ไม่รู้จักจบสิ้น

ยิ่งถ้าจะหวังให้ บรรดาพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคเล็ก พรรคจิ๋ว ไปจนถึงพรรคขนาดกลาง ยอมอยู่ในความสงบโดยไม่ออกฤทธิ์ ยิ่งต้องเจอแรงเสียดทานจากการเคลื่อนไหว ต่อรอง และกดดัน

ต้องยอมรับว่า เรื่องร้อนๆที่เขย่าภาพลักษณ์ สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล”เรือเหล็ก”คงไม่พ้นกรณีที่ “พรรคประชาธรรมไทย” นำโดย “พิเชษฐ สถิรชวาล” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ตั้งโต๊ะแถลงข่าวประกาศ “ถอนตัว” พรรคร่วมรัฐบาล

มาจาก วลีเด็ดของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ “มือประสานสิบทิศ” ของพลังประชารัฐและรัฐบาล ที่หลุดปากเปรียบเทียบว่าตัวเองนั้นไม่ต่างจาก “ฤาษี” ที่ต้องหากล้วย มาเลี้ยง “ลิง” อยู่ตลอดเวลา

“ผมเปรียบเหมือนเป็นคนเลี้ยงลิง จึงต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา ขณะนี้เชื่อว่ากินจนอิ่มแล้วน่าจะพอได้แล้ว”

สืบเนื่องจากข่าวว่า “10พรรคเล็ก” ไม่พอใจการจัดสรรโควต้าตำแหน่งทางการเมือง เหมือนผู้ใหญ่ในรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญจนมาถึงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภา 35 คณะ โดยทางกลุ่มพรรคเล็กขอตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ 1 คณะ แต่กลับต้องผิดหวังเนื่องจาก ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตัดคำว่ากลุ่มการเมืองออก ดังนั้น การจัดสรรต้องเป็นไปตามสัดส่วนจำนวน ส.ส.

คำว่า “ฤาษีเลี้ยงลิง” ทำให้พรรคประชาธรรมไทยต้องตัดสินใจ เรียกศักดิ์ศรีคืน ด้วยการประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล

การร้องขอตำแหน่งของพรรคเล็กหลายต่อหลายครั้งก่อนหน้านี้ ต้องยอมรับว่า แทบไม่ได้รับการตอบสนองจาก “พลังประชารัฐ” ไม่ว่าจะเป็น การรวมตัวกันเพื่อขอเก้าอี้รัฐมนตรี หรือตำแหน่งข้าราชการการเมือง จนมาถึง ฟางเส้นสุดท้าย คือการจัดสรรเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการ ในสภาผู้แทนฯ

ก่อนหน้านี้ “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ส.ส.ระบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ประกาศขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ขอเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” ขอยืนข้างประชาชน หลังจากที่พรรคจิ๋วพลาดตำแหน่งข้าราชการ การเมือง

แม้ร.อ.ธรรมนัส จะออกหน้า รับบท “มือประสาน” คอยแก้ปัญหาทุกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หลายครั้งหลายคราวที่ผ่านมา ล่าสุดรอยร้าวอันเกิดจากมติยืดเวลาการแบนสารเคมีอันตราย ออกไปอีก 6 เดือน ที่ยังไม่รู้ว่ารอยร้าวจะขยายไปแค่ไหน แก้วที่ร้าวแล้วก็ยากที่จะประสาน

งานเลี้ยงสังสรรค์พรรคร่วมรัฐบาลซดหูฉลามก่อนวันสิ่งแวดล้อมไทยวันเดียวจึงเกิดขึ้น พร้อมภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล็อคคอมงคลกิตติ์ พร้อมคำชมว่า เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่

ประเด็น คือ บิ๊กตู่ คือฤาษีตัวจริง หรือ ลุงป้อมที่ต้องคอยกำกับให้อยู่หมัด ทั้งพรรคจิ๋ว และพรรคขนาดกลาง “ลูกพี่ผม”ต้องจัดการให้ได้ ในฐานะคนรวยอันดับต้นๆของเอเซีย

คลื่นใต้น้ำ อาการงัดข้อ ระหว่างรัฐมนตรีต่างพรรคมีให้เห็น สร้างแรงกระเพื่อม ที่พยายาม “ปิดกัน” ในหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม ไปจนถึงกระทรวงเกษตรฯ

คำ “ฤาษีเลี้ยงลิง” มักใช้กับกรณีที่พรรคการเมืองนั้นมีหลายกลุ่มหรือ “มุ้ง” ในพรรคการเมืองนั้นและมีหัวหน้าพรรคที่มีคุณลักษณะประณีประนอมและมีนิสัยชอบการรอมชอมในการแก้ปัญหาการเรียกร้องผลประโยชน์ของกลุ่มภายในพรรคของตน คำ “ฤาษีเลี้ยงลิง” เกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยที่ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรคสืบต่อจากนายควง อภัยวงศ์ ในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีกลุ่มการเมืองเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นกลุ่มของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ต่อมาสมาชิกที่เป็นคนรุ่นเก่าได้ลาออกไปก่อตั้งพรรคอธิปัตย์ขึ้นมาในปีเดียวกัน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมี ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคเผชิญปัญหาการประสานประโยชน์ภายในกลุ่มสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้ที่มีคุณลักษณะที่นุ่มนวลและมักใช้วิธีประณีประนอมและรอมชอม ใช้วิธีการโอนอ่อนผ่อนตามใจสมาชิกเหล่านั้น สื่อมวลชนในสมัยนั้นจึงตั้งสมญานามของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ว่าเป็นเสมือน “ฤาษีเลี้ยงลิง”

ไม่รู้ว่าในยุคหม่อมเสนีย์เลี้ยงลิงด้วยอะไร แต่ยุคลุงตู่เลี้ยงด้วยกล้วย และหูฉลาม ดูเหมือนช่วงแรกๆจะลื่นคอ พร้อมๆกับการแผาแม่เบี้ยของ “งูเห่า”นับ 10 ตัว

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
9 ธันวาคม 2562

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน